นายวิเชียร พวงลำเจียกนายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทยเปิดเผยว่า ต้องการให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกมาตรการในการควบคุมอัตราการค่าเช่านาตามพื้นที่ต่างๆให้อยู่ในมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ เพื่อช่วยเหลือไม่ให้นายทุนเอารัดเอาเปรียบชาวนามากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาค่าเช่านาปรับเพิ่มแบบก้าวกระโดดจากปีละ 500 – 1,000 บาทต่อไร่ต่อปี มาเป็น 1,000–2,000 บาทต่อไร่ต่อการทำนา 1 รอบ โดยในเบื้องต้นชาวนาพอใจค่าเช่าไม่เกิน 1,000 บาทต่อไร่ต่อ 1 รอบ“ที่ผ่านมาชาวนาได้รับความเดือดร้อนจากต้นทุนการผลิตข้าวที่สูงมาก โดยเฉพาะเรื่องต้นทุนค่าปุ๋ย ค่าดำเนินการ และ ค่าเช่าพื้นที่ ซึ่งเดิมค่าเช่าพื้นที่คิดเป็นปีแต่จะมาปรับขึ้นในช่วงโครงการรับจำนำข้าว 15,000 บาทต่อตัน ทำให้เจ้าของที่ดินฉวยโอกาสในการเพิ่มค่าเช่าตามไปด้วย ซึ่งตอนนี้ที่เจอเยอะๆ ก็จะมี 1,000,1,500 และ 2,000 บาทต่อไร่ต่อ การทำนา 1 รอบ ซึ่งหากเช่าที่ 20 ไร่ก็ต้องเสียค่าเช่า 40,000 บาท”นายวิเชียร กล่าวว่า ในปัจจุบันเจ้าของที่เริ่มมีการปรับลดค่าเช่าลงมาในระดับหนึ่งหลังจากไม่มีโครงการรับจำนำข้าว จนราคาข้าวเปลือกลดลงมาเหลือ 6,000–7,000 บาทต่อตัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะมีการปรับลดค่าเช่า แล้วก็ยังเป็นอัตราที่สูงสำหรับชาวนา แต่ชาวนาก็ต้องเช่าเพราะหากไม่เช่าก็จะมีชาวนารายอื่นๆ มาเช่าแทน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร้องคุมค่าเช่าทำนา
เดือน: มิถุนายน 2014
-

ร้องคุมค่าเช่าทำนา
-

สคบ.คุมโฆษณาชิงโชคบอลโลก
นายอำพล วงศ์ศิริ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สคบ.ตรวจสอบการโฆษณาสินค้าและบริการโดยเฉพาะการโฆษณาชิงรางวัลช่วงฟุตบอลโลกเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ผู้บริโภคถูกเอาเปรียบ เพระที่ผ่านมามักเกิดปัญหาว่าเมื่อผู้บริโภคได้ชิงโชคกับโฆษณาสินค้าบางรายการแล้ว กลับไม่ได้รับของรางวัลหรือได้รับของรางวัลไม่ตรงตามที่ผู้ประกอบการโฆษณาไว้โดยการตรวจสอบครั้งนี้สคบ.จะจดรายละเอียดของรางวัลที่ผู้ประกอบการได้โฆษณาไว้เพื่อเป็นหลักฐานหากผู้บริโภคเข้ามาร้องเรียน ก่อนกำหนดบทลงโทษเป็นรายกรณี“การโฆษณาตอนนี้มีเป็นจำนวนมากที่เกี่ยวกับชิงรางวัลจากฟุตบอลโลกซึ่งปีนี้สคบ.จะเข้มงวดมากขึ้นเพราะได้ส่งทีมเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบโฆษณาตั้งแต่ตอนเริ่มต้นว่ามีรายละเอียดโฆษณาอย่างไรให้รางวัลอะไร โฆษณาเป็นไปตามข้อกฎหมายหรือไม่ เช่น ไม่โฆษณาเกินจริงหรือข้าข่ายการหลอกลวงให้ผู้บริโภคหลงเชื่อ หรือการโฆษณานั้นๆเข้าข่ายเป้นการพนันหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและเมื่อเกิดปัญหาแล้วผู้บริโภคมาร้องเรียนทีหลังจะได้มีข้อมูลไปลงโทษกับผู้ประกอบการได้โดยมีโทษสูงสุดคือ ปรับไม่เกิน 50,000 บาท จำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ”นายอำพล กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สคบ.ได้รับมอบนโยบายจากม.ล.ปนัดดาดิศกุล รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ปฎิบัติหน้าที่ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมอบหมายให้สคบ.เร่งทำงานด้านการดูแลผู้บริโภคในระดับรากหญ้าเพราะที่ผ่านมาผู้บริโภคที่อยู่ในภูมิภาคไม่สามารถเข้ามาร้องเรียนหรือแจ้งเรื่องร้องทุกข์มายังสคบ.ได้อย่างสะดวกซึ่งส่วนใหญ่มักได้รับการถูกเอาเปรียบจากผู้ประกอบการแม้เป็นเพียงเรื่องเล็กๆน้อยๆ ดังนั้นในแนวทางการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น สคบ.จะเร่งจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้บริโภคในระดับภูมิภาคให้ครอบทุกจังหวัดเพื่อรับเรื่องร้องเรียนจากผู้บริโภคได้เพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สคบ.คุมโฆษณาชิงโชคบอลโลก -

เล็งทวงตลาดข้าวหอมไทยคืน
นายชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ผู้ส่งออกข้าวต้องการเสนอให้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาจัดสรรงบประมาณ 20-30 ล้านบาทในการจัดทำโปรโมชั่นส่งเสริมการขายข้าวหอมมะลิไทยในต่างประเทศ เช่น การลด แลก แจกแถม ให้แก่ผู้นำเข้าข้าวหอมไทยในประเทศต่างๆ โดยเฉพาะตลาด จีน ฮ่องกง สิงคโปร์มาเลเซียนและสหรัฐฯ เป็นต้น เพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดของไทยคืนจากเพื่อนบ้าน เนื่องจากในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมาข้าวหอมจากเวียดนามและกัมพูชาได้เข้ามาแย่งส่วนแบ่งตลาดไทยไปจำนวนมากหลังจากที่ไทยมีโครงการรับจำนำข้าว “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาไทยปล่อยโอกาสให้ข้าวหอมจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแย่งตลาดเพราะข้าวของไทยมีราคาสูงเกินไปประมาณ1,200 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ขณะที่ข้าวหอมจากเพื่อนบ้านอยู่ที่ 600-700 ดอลลาร์ทำให้ลูกค้าในต่างประเทศจำเป็นต้องหันไปรับประทานข้าวหอมเพื่อนบ้านทั้งๆที่ไม่ค่อยชอบแต่เมื่อนานๆทำให้หลายคนติดใจข้าวหอมจากเพื่อนบ้านทันที” อย่างไรก็ตามในอนาคตเชื่อว่าราคาข้าวหอมไทยอาจปรับลดลงมาอีกเพื่อให้ใกล้เคียงกับเพื่อนบ้านจากปัจจุบันอยู่ที่950 ดอลลาร์ต่อตันอาจลดลงมาในระดับ 850 ดอลลาร์ ส่วนของเวียดนามอยู่ที่ 520-550ดอลลาร์ และ ของกัมพูชาอยู่ที่ 700 ดอลลาร
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งทวงตลาดข้าวหอมไทยคืน