เดือน: มิถุนายน 2014

  • เปิดทางรถตู้ป้ายดำจดทะเบียนป้ายเหลือง

    เปิดทางรถตู้ป้ายดำจดทะเบียนป้ายเหลือง

    นายอัฌษไธค์  รัตนดิลก ณ ภูเก็ต  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะบริเวณพื้นที่รอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดให้รถตู้ป้ายดำมานำเสนอข้อมูลเพื่อขออนุญาตเป็นรถตู้โดยสารสาธารณะ หรือรถตู้ป้ายเหลือง โดยเมื่อวันที่ 26 มิ.ย.ที่ผ่านมา ได้เปิดให้ในส่วนรถตู้โดยสาร บขส. ลงทะเบียนไปแล้วที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ และหลังจากนี้ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ จะเปิดให้รถตู้โดยสาร ขสมก. มาให้ข้อมูลขอใบอนุญาตเพิ่มเติม ที่กรมการขนส่งทางบก โดยขณะนี้ประเมินว่ามีรถตู้ที่ไม่ได้รับใบอนุญาตอยู่ประมาณ 2,000 คัน แบ่งเป็นรถตู้ บขส. และขสมก.อย่างละ 1,000 คัน   “หลังจากนั้นจะมีการนำข้อมูลที่ผู้ประกอบการถตู้เสนอ นำมาประมวลร่วมกับข้อมูลของกรมการขนส่งทางบกที่ได้สำรวจเมื่อเดือนที่แล้ว และข้อมูลจากฝ่ายความมั่นคง เพื่อพิจารณาว่าควรจะออกใบอนุญาตให้รถตู้เพิ่มเท่าไร  รวมถึงจะเข้มงวดป้องกันไม่ให้มีนายทุนที่ไม่ได้วิ่งรถจริงแอบมาลงทะเบียนเพิ่มเติม เพื่อสวมสิทธิ์ด้วย”   ด้านนายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวว่า มีรถตู้ป้ายดำ บขส. 1,000 คันที่เป็นรถตู้ที่ผิดกฎหมาย โดยผู้ที่มาลงทะเบียนนั้นจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลรายละเอียดเพื่อยืนยันว่าเป็นรถตู้โดยสารที่ให้บริการจริงจึงจะพิจารณาออกใบอนุญาตให้ เนื่องจากที่ผ่านมาเคยเปิดให้ผู้ประกอบการแจ้งชื่อลงทะเบียนขอรับใบอนุญาต ปรากฏว่ามีผู้แจ้งชื่อแสดงความจำนงกว่า 6,000 ราย แต่เมื่อตรวจสอบข้อมูลพบว่าเป็นผู้ประกอบการจริงเพียง 3,000 กว่าราย ดังนั้นเพื่อป้องกันกรณีที่อาจมีผู้เข้ามาขอสิทธิแต่ไม่ได้มีรถตู้ที่ให้บริการอยู่ก่อนจริง อีกทั้งยังเป็นการป้องกันการนำสิทธิเหล่านี้ไปขายต่อด้วย   “ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.นี้ จะมีการเข้มงวด หากตรวจพบว่ามีรถตู้ที่ไม่ได้รับอนุญาตหรือรถตู้เถื่อนเข้ามาวิ่งให้บริการ จะดำเนินกวาดจับอย่างจริงจัง ดังนั้นผู้ประกอบการรถตู้ที่ลงทะเบียนไว้แล้วทาง บขส.จะเร่งตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการออกใบอนุญาตให้ก่อนจึงจะนำรถออกมาวิ่งให้บริการได้”   นายวุฒิชาติกล่าวว่า เรื่องการใช้พื้นที่บริเวณใต้ทางด่วนบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิทั้ง 2 ด้านเพื่อจัดทำเป็นสถานีจุดจอดรถตู้นั้น   ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่  ซึ่งประกอบด้วยจุดจอด ช่องจำหน่ายตั๋ว  พื้นที่จุดรอพักและมีร้านค้าบางส่วน   รวมทั้งอยู่ระหว่างการบริหารจัดการกำหนดเส้นทางให้เป็นหมวดหมู่ เพื่อมิให้ส่งผลกระทบต่อการจราจร ซึ่งแผนคาดจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ค.นี้ จากนั้นเสนอขอความเห็นชอบจากทาง คสช.ก็จะสามารถเดินหน้าโครงการได้ทันที    อย่างไรก็ตาม การจัดระเบียบรถตู้ในแผนแผนระยาวจำเป็นต้องหาพื้นที่เพื่อใช้เป็นจุดรอพักรถ  เพราะพื้นที่ใต้ทางด่วนที่จะทำเป็นสถานีจอดรถตู้มีพื้นที่เพียง 32,000 ตารางเมตร รองรับรถตู้โดยสารได้ประมาณ 1,000 คัน แต่รถตู้ทั้งระบบมีอยู่ 4–5 พันคัน จึงต้องมีการจัดหาพื้นที่จอดพักรออีกส่วนหนึ่ง    ……………………….

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดทางรถตู้ป้ายดำจดทะเบียนป้ายเหลือง

  • กฟผ.ปักธงเวียดนามสร้างโรงไฟฟ้า

    กฟผ.ปักธงเวียดนามสร้างโรงไฟฟ้า

    นายธนา พุฒรังษี รักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนกวางจิ ณ กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม กับกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หลังจากรัฐบาลเวียดนาม เห็นชอบ ให้บริษัท กฟผ.อินเตอร์เนชั่นแนล เป็นผู้ลงทุนและพัฒนาโรงไฟฟ้า ณ เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดกวางจิ โดยโครงการโรงไฟฟ้าพลังความร้อนขนาดกำลังผลิต 2 คูณ 600 เมกะวัตต์ ใช้ถ่านหินนำเข้าเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า มีกำหนดแล้วเสร็จของหน่วยที่ 1 เดือนมิ.ย. 64 และหน่วยที่ 2 ประมาณเดือนธ.ค. 64 สำหรับแผนงานหลังจากนี้บริษัท กฟผ. อินเตอร์ฯ จะต้องจัดทำรายงานการศึกษาความเหมาะสมโครงการ และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ภายในเดือนธ.ค. 57 หากได้รับการอนุมัติโครงการแล้ว จะดำเนินการเจรจาร่างสัญญาซื้อขายไฟฟ้า สัญญาสัมปทาน และสัญญาค้ำประกันจากรัฐบาลเวียดนามต่อไป  รายงานข่าวจากศูนย์เตรียมความพร้อมด้านพลังงานไฟฟ้าเพื่อ 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า การผลิตและส่งไฟฟ้าของภาคใต้ เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 57 ซึ่งเป็นวันที่ 9 ของการหยุดจ่ายก๊าซธรรมชาติ เพื่อซ่อมบำรุงแหล่งก๊าซฯ พัฒนาร่วมไทย – มาเลเซีย (เจดีเอ – เอ 18) ระหว่างวันที่ 13 มิ.ย. -10 ก.ค. 57 เป็นปกติ สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าของภาคใต้อย่างเพียงพอ โดยการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้ (พีก) ในวันดังกล่าว เท่ากับ 2,312.5 เมกะวัตต์ เมื่อเวลา 19.45 น. ซึ่งโรงไฟฟ้าทุกโรงสามารถเดินเครื่องได้โดยไม่มีเหตุขัดข้อง ทั้งนี้ปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุดของภาคใต้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะมีการใช้ไฟสูงขึ้นอีกในอนาคต กฟผ. จึงขอความร่วมมือประชาชน โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมในภาคใต้ร่วมกันประหยัดไฟในช่วงเวลา 18.30-22.30 น. เพื่อความมั่นคงของระบบไฟฟ้า และตอบสนองการใช้ไฟฟ้าของประชาชนได้เพียงพอ นายเสมอใจ ศุขสุเมฆ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) กล่าวว่า สนพ. เตรียมนำมาตรการส่งเสริมการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน โดยผู้ผลิตไฟฟ้า (อีอีอาร์เอส) ให้ผู้ใช้ไฟฟ้า ลดการใช้ไฟ และไม่ลดผลผลิต ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษามาตรการและวิธีการดำเนินการที่เหมาะสมซึ่งอาจจะอยู่ในรูปแบบการปรับปรุงอุปกรณ์เครื่องจักรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ หรือการให้รางวัลเป็นแรงจูงใจ รวมถึงเงื่อนไขในการดำเนินการ เพื่อให้ได้มาตรการอีอีอาร์เอสที่เหมาะสมกับไทย   “ ปัจจุบัน มาตรการอีอีอาร์เอส ได้มีการนำมาใช้ทั้งในยุโรปและเอเชีย อาทิ ฝรั่งเศส เดนมาร์ก จีน เกาหลีใต้ รวมถึง 48 รัฐในสหรัฐ ฯ โดยแต่ละแห่งมีการดำเนินงานหรือมาตรการจูงใจให้เกิดการลดการใช้พลังงาน ต่างกันไปตามความเหมาะสมของประเทศนั้นๆ อาทิ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐ ฯ ตั้งเป้าลดความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงปี 2012 – 2020 ลง 4,541 เมกะวัตต์ โดยใช้มาตรการทางการเงิน ติดตั้งอุปกรณ์ ปรับเปลี่ยนวัสดุอุปกรณ์อาคาร เครื่องใช้ไฟฟ้า ส่วนประเทศจีน กำหนดให้บริษัทผู้ผลิตไฟฟ้า ลดการผลิตไฟฟ้าลงให้ได้ 3% เทียบกับปีก่อนหน้า โดยใช้มาตรการจูงใจผู้ประกอบการด้วยการสนับสนุนด้านการเงิน และมีการเปลี่ยนระบบแสงสว่าง ลดการสูญเสียความร้อนได้”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กฟผ.ปักธงเวียดนามสร้างโรงไฟฟ้า

  • เร่งจัดระเบียบที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า

    เร่งจัดระเบียบที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า

     นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยในการเสวนายกเครื่องระบบรางว่า ต้องการให้ภาครัฐจัดระเบียบการใช้สิทธิประโยชน์ในที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า หรือการขนส่งระบบรางในประเทศใหม่  เพราะที่ผ่านมาผลประโยชน์มักตกอยู่กับนายทุน หรือกลุ่มคนรวยที่เข้าไปซื้อที่ดินเก็งกำไร หรือนำไปสร้างเป็นคอนโดมิเนียมขายแก่ผู้มีรายได้สูงเท่านั้น โดยประชาชน หรือผู้มีรายได้ต่ำได้ใช้ประโยชน์จากความเจริญที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าน้อย    “ภาครัฐควรวางแผนเร่งพัฒนาเมืองและที่ดินแนวรถไฟฟ้าแบบบูรณาการ โดยวางแผนพัฒนาชุมชนเมืองควบคู่ไปกับระบบสาธารณูปโภคและบริการ หรืออาจนำพื้นที่บางส่วนมามาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัยให้กับคนชั้นกลางและรายได้ต่ำแบบในฮ่องกง หรือแบบในสหรัฐฯ ก็จะมีการวางแผนการใช้ประโยชน์ หรือการเรียกเก็บรายได้เพิ่มเติมจากเอกชน ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนระบบขนส่งรัฐเพิ่มเติม”   อย่างไรก็ตาม ยอมรับการลงทุนพัฒนาการขนส่งระบบรางในไทย เป็นเรื่องที่ต้องทำเร่งด่วน เพราะที่ผ่านมาประเทศไทยย่ำอยู่กับที่มาตลอด โดยโครงการจำเป็นเร่งด่วนคือ การก่อสร้างรถไฟทางคู่ให้เกิดขึ้นทั่วประเทศ รวมถึงรถไฟฟ้า 12 สายในกรุงเทพฯ เพราะจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งจาก 14-15% ให้เหลือไม่เกิน 10%  อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน และแก้ปัญหาจราจรติดขัดในเมืองหลวงได้ แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องเตรียมความพร้อมด้าน คน การบริหารจัดการ ให้พร้อมต่อการลงทุนขนาดใหญ่ และรูปแบบการขนส่งที่เปลี่ยนไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็จะล้มเหลวอีก ส่วนการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ไม่ใช่สิ่งจำเป็นในช่วงนี้ แต่ควรพัฒนาเส้นทางรถไฟให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มศักยภาพก่อน   นอกจากนี้ วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ยังเตรียมจัดงานวิศวกรรม 57 วันที่ 27-30 พ.ย.57 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา โดยภายในงานมีการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ งานแสดงสินค้า และจัดนิทรรศการนวัตกรรมด้านวิศวกรรมที่ทันสมัยที่สุดแห่งปี ซึ่งไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนด้วย   นายนคร จันทศร ที่ปรึกษาผู้อำนวยการโครงการพัฒนาขนส่งระบบราง สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า หากต้องการพัฒนาระบบราง จำเป็นต้องมีการปฏิรูปการรถไฟแห่งประเทศไทย  (รฟท.) ควบคู่กันไปด้วย เพราะเป็นองค์กรที่ใหญ่เกินไป ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ โดยเห็นว่าควรพิจารณาแยกบทบาท การพัฒนาเส้นทาง และการเดินรถออกจากกัน หรือมีการจัดตั้งกรมรถไฟขึ้นมาอีกครั้ง เพื่อดูแลเรื่องการทำเส้นทางเหมือนกรมทางหลวงที่สร้างถนน      นายรัฐภูมิ ปริชาติปรีชา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยเพื่อความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมถนนและระบบราง มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ไทยจำเป็นต้องลงทุนพัฒนาระบบรางโดยด่วน เพราะระบบขนส่งที่ผ่านมาด้อยประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหารถติด การใช้พลังงานเกินความจำเป็น การเกิดอุบัติเหตุ และงบซ่อมแซมถนนสูงถึงปีละ 3-4 หมื่นล้าน แต่ขณะเดียวกันรัฐก็ต้องมีการปรับตัวในหลายส่วนเพื่อรองรับการพัฒนาระบบราง ทั้งในเรื่องกฎหมายเวนคืน กฎหมายร่วมทุน รวมถึงหน่วยงานกลางเพื่อกำกับดูแล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งจัดระเบียบที่ดินตามแนวรถไฟฟ้า