เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 กรกฎาคม 2557  ปิดบวก 11.22 จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 11.22 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 14 ก.ค.ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้น และเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน รับแรงหนุนจากการเข้าซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่มีปริมาณหนาแน่นต่อเนื่องหลังตลาดไร้ปัจจัยลบเข้ากดดัน โดยหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคาร เป็นตัวผลักดันดัชนีหลักในวันนี้ประกอบกับแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 ยังคงมีอยู่ต่อเนื่อง ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,531.63 จุด  และลดลงต่ำสุด 1,523.05 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,529.23 จุด เพิ่มขึ้น 11.22จุดหรือ 0.74% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 41,293.36 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ทรู  ปิดที่  11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.09  บาท 2.พีทีทีจีซี ปิดที่ 68.75 บาท เพิ่มขึ้น 1.75 บาท 3.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 19.20 บาท เพิ่มขึ้น 1.20 บาท 4.ธ.ไทยพาณิชย์  ปิดที่ 186.50 บาท เพิ่มขึ้น 4.50 บาท 5.เอไอเอส ปิดที่ 326.00บาทปิดไม่เปลี่ยนแปลง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 14 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 11.22 จุด

  • เอกชนเสนอ14มาตรการกู้เศรษฐกิจไทย

    เอกชนเสนอ14มาตรการกู้เศรษฐกิจไทย

    นายบุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วยสมาคมธนาคารไทย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เปิดเผยภายหลังการประชุมกกร.ว่า  ที่ประชุมกกร.ได้ข้อสรุปแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ขยายตัวอย่างยั่งยืน 14 มาตรการ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ (กรอ.)  ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เป็นประธาน ซึ่งจะมีการประชุมครั้งแรกในวันที่ 16 ก.ค.นี้ สำหรับข้อเสนอต่างๆ มีดังนี้  ด้านการส่งเสริมการค้าและการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ   ขอให้ขยายเวลามาตรการสำหรับเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดขายแดนภาคใต้,ขอให้แก้ไขปัญหาการบริหารจัดการแรงงานแห่งชาติ,ส่งเสริมและอำนวยความสะดวกการค้าชายแดน,เร่งรัดเขตเศรษฐกิจพิเศษให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและให้จัดตั้งคณะกรรมการวางโรดแมบสินค้าเกษตร อาหารและพลังงานทดแทน  ด้านการส่งเสริมอุตสาหกรรม ได้แก่ โครงการคูปองนวตกรรม เพื่อพัฒนาขีดความสามารถเอสเอ็มอีไปสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ระยะที่2 (ปี 57- 59) และการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขปัญหาจากการวางและจัดทำผังเมือง  ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยว   ได้แก่ ขอให้ฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวระยะเร่งด่วน 1-3 เดือน ก่อนเข้าสู่เทศกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) และขอให้สนับสนุนบทบาทของคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ ด้านการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ได้แก่ ขอให้ปรับแนวทางการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานและโลจิสติกส์ของไทย ขอใช้กองทุนระบบสาธารณูปโภคเป็นทางเลือกในการระดมทุน และให้เร่งรัดการแก้ไขปัญหาน้ำภาคตะวันออก ข้อเสนอด้านการแก้ไขกฏระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ คือ ขอให้ปรับปรุงและแก้ไขกฎหมายที่เป็นอุปสรรค และให้สนับสนุนงบประมาณในการขยายระดับการค้ำประกันความสูญเสียของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ” การเสนอแนวทางเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ14 มาตรการ จะเสนอในนามกกร. และอีก 2 องค์กรภาคเอกชน  คือ สภาธุรกิจท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และสภาธุรกิจตลาดทุนไทยร่วมด้วย  ซึ่งสถานการณ์บ้านเราในขณะนี้ ทุกอย่างคลี่คลายแล้ว เชื่อว่า ภาวะเศรษฐกิจไทย ได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว และแนวโน้มจะดีขึ้นหลังการเมืองมีความชัดเจน โดยคาดว่าภาวการณ์ส่งออกทั้งปีจะขยายตัวได้ 3 – 5%  มองว่า  ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ครึ่งปีหลังมีแนวโน้มจะขยายตัว 4.2% ส่งผลให้ทั้งปีจีดีพีจะขยายตัวได้ 2% และปีหน้าเศรษฐกิจ จะขยายตัวได้ประมาณ 3.5-4.5% ซึ่งมาตรการที่เสนอให้เร่งขับเคลื่อนจะมีส่วนสำคัญในการผลักดัน แต่ปีนี้คงจะไม่ได้มากไปกว่านี้เพราะครึ่งปีแรกเศรษฐกิจเราติดลบ1%” นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า  ข้อเสนอ เบื้องต้น เชื่อว่า น่าจะได้รับการตอบสนองที่ดีจากที่ประชุมกรอ.  ส่วนภาพรวมการส่งออกไทยปีนี้ คาดว่า จะเติบโตได้ระดับ 3-5% โดยครึ่งหลังน่าจะขยายตัวได้ในระดับ3.5-4% เนื่องจากสินค้าเกษตรสำคัญเช่น ข้าวและน้ำตาล คาดว่า จะส่งออกได้เพิ่มขึ้น แต่หากไทยสามารถรักษาระดับค่าเงินบาทไว้ในช่วงครึ่งปีหลัง ไม่ให้ผันผวน และอยู่ในระดับไม่เกิน 33 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ จะมีผลดีต่อการส่งออกไทยในรูปของเงินบาทอย่างมาก นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานส.อ.ท. กล่าวว่า  เรื่องเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ คือการขยายมาตรการสินเชื่อผ่อนปรน(ซอฟท์โลน) ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อไปอีก 3 ปี คือตั้งแต่ม.ค. 58- ธ.ค.  60 จากเดิมจะสิ้นสุดในเดือนธ.ค. 57 , หากบสย.ปล่อยสินเชื่อเพิ่มเติมให้เอสเอ็มอี คือประมาณ 165,000 ล้านบาท เชื่อว่า จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้อีก 0.5% ในช่วงครึ่งปีหลัง ,การปรับปรุงหลักเกณฑ์การออกวีซ่าและใบอนุญาตทำงานโดยแยกระหว่างนักธุรกิจและแรงงานต่างด้าว , ส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียน และจะเสนอขอยกเว้นค่าธรรมเนียมวีซ่ากับจีนและไต้หวันเป็นระยะเวลา 1 ปี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอกชนเสนอ14มาตรการกู้เศรษฐกิจไทย

  • พาณิชย์มั่นใจส่งออกโต 3.5%

    พาณิชย์มั่นใจส่งออกโต 3.5%

    นางนันทวัลย์ ศกุนตนาค อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ในครึ่งหลังของปี 57 กลุ่มสินค้ายานยนต์และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และกลุ่มสินค้าอาหารจะเป็นแรงขับเคลื่อนให้การส่งออกไทยขยายตัวในระดับ 3.5% ซึ่งจะช่วยชดเชยสินค้าเกษตรมีหลายตัวที่มีปัญหาเรื่องวัตถุดิบและราคาตลาดโลกตกต่ำ เช่น กุ้ง ยางพารา น้ำตาล และปาล์มน้ำมันเบื้องต้นคาดว่าแนวโน้มตลาดส่งออกจะดีขึ้นทุกตลาด"สหรัฐฯจะดีขึ้นจากการลดคิวอี ส่วนยุโรป เศรษฐกิจหลายๆ ประเทศดีขึ้น เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศสอังกฤษ ขณะที่ญี่ปุ่นน่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นในระดับปกติและตลาดศักยภาพอย่างซีแอลเอ็มวี ตะวันออกกลาง แอฟริกา จะดีขึ้นหมดยกเว้นตลาดจีนที่ยังต้องจับตาเพราะจีนได้ปรับโครงสร้างเศรษฐกิจเน้นการพึ่งพาการบริโภคในประเทศซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออกของไทย แต่ไม่น่าจะมาก เพราะกรมฯมีแผนที่จะเจาะตลาดจีนเป็นพิเศษอยู่แล้ว"นางนันทวัลย์ กล่าวว่า การประเมินการส่งออกเป็นรายสินค้า พบว่า สินค้ากลุ่มอาหารจะขยายตัวได้ดี เช่นการส่งออกอาหารสำเร็จรูป ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป อาหารพร้อมรับประทานสิ่งปรุงรสอาหาร ผักและผลไม้ โดยเฉพาะไก่สดและแปรรูปที่จะส่งออกได้มากขึ้นหลังจากที่หลายประเทศได้ยกเลิกการห้ามนำเข้ากรณีที่แบนไทยเรื่องไข้หวัดนก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์มั่นใจส่งออกโต 3.5%