สกายสแกนเนอร์ ( Skyscanner)เว็บไซต์เสิร์ชเอนจิ้น และแอพค้นหาตั๋วเครื่องบินโรงแรมที่พักและรถเช่า ได้เปิดเผย “รายงานการเดินทางในอนาคต”(Future of Travel Report) ในประเทศไทยซึ่งเผยให้เห็นแนวโน้มเทคโนโลยีและวิธีการเดินทางในอนาคตตั้งแต่การวางแผนไปจนถึงการจองที่จะเปลี่ยนแปลงในช่วง10 ปีข้างหน้านี้รายงานฉบับนี้มาจากการวิจัยในเชิงลึกและการสัมภาษณ์กับผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆไม่ว่าจะเป็นบริษัทเทคโนโลยี นักอนาคตศาสตร์ รวมถึงนายกาเร็ธ วิลเลียมส์ ประธานบริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง Skyscanner นางสาวเกรซ ภพปภา อารีรัตน์ผู้จัดการพัฒนาตลาดประเทศไทยของ Skyscanner กล่าวถึงรายงานฉบับนี้ว่าความพยายามที่จะทำนายการเดินทางในอนาคตเป็นเรื่องน่าสนใจด้วยเทคโนโลยีที่มีการพัฒนาขึ้นใหม่จำนวนมากจึงเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะจินตนาการว่าเทคโนโลยีจะเข้ามามีบทบาทอย่างไรกับการเดินทางรายงานฉบับนี้จึงนำเสนอแนวโน้มการท่องเที่ยวในอนาคตผ่านมุมมองของ Skyscannerว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสผ่านเทคโนโลยีในอีก 10ปีข้างหน้ามีอะไรบ้าง “จากปริมาณการใช้เทคโนโลยีที่มากขึ้นรวมถึงเวลาที่ใช้ในการออนไลน์ของชาวไทยในแต่ละวันเรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เห็นว่าพวกเขาจะนำเทคโนโลยีในอนาคตมาทำให้การเดินทางง่ายขึ้นเร็วขึ้นและมีราคาถูกลง เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ในฝันได้อย่างไร” นางสาวเกรซสรุป รายงานการเดินทางในอนาคต (Futureof Travel Report) จะเริ่มด้วยการแนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับเพื่อนคู่หูในการเดินทางที่อยู่ในรูปแบบดิจิตอลหรือ ทอม (TOM ย่อมาจากTraveler of the Millennium) ซึ่งก็คือเพื่อนเสมือนจริงที่ให้คำแนะนำและจองทริปที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางของนักเดินทางยุคมิลเลเนียม ในอนาคตจะได้เห็นอุปกรณ์หรือเครื่องมือสวมใส่ติดตัวที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงตั้งแต่ Google Glass ที่เพิ่งเปิดตัวจนถึงอุปกรณ์มือถือขนาดเล็กที่สามารถบรรจุลงบนคอนแทคเลนส์พอดีเพื่อให้บริการการแปลได้ทันทีทำให้ผู้ใช้หมดอุปสรรคและข้อวิตกกังวลด้านความแตกต่างทางภาษา แนวคิดเสมือนจริงจะช่วยให้นักท่องเที่ยวมีโอกาส“ลองก่อนที่จะซื้อ” โดยพวกเขาจะได้เห็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ยินเสียง หรือแม้กระทั่งสัมผัสกับภูมิทัศน์ของสถานที่นั้นๆ จริงมากกว่าการแทนที่วันหยุดพักผ่อน Skyscanner คาดการณ์ว่าในปีพ.ศ. 2567 สนามบินจะยกระดับ ด้วยการใช้พื้นที่อย่างชาญฉลาด เพื่อมอบความสะดวกสบายมากขึ้นให้แก่ผู้โดยสารนอกจากนี้ สายการบินจะกลายเป็นฮับด้านไซเบอร์สำหรับนักท่องเที่ยวที่นักเดินทางสามารถสร้างพื้นที่ส่วนตัวเพื่อตอบสนองความต้องการด้านธุรกิจหรือเพื่อการพักผ่อนหย่อนใจด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด และให้บริการเช็คอินที่รวดเร็วก่อนเดินทางด้วยเที่ยวบินที่ผ่อนคลายและตรงตามความต้องการ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เทคโนโลยีเดินทางท่องเที่ยวของมนุษย์ในอีก10ปีข้างหน้า
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

เทคโนโลยีเดินทางท่องเที่ยวของมนุษย์ในอีก10ปีข้างหน้า
-

อุตสาหกรรมอัพเกรดผ้าโอท็อป
นางอรรชกา สีบุญเรือง อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.)กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กรมฯได้ลงพื้นที่พัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าโอท็อปภูมิปัญญาไทยมุ่งยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์โอท็อปผ่านโครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอทอปตลอดกระบวนการผลิตและและทดสอบตลาดจากการพัฒนา ซึ่งเป็นการร่วมกับสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ”ภายใต้ “โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายก้าวสู่สากล” เพื่อยกระดับและเพิ่มขีดความสามารถผู้ประกอบการโอท็อปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายทั่วประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติและเตรียมความพร้อมในการก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ในปี 58 นี้ทั้งนี้กรมฯจะเน้นการให้ความรู้ตั้งแต่ต้นน้ำกลางน้ำ ปลายน้ำ และนวัตกรรมต่างๆ นำร่องพัฒนาผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอทอปจ.นครราชสีมา และจะขยายสู่ภูมิภาครวมโดยตั้งเป้าพัฒนาผู้ประกอบการมากกว่า 200 รายและยกระดับอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์โอท็อปประเภทผ้าและเครื่องแต่งกายไทยสู่ตลาดสากลไม่น้อยกว่า 150 ผลิตภัณฑ์นางสุทธินีย์ พู่ผกา ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอกล่าวว่า สำหรับ "โครงการพัฒนามาตรฐานคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ้าและเครื่องแต่งกายโอท็อปตลอดกระบวนการผลิตและทดสอบตลาด"สถาบันฯได้วางแผนการดำเนินงานลงพื้นที่เพื่อสำรวจข้อมูลวิธีการผลิต วัตถุดิบ เก็บตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่ผู้ประกอบการต้องการส่งออกจากนั้นจึงนำกลับมาทดสอบตามมาตรฐานสากล หากผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่ตรงตามมาตรฐานจะมีการส่งทีมที่ปรึกษาและผู้เชี่ยวชาญเพื่อวิเคราะห์ปัญหาพร้อมให้คำแนะนำเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีคุณภาพและได้มาตรฐานตามสากลโดยที่ผ่านมาปัญหาส่วนใหญ่คือผู้ประกอบการเลือกใช้วัตถุดิบให้สีหรือสีย้อมที่ไม่ได้คุณภาพ มีสารตกค้างต่างๆ รวมทั้งกระบวนการย้อมที่ไม่คงที่ ส่งผลให้ผ้าตกสีซึ่งเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ผู้ประกอบการไทยไม่สามารถก้าวถึงตลาดต่างประเทศได้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อุตสาหกรรมอัพเกรดผ้าโอท็อป -

ถกโครงข่ายทีวีดาวเทียมเคเบิลแก้ปัญหาหลอกลวงผู้บริโภค
นางสาว สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) และประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวถึงความคืบหน้าสำหรับโครงข่ายกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำหรับให้บริการโครงข่ายกระจายเสียงหรือโทรทัศน์ สำหรับกิจการไม่ใช้คลื่นความถี่ ประเภทบอกรับสมาชิก ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีประกาศฉบับที่ 27 เรื่องการถ่ายทอดการออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอลและสถานีโทรทัศน์ที่ได้รับอนุญาต สัญญา หรือสัมปทานจากส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ได้ให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์แบบบอกรับสมาชิกที่ได้รับอนุญาต ออกอากาศได้ตามปกติผ่านทางโครงข่ายระบบผ่านดาวเทียม และเคเบิลแบบบอกรับสมาชิกเท่านั้น จึงได้เชิญโครงข่ายทั้งหมด 19 โครงข่าย จากทั้งหมด 21 โครงข่าย ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการสำหรับให้บริการกระจายเสียงหรือโทรทัศน์เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมการฯ เพื่อให้มีแนวทางในการคุ้มครองผู้บริโภค ที่จะต้องรับผิดชอบร่วมกับช่องรายการ ที่ได้รับอนุญาตให้ใช้โครงข่ายจากผู้รับใบอนุญาตฯ โดยคณะอนุกรรมได้เสนอให้ ผู้ประกอบการต้องปรับตัว โดยรวมตัวกันเพื่อช่วยกันกำกับดูแลเนื้อหา การโฆษณาหลอกลวง เพราะหากเรื่องมาถึง กสทช. แล้วจะเป็นการใช้ดุลพินิจของกรรมการ ซึ่งหลายฝ่ายอาจมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพสื่อ ทั้งนี้ แนวทางการกำกับดูแลของ กสทช. หากพบการกระทำที่ผิดกฎหมายจะดำเนินการกับช่อง และหากมียังพบกระทำความผิด จะขอความร่วมมือกับโครงข่ายเพื่อดำเนินการระงับ หรือไม่ให้ออกอากาศ ซึ่งหากโครงข่ายไม่ดำเนินการใดๆ กสทช. ก็มีสิทธิที่จะปรับ เพิกถอนใบอนุญาตโครงข่ายได้เช่นเดียวกัน ดังนั้น จึงขอความร่วมมือในการทำตามเงื่อนไขมาตรฐานสัญญา และดำเนินการตามประกาศ การกระทำที่เป็นการเอาเปรียบผู้บริโภคฯ พ.ศ. 2555 โดยเฉพาะในข้อ 5 ที่เกี่ยวข้องกับการโฆษณาสินค้าที่ไม่เอาเปรียบผู้บริโภค“ผู้ประกอบกิจการโครงข่ายได้เสนอให้ สำนักงานกสทช. ดูแลและกำกับโครงข่ายเถื่อนที่ไม่ได้รับอนุญาตด้วย เพราะทุกวันนี้ผู้ประกอบการทั้งหมดยินยอมเข้ามาอยู่ในระบบดังกล่าวแล้ว ต้องไม่ให้มีคู่แข่งที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้ได้ และผู้ประกอบการส่วนหนึ่งไม่ค่อยเห็นด้วยที่ต้องให้มาแบกรับภาระต้นทุนการกำกับดูแลเนื้อหาที่ไม่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ นอกจากนี้ มีคำถามด้วยว่า กรณีโฆษณาที่รายการจากต่างประเทศส่งมา โดยที่ช่องตัดไม่ได้ จะผิดหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบกิจการควรจะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคและดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง” นางสาวสุภิญญา กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ถกโครงข่ายทีวีดาวเทียมเคเบิลแก้ปัญหาหลอกลวงผู้บริโภค