ในยุคดิจิตอลที่เทคโนโลยีเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว องค์กรต่าง ๆ จะต้องมีการปรับตัวให้ตามทัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานราชการที่ต้องให้บริการประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้การทำงานมีความคล่องตัวและมีประสิทธิ ภาพมากขึ้นด้วยการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์ การมหาชน) หรือ EGA ที่เป็นหน่วยงานที่พัฒนา บริหารจัดการ และให้บริการโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศในส่วนที่เกี่ยวกับรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานราชการยุคใหม่ คือ กระทรวงไอซีที ไปรษณีย์ไทย กรมการปกครอง กรมการขนส่งทางบก กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จัดงาน “e-Gov Day 2014 by EGA : e-Government for All ชีวิตยุคใหม่ ราชการทันสมัย ประชาชนทันสมัย ด้วยรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์” ขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในการรวบรวมบริการใหม่ ๆ ทางด้าน e-service หรือใช้ระบบอิเล็ก ทรอนิกส์ต่าง ๆ เพื่อบริการประชาชนในรูปแบบใหม่ โดยจะมีทั้งระบบสาธิตและพร้อมให้ใช้งานจริงมาจัดแสดงให้บริการประชาชนใช้จริงในงาน ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า รูปแบบการจัดงานจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คืองานสัมมนาวิชาการ ที่เน้นเนื้อหารูปแบบใหม่ คือ การเข้ามาของระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งในแง่การลงทุน กฎหมาย แนวทางปฏิบัติ รวมถึงเทคโนโลยี นอกจากนั้นยังครอบคลุมถึงผลของระบบรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ที่จะทำให้วิถีชีวิตของประชาชนในอนาคตอันใกล้เปลี่ยนไป รวมถึงเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะเกิดขึ้นในส่วนของรัฐบาล หน่วยงานต่าง ๆ จนถึงเทคโนโลยีที่ประชาชนได้เข้าถึง ส่วนที่ 2 คือนิทรรศการ ซึ่งแนวคิดหลักของงานคือ Government Interactive จะมีแอพพลิเคชั่นจากภาครัฐจำนวนมาก ทั้งในส่วนที่เป็น ระบบทดลอง (beta) ที่ยังไม่เปิดเผยที่ใดมาก่อน และแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ ที่เริ่มให้บริการแล้ว ทั้งในรูปแบบผ่านเว็บไซต์, ผ่านแอพพลิเคชั่นโทรศัพท์มือถือ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ สำหรับโครงการเด่น ๆ ที่จะนำเสนอในงาน เช่น โครงการพับบลิค เซฟตี้ (Public Safety) ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การป้องกันอาชญากรรม การติดตามทรัพย์สิน และอื่น ๆ ซึ่งขณะนี้ได้พัฒนาโซลูชั่นติดตามรถยนต์ที่แจ้งสูญหายที่มีความทันสมัย มีความรวดเร็วในการติดตามรถหาย ส่วนกรมการปกครอง กระทรวงมหาด ไทย มีโครงการสมาร์ทไอดี (Smart ID) ซึ่งมีแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ เช่น แอพพลิเคชั่นทางด้านการตรวจสอบความถูกต้องของบัตรประจำตัวประชาชน, การนำบัตรประจำตัวประชาชนอัจฉริยะหรือสมาร์ทการ์ดไปใช้ในบริการภาครัฐอื่น ๆ การแสดงพิน โค้ด (Pin Code) ที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อยืนยันตัวตน รวมถึงการนำเสนอภาพในการเชื่อมต่อข้อมูลระหว่างกรมการปกครองและหน่วยงานอื่น ๆ ในอนาคต พร้อมเปิดให้ประชาชนทำบัตรประจำตัวประชาชนใหม่ ภายใต้กิจกรรม “บัตรประจำตัวประชาชนเลือกหน้าได้” นอกจากนี้ กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม มีบริการ Smart Transportation เป็นบริการเปลี่ยนใบขับขี่ธรรมดาให้เป็นสมาร์ทการ์ด และนำเทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี ติดตามรถมาใส่ไว้ในป้ายภาษีที่ติดหน้ารถ สามารถช่วยตรวจสอบเส้นทางเดินรถ ชี้พิกัด รถหาย และยังสามารถใช้บริการต่อทะเบียนรถได้ภายในงานผ่านแอพพลิเคชั่น พร้อมลองทำชุดข้อสอบใบขับขี่ผ่านตู้คีออส (Kiosk) ก่อนไปสอบจริงกันได้ ด้านไปรษณีย์ไทย โชว์บริการธนาณัติออนไลน์ และ Post e-Mart ซึ่งเป็นโมบายแอพพลิเคชั่นในการสั่งซื้อสินค้าและชำระเงินที่ง่ายเพียงคลิก และจะเปิดรับพรีออร์เดอร์สินค้า โอทอปและผลไม้สดทั่วประเทศไทยในงานด้วย ส่วนกรมพัฒนาธุรกิจการค้า แนะนำแอพพลิเคชั่น DBD e-Service โปรแกรมตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคล และโปรแกรมใบรับรองจดทะเบียนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ที่สามารถขอรับได้ที่ธนาคารสาขาใกล้บ้าน อีกทั้งยังสามารถโหลดดิจิตอลอีบุ๊ก “บันทึกความภาคภูมิใจที่คนทั่วโลกยกย่องในพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย” โดยสำนักราชเลขาธิการ และมารู้จักบริการ GCC 1111 (ศูนย์บริการข้อมูลภาครัฐเพื่อประชาชน) ให้บริการทุกเรื่องข้อมูลภาครัฐและเปิดรับข้อร้องเรียนของประชาชนเกี่ยวกับราชการ ในส่วนบริการของ EGA นำระบบ GIN2.5 ซึ่งเป็นการบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานด้านเครือข่ายรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมของประเทศ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายของหน่วยงานภาครัฐที่มีอยู่และขยายเครือข่ายให้ครอบ คลุมทุกส่วนราชการ และระบบ G-SaaS หรือ Government Software as a Service ที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐเช่าใช้ซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานภายในองค์กรได้อย่างรวดเร็ว และประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นการต่อยอดบริการคลาวด์ภาครัฐ (G-Cloud) นอกจากนี้ยังมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการกับ Government Application Center : GAC คือ แอพพลิเคชั่น (Native App) ที่เป็นศูนย์รวมแอพพลิเคชั่นต่าง ๆ ของภาครัฐมีมากกว่า 100 แอพพลิเคชั่นทั้งจากแอพ สโตร์ และเพลย์ สโตร์ งาน “e-Gov Day 2014 by EGA : e-Government for All ชีวิตยุคใหม่ ราชการทันสมัย ประชาชนทันสมัย ด้วยรัฐบาลอิเล็ก ทรอนิกส์” จะจัดขึ้นในวันที่ 15-17 ก.ค. นี้ ณ ลาน MF Paris ศูนย์การค้าเทอมินอล 21 สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอโศก อยากห็นภาพการนำระบบไอทีภาครัฐไปใช้บริการกับประชาชนจริง ๆ ในมุมมองใหม่ ๆ ต้องไม่พลาดงานนี้.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอทีภาครัฐเพื่อบริการประชาชน – ฉลาดสุดๆ
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ไอทีภาครัฐเพื่อบริการประชาชน – ฉลาดสุดๆ
-

ซัมซุงส่ง ‘กาแลคซี่ แท็บ เอส’ ลุยตลาดพรีเมียม
กระแสนิยมแท็บเล็ตเพิ่มสูงขึ้น ซัมซุงออก กาแลคซี่ แท็บ เอส ทำตลาด ชูจุดขายแท็บเล็ตพรีเมียมที่สุดในรอบ 2 ปี เน้นใช้งานเพื่อความบันเทิง พร้อมลงทุนเกือบ 100 ล้าน เปิด เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ ใหญ่ที่สุดในอาเซียน นายวิชัย พรพระตั้ง รองประธานธุรกิจโทรคมนาคมและไอที บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เปิดเผยว่า ความนิยมใช้งาน อุปกรณ์แท็บเล็ตของคนไทยและทั่วโลกมีเพิ่มสูงขึ้นมาก ซึ่งในปีนี้จะมีแท็บเล็ตในตลาดทั่วโลกถึง 290 ล้านเครื่อง ในจำนวนนี้เป็นแท็บเล็ตซัมซุงกว่า 40 ล้านเครื่อง และคาดว่าในปี 2558 ยอดขายแท็บเล็ตจะมีจำนวนสูงกว่ายอดขายรวมของโน้ตบุ๊กอย่างแน่นอน ปัจจุบันมีการใช้แท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงมากขึ้น ขณะที่สมาร์ทโฟนถูกใช้งานเพื่อพูดคุยโทรศัพท์และแชต เพราะขนาดจอไม่เหมาะกับการดูคอนเทนต์บันเทิง โดยส่วนใหญ่มีการใช้งานแท็บเล็ตเพื่อความบันเทิงถึง 50% ในจำนวนนี้เป็นการใช้เข้าอินเทอร์เน็ต 67% ใช้ชมวิดีโอ และคลิปรายการทีวี ภาพยนต์ 66% และใช้เข้าดูโซเชียล มีเดียต่าง ๆ ประมาณ 50% อย่างไรก็ตามแม้จะใช้งานเพื่อความบันเทิงมากขึ้น แต่พฤติกรรมการเลือกซื้อแท็บเล็ตของผู้บริโภคยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับหน้าจอมากเท่าไร ทางซัมซุงจึงได้ออก ซัมซุง กาแลคซี่ แท็บ เอส มาทำตลาด โดยเป็นแท็บ เล็ตระดับพรีเมียมที่สุดในรอบ 2 ปี มีจุดเด่นที่หน้าจอเทคโนโลยี ซุบเปอร์ อโมเลด (Super AMOLED) ให้ความคมชัดสีสันสมจริง กว่าแท็บเล็ตในตลาดทั่วไป และมีความบางเพียง 6.6 มิลลิเมตร มีหน้าจอ 2 ขนาด คือ 10.5 นิ้ว ราคา 19,900 บาท และ 8.4 นิ้ว ราคา 16,900 บาท เชื่อว่าจะะประสบความสำเร็จเหมือน ซัมซุง กาแลคซี่ แท็บ 3 Lite ที่มียอดขายเติบโตถึง 30% เมื่อเทียบกับรุ่นอื่น ๆ ด้านนายสิทธิโชค นพชินบุตร รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ ธุรกิจโทรคมนาคมและไอที กล่าวว่า ตลาดแท็บเล็ตของไทยในช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากการเมือง แต่เชื่อว่าครึ่งปีหลังจะกลับมามีอัตราการเติบโตได้ 30% ในส่วนของซัมซุงจะมีอัตราการเติบโตเป็นเลข 2 หลักเช่นกัน โดยเตรียมงบประมาณทำตลาดไม่น้อยกว่าปีที่ผ่านมา ครอบคลุม ทีวี นิตยสาร หนังสือพิมพ์ สื่อออนไลน์ ฯลฯ นอกจากนี้ยังได้ลงทุนกว่า 100 ล้านบาท เพื่อเปิด ซัมซุง เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์ ที่สยามสแควร์วัน ซึ่งเป็น ซัมซุง สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนพื้นที่กว่า 422 ตารางเมตร มีโซนจัดแสดงผลิตภัณฑ์ โซนจำหน่ายสินค้า และโซนบริการหลังการขายแบบครบวงจร โดยปัจจุบันซัมซุงมีสโตร์อยู่ 130 สาขา ทั่วประเทศ จะเปิดเพิ่มอีก 20 สาขาในปีนี้ ใช้งบลงทุนเฉลี่ยสาขาละ 10 ล้านบาท.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุงส่ง ‘กาแลคซี่ แท็บ เอส’ ลุยตลาดพรีเมียม -

ลุยแก้ พ.ร.บ.สลากฯ 2517
นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร ในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ เร่งศึกษาในส่วนของการแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 เนื่องจาก พ.ร.บ.สลากฯดังกล่าวใช้มาเป็นเวลานานกว่า 40 ปี ส่งผลให้การดำเนินงานบางส่วนติดขัดไม่สามารถทำได้ นอกจากนี้ ยังสั่งให้เจ้าหน้าที่สำนักงานสลากฯ ศึกษาแนวทางระบบการจัดสรรสลากฯที่มีปัจุบันว่าจะปรับปรุงอย่างไร ซึ่งคงไม่จำเป็นที่ต้องยกเลิกทั้งหมด แต่อาจต้องมีผลิตภัณฑ์คู่แข่งใหม่ออกมา เช่น สลากฯ 2 ตัว 3 ตัว ด้วยเครื่องอัตโนมัติ (หวยออนไลน์), หวยขูด เป็นต้น เพราะการศึกษาและผลงานวิจัยที่ผ่านมา พบว่าหากมีผลิตภัณฑ์คู่แข่งแล้ว จะส่งผลให้ราคาสลากฯปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ต้องขอดูรายละเอียดอีกครั้ง เพราะหากดำเนินงานดังกล่าว มีทั้งผลดีและผลเสีย แม้จะสามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้ แต่ก็ถือเป็นการมอมเมา รวมทั้ง อาจส่งผลกระทบต่อผู้พิการและผู้ค้ารายย่อยที่ขายสลากฯ ในปัจจุบัน “ภายหลังจากการสรรหาและแต่งตั้งผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯแล้ว คาดว่าจะหารือในเรื่องดังกล่าวทันที ซึ่งสำนักงานสลากฯก็ไม่ได้ปิดกันผลิตภัณฑ์หวยออนไลน์ ซึ่งต้องรอดูผลการศึกษาที่ละเอียดอีกครั้ง เพื่อไม่ให้กระทบผู้ประกอบการรายย่อยและคนพิการ ว่าควรจะมีหรือไม่ หากมีผลเสียที่กระทบคนพิการ ก็ต้องหาแนวทางแก้ไข รวมทั้ง จะเดินหน้าพัฒนาองค์กรให้มีความโปร่งใสในการใช้จ่ายเงิน ทั้งเงินบริจาค และการบริหารจัดการต่าง ๆ อีกด้วย” ขณะเดียวกัน การเพิ่มสลากฯในระบบตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป อยู่ที่ 74 ล้านฉบับ แบ่งเป็นสลากฯ ปกติ 52 ล้านฉบับ และสลากฯ การกุศล 22 ล้านฉบับ มองว่าเป็นการช่วยตลาดในระยะสั้น เพราะการพิมพ์เพิ่มเป็นการช่วยคนพิการรายย่อยให้สามารถนำสลากฯไปประกอบอาชีพ ได้ ซึ่งจะช่วยกดดันตลาดให้ราคาปรับลดลงอยู่ที่ใบละ 80 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยแก้ พ.ร.บ.สลากฯ 2517