เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ลุยสร้างจุดพักรถบรรทุกทั่วประเทศ

    ลุยสร้างจุดพักรถบรรทุกทั่วประเทศ

    นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยในงานสัมมนารับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 โครงการศึกษารายละเอียดการพัฒนาจุดพักรถบรรทุกตามเส้นทางขนส่งสินค้าหลักของประเทศ ว่า กระทรวงฯ เตรียมจัดทำจุดพักรถบรรทุก ตามเส้นทางขนส่งสินค้าหลักของประเทศรวม 41 แห่ง ทั่วประเทศ วงเงินทั้งสิ้น 8,500 ล้านบาท เพื่อลดปัญหาการเกิดอุบัติเหตุ ตามแผนแม่บทการพัฒนาจุดพักรถบรรทุก โดยกำหนดระยะเวลาดำเนินการ 15 ปี ซึ่งการดำเนินโครงการระยะแรก จะอยู่ในแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทย ที่กระทรวงคมนาคมจะนำเสนอคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พิจารณาด้วยสำหรับจุดพักรถที่สร้าง จะแบ่งเป็นศูนย์บริการพักรถบรรทุก 13 แห่ง และจุดจอดพักรถ 28 แห่ง แบ่งการลงทุนเป็น 3 ระยะ ระยะละ 5 ปี ระยะเร่งด่วนปี 58-62 ระยะกลางปี 63-67 และระยะยาวปี 67-72 เบื้องต้นอยู่ระหว่างศึกษาโครงการต้นแบบที่ ต.หนองสาหร่าย อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา คาดว่าจะศึกษาแล้วเสร็จเดือนก.ย.นี้ จากนั้นเดือนธ.ค. จะเสนอครม.ชุดใหม่พิจารณา ใช้เวลาก่อสร้าง1 ปี หรือเปิดให้บริการได้ปลายปี 58 ถึงต้นปี 59“โครงการนี้คงอยู่ภายใต้กรมทางหลวง ส่วนการบังคับใช้ให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น คงต้องให้กรมการขนส่งทางบก โดยโครงการแรกจะใช้งบกลางดำเนินการ เพราะของบประมาณปี 58 ไม่ทัน ส่วนโครงการอื่น ๆ จะใช้งบประมาณในปี 59 ซึ่งแต่ละโครงการจะใช้งบประมาณดำเนินการ 200 ล้านบาท”นายจุฬา กล่าวว่า สนข.ยังมีแนวคิดที่จะเปิดให้เอกชนเข้ามาร่วมดำเนินโครงการ ภายใต้สัญญาสัมปทาน แต่ทั้งนี้ จะต้องดูรูปแบบที่เหมาะก่อน ซึ่งจะต้องผ่านกระบวนการตาม พ.ร.บ.ร่วมทุน ปี 35ด้วย แต่ไม่ต้องยื่นรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) เพราะเป็นโครงการขนาดเล็กไม่น่าจะเข้าเกณฑ์ดังกล่าวแต่อย่างใดส่วนความคืบหน้ายุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของไทยระยะเร่งด่วนนั้น ได้ส่งออกไปจากกระทรวงคมนาคมหมดแล้ว รอเพียงนำเข้าสู่การพิจารณาของ คสช.เท่านั้น ส่วนจะดำเนินการโครงการได้ทั้งหมดตามที่เสนอไปหรือไม่ ก็ต้องรอคสช.พิจารณาก่อน ด้านความคืบหน้าการประกวดราคาหาผู้เข้ามาวางระบบตั๋วร่วมนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาของเอกชนทั้ง 4 กลุ่ม ว่าผ่านด้านเทคนิคหรือไม่ จากนั้นจะเปิดซองราคาหาผู้ที่เสนอราคาต่ำสุดให้ดำเนินโครงการ คาดว่าสัปดาห์นี้ หรือสัปดาห์หน้า จะได้ข้อสรุปและนำเสนอ คสช.พิจารณาก่อนลงนามในสัญญาเพื่อดำเนินโครงการต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยสร้างจุดพักรถบรรทุกทั่วประเทศ

  • จี้จัดระเบียบรถตู้

    จี้จัดระเบียบรถตู้

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุข ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้เชิญ 5 หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กรมการขนส่งทางบก การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและการจราจร (สนข.) มาประชุมความคืบหน้าการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะ โดยสั่งให้กรมการขนส่งทางบก เร่งศึกษาสภาพรถตู้โดยสารที่กำลังหมดอายุการให้บริการ 9 ปี เพื่อจัดหารถยนต์ชนิดอื่นมาให้บริการแทนในอนาคตทั้งนี้ เนื่องจากผลศึกษาพบว่า สภาพรถตู้โดยสารไม่เหมาะสมในเรื่องความปลอดภัยต่อการให้บริการขนส่งผู้โดยสารมากนัก จึงควรหารถโดยสารขนาดเล็กประเภทอื่น มาให้บริการแทนเหมือนกับในประเทศญี่ปุ่น โดยเรื่องนี้จะทยอยทำ หลังจากรถตู้ส่วนใหญ่หมดสภาพการใช้งานไปแล้ว ตลอดจนจะหาเทคโนโลยีมาบริหารจัดการควบคุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในรถตู้เพิ่มขึ้นด้วย เช่น ติดตั้งระบบติดตามจีพีเอส และอาร์เอฟไอดีส่วนการสำรวจ และเก็บข้อมูลจำนวนรถตู้โดยสารสาธารณะ ขณะนี้ กรมการขนส่งฯ ได้ให้ติดสติกเกอร์รถตู้ที่ถูกกฎหมาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการแล้ว ส่วนการสำรวจเส้นทางโดยสารนั้น ขณะนี้กำลังบริหารจัดการ เพื่อให้จัดการบริหารระหว่างจำนวนรถตู้ และเส้นทางให้สอดคล้องตรงกับปริมาณความต้องการของประชาชนที่เข้ามาใช้ คาดว่าจะต้องแล้วเสร็จภายในวันที่ 20 ก.ค.นี้นายสร้อยทิพย์ กล่าวว่า พร้อมกันนี้ ได้สั่งให้ สนข.ลงสำรวจการเดินรถของผู้ประกอบการรถตู้ในกรุงเทพฯ หลังจัดระเบียบ ทั้งจุดจอดมักกะสัน และบริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ว่าเป็นอย่างไร ทั้งในวันปกติ และวันหยุดราชการ รวมถึงศึกษาเพิ่มเติมว่า หากไม่จอดที่สถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน จะไปจอดที่จุดใด หรือไปสร้างปัญหาบนถนนเส้นทางอื่นหรือไม่ อย่างไร โดยให้รายงานกลับมาภายใน 1 สัปดาห์ส่วนการพิจารณาราคาค่าโดยสารนั้น ได้วิเคราะห์ข้อมูลความเหมาะสมในแต่ละเส้นทางแล้ว และบังคับให้ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะ กำหนดราคาค่าโดยสารตามที่ได้วิเคราะห์ ดังนั้นเรื่องราคาไม่น่าจะมีปัญหา ขอให้ประชาชนที่ใช้บริการมั่นใจได้ว่าทางกระทรวงคมนาคมได้เข้าไปตรวจสอบ และจัดให้ผู้ประกอบการเก็บค่าโดยสารในราคาที่เหมาะสมแต่ทั้งนี้ก็ยอมรับว่ามีผู้ประกอบการรถตู้บางเส้นทาง กลับเก็บค่าโดยสารที่ถูกกว่าราคาจริง เช่น เส้นทางกรุงเทพ-เพชรบุรี ผู้ประกอบการรถตู้จัดเก็บราคา 100 บาท ทั้งที่ควรจะเก็บ 106-109 บาท ขณะที่ผู้ประกอบการรถตู้บางรายเก็บค่าโดยสารเกินราคาที่วิเคราะห์ เช่น เส้นทางกรุงเทพ-อุทัยธานีผู้ประกอบการรถตู้จัดเก็บราคา 180บาท ทั้งที่ควรจะเก็บเพียง 150 บาท เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จี้จัดระเบียบรถตู้

  • น้ำ(ยัง)น้อย – รู้หลบ

    น้ำ(ยัง)น้อย – รู้หลบ

    ภายในสัปดาห์นี้ โดยเฉพาะครึ่งหลัง ระหว่าง วันที่ 8-12 ก.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรง คาดว่าจะทำให้บริเวณประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้น และตกหนักบางแห่ง ครอบคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ด้านตะวันตกของภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ในทะเลอันดามัน และอ่าวไทยตอนบน จะมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ภาคตะวันออกน่าจะมีฝนมากกว่าที่อื่น แต่ที่กรมอุตุนิยมวิทยา ออกคำเตือนให้ระวังเป็นพิเศษ สำหรับช่วงนี้ คือขอให้ประชาชนทางภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน ใส่ใจอันตรายจากฝนตกหนัก ชาวเรือให้เพิ่มความระมัดระวัง เรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่ง ทั้งทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบน ข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยา ยังยืนยันการคาดหมายลักษณะอากาศฤดูฝนปีนี้ว่า ครึ่งแรกของเดือนกรกฎาคม พื้นที่ประเทศไทยตอนบน ฝนจะน้อย เพราะร่องมรสุมจะเลื่อนขึ้นไปพาดอยู่ทางตอนใต้ของประเทศจีน จนครึ่งหลังของเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน ที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาที่ประเทศไทยตอนบนอีกรอบ ในจังหวะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ก็จะมีกำลังแรงขึ้น จึงมีฝนตกหนักบางพื้นที่ มีโอกาสน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำล้นตลิ่งได้ในบางพื้นที่ เอาเป็นว่า นับแต่กลางเดือน กรกฎาคม ยันกันยายน ต้องใส่ใจกับฝนฟ้าที่จะมามากกว่าช่วงนี้ ถึงอย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา ฝนตกต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไปเยอะ และคาดว่าตลอดทั้งปีนี้ ก็คงจะน้อยอยู่ดี ขณะที่กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล จ.ตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ ยังมีปริมาณน้ำไหลลงอ่างฯ ในเกณฑ์น้อย แม้จะเข้าสู่ฤดูฝนได้ระยะหนึ่งแล้วก็ตาม กรมชลประทานรายงานว่า ได้ช่วยกันกับการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.)เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมกับเริ่มวางแนวทางบริหารจัดการน้ำ ให้สอดคล้องกับสภาวะฝน โดยไม่ให้กระทบกับพื้นที่ทางท้ายเขื่อน และเตรียมการเก็บกักน้ำให้มากที่สุด การสำรองน้ำสำหรับฤดูแล้งหน้าเริ่มขึ้นแล้ว ถ้าได้ยินข่าวการเตรียมรับมือฤดูแล้ง ทั้งที่มีฝนตกก็อย่าแปลกใจ เพราะอัตราการไหลของน้ำลงอ่างต่ำอย่างใจหาย ข้อมูลที่สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) นำมาเปิดเผย ระบุว่าขณะนี้เขื่อนภูมิพล มีน้ำอยู่ 31 เปอร์เซ็นต์ แต่ใช้ได้จริงแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์ เหลือ 34เปอร์เซ็นต์ ใช้ได้จริงเพียง 4 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับน้ำน้อยวิกฤติ ที่น้อยสุดเวลานี้ เขื่อนจุฬาภรณ์มีเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ เท่ากับว่า ที่ต้องใส่ใจเวลานี้ มีทั้งระวังฝนตกหนักเฉพาะหน้า เป็นบางแห่ง ซึ่งอาจมีน้ำท่วมฉับพลัน พร้อมกันก็ให้คำนึงว่า ปัญหาน้ำน้อยและการขาดแคลนในฤดูแล้งคงได้เจอกันช่วงปลายปี อีก 4-5 เดือนก็ได้เห็น หยาดน้ำฟ้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : น้ำ(ยัง)น้อย – รู้หลบ