เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ

    ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ

    รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า วันที่ 9 ก.ค.นี้ การประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับรัฐวิสาหกิจ (ซุปเปอร์บอร์ด) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธาน นอกจากจะหารือกรอบนโยบายการบริหาร และกำกับรัฐวิสาหกิจให้ดำเนินงานมีประสิทธิภาพและโปร่งใสแล้ว ยังจะหารือถึงการจ่ายผลตอบแทนกรรมการ รวมถึงการจ่ายโบนัสพนักงาน ให้เหมาะสมมากขึ้น เพราะพบว่ากรรมการมีผลตอบแทนทางอ้อมที่ซ่อนเป็นรายจ่ายของรัฐวิสาหกิจจำนวนสูงมากขณะเดียวกัน ที่ผ่านมา การจ่ายโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น คสช. ได้สั่งให้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ในฐานะเลขานุการของซุปเปอร์บอร์ด ทำข้อมูลรายงานให้คณะกรรมการทราบ เนื่องจากพบว่า มีหลายรัฐวิสาหกิจจ่ายโบนัสข้าราชการสูงถึงปีละ 3,000-4,000 ล้านบาท แต่ต้องมาขอเงินเพิ่มทุนจากกระทรวงการคลัง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม รวมทั้ง ยังพบว่ารัฐวิสาหกิจที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เช่น บริษัท ท่าอากาศยานไทย จ่ายโบนัสให้พนักงานปีที่ผ่านมาสูงถึง 11 เดือน ซึ่งสูงเกินไปเมื่อเทียบกับการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจอื่นทั้งนี้ คสช. ต้องการปรับปรุงการจ่ายผลตอบแทนกรรมการ และการจ่ายโบนัสพนักงานรัฐวิสาหกิจไปพร้อมกัน เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ประหยัดเงินของประเทศ สำหรับการจ่ายเงินผลตอบแทนของคณะกรรมการนั้น จะเสนอให้ลดผลตอบแทนการเบิกจ่ายค่ารับรองที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการของรัฐวิสากิจ ซึ่งพบว่าคณะกรรมการ เบิกสูงบางคน 3-4 แสนบาทต่อเดือน ซึ่งมีทั้งค่าเดินทางไปต่างประเทศดูงาน การเลี้ยงรับรองลูกค้ารายใหญ่ เป็นต้นสำหรับการจ่ายเงินโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจนั้น จะเสนอให้จ่ายโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจ นอกตลาดหลักทรัพย์ใหม่ จากปัจจุบันจ่ายด้สูงสุดถึง 8 เดือน อาจต้องลดจำนวนเดือนลง หรือไม่ก็ต้องเพิ่มความเข้มข้นของการประเมิน ที่เป็นเกณฑ์การจ่ายโบนัสให้มากขึ้น รวมทั้งจะเสนอว่าการจ่ายโบนัสต้องเป็นกำไรจากผลการดำเนินงานจริง ๆ ไม่ใช้โยกเงินทางบัญชี เช่น เงินสำรองหนี้เสียกลับมาเป็นกำไร และการจ่ายโบนัสต้องกันเงินไว้สำหรับการเพิ่มทุนก่อน ไม่ใช่จ่ายโบนัสก่อนและมาขอเงินงบประมาณเพิ่มทุนขณะที่การจ่ายเงินโบนัสของพนักงานรัฐวิสาหกิจในตลท. จะเสนอให้ทบทวนจำกัดเพดานเหมือนกับรัฐวิสาหกิจที่อยู่นอกตลท. ซึ่งผลสรุปขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของซุปเปอร์บอร์ด ที่จะเสนอให้ คสช. เห็นชอบออกมาเป็นคำสั่งต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซุปเปอร์บอร์ดลุยรื้อผลตอบรัฐวิสาหกิจ

  • สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

    สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

    น.ส.จุฬารัตน์สุธีธร ผู้อำนวยการ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า สบน.จะเปิดขายขายพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ7 ปี และ 10 ปี วงเงิน 30,000 ล้านบาทให้ประชาชนและนักลงทุนทั่วไป ระหว่างวันที่ 15-25 ก.ค.นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีผู้สนใจซื้อมากกว่าวงเงินที่เปิดขายอย่างแน่นอน เนื่องจากอดีตที่ผ่านมา สบน.เคยออกพันธบัตรออมทรัพย์วงเงิน 80,000 ล้านบาทก็มีผู้สนใจซื้อหมดภายในไม่กี่วัน ทั้งนี้พันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ยังให้ผลตอบแทนสูง โดยพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 7 ปีอัตราดอกเบี้ย 4.25% ต่อปี และอายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.75% ต่อปีโดยดอกเบี้ยดังกล่าวนั้น ชดเชยภาษีดอกเบี้ยจ่าย 15% ที่เป็นภาระของผู้ซื้อต้องจ่ายรวมกับบวกผลกำไรอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับพันธบัตรรัฐบาลอายุเดียวกัน อย่างไรก็ตามปัจจุบันพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี ให้ผลตอบแทน 4.25% และพันธบัตรรัฐบาลอายุ 50 ปีให้ผลตอบแทน 4.34% ต่อปี ซึ่งเมื่อเทียบการลงทุนในพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ ถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีมากเพราะพันธบัตรออมทรัพย์อายุ 7 ปี ให้ผลตอบแทนเท่ากันพันธบัตรรัฐบาล 30 ปีและพันธบัตรออมทรัพย์อายุ  10 ปีให้ผลตอบสูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล 50 ปี สำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สนใจซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ครั้งนี้ ได้จากธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารไทยพาณิชย์โดยซื้อผ่านตู้เอทีเอ็ม และเคาเตอร์ของธนาคารโดยในส่วนของกรุงไทยนั้น ซื้อผ่านระบบออนไลน์ของธนาคารได้อีกช่องทางหนึ่ง หากผู้ที่ต้องการซื้อพันธบัตรออมทรัพย์เป็นบัตรของขวัญให้ผู้อื่น ซื้อได้ที่ธนาคารกสิกรไทย น.ส.จุฬารัตน์กล่าวว่า การขายพันธบัตรออมทรัพย์ 2 วันแรก คือ วันที่ 15-16 ก.ค. นี้จะเปิดขายให้เฉพาะผู้สูงอายุเกิน 60 ปี ให้ซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคารหลังจากนั้นวันที่ 17-20 ก.ค. เปิดให้บุคคลทั่วไป รวมถึงมูลนิธิที่ไม่แสวงหากำไรซื้อขั้นต่ำ 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 2 ล้านบาทต่อคนต่อธนาคารและ 21-25 ก.ค. เปิดให้บุคคลทั่วไป โดยไม่กำหนดเพดานการซื้อสูงสุดแต่หากมีผู้สนใจเต็มวงเงินก็จะปิดการซื้อขายทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สบน.เปิดขายพันธบัตรออมทรัพย์7-10ปี

  • ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ

    ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ

    วันนี้ (8 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีการแชร์ข้อความผ่านโซเชียลมีเดียของชายหนุ่มหน้าตาดี โดยในข้อความระบุถึงความต้องการหาคนเลี้ยงดูเพื่อให้จ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวเป็นจำนวนเงินเดือนละกว่า 2 หมื่นบาทนั้น ล่าสุดเจ้าของภาพที่อยู่ในโพสต์ได้ออกมาชี้แจงว่าตนถูกกลั่นแกล้งซึ่งตนได้เรียนจบแล้ว และจะเอาผิดกับผู้ที่นำรูปออกมาโพสต์เพื่อดำเนินคดี ซึ่งในวันที่ 9 ก.ค.57 จะยื่นหนังสือถึงกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เพื่อให้หาตัวผู้ที่นำรูปและข้อความดังกล่าว ที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) นายธนิต ประภาตนันท์ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางเทคโนโลยีสารสนเทศสำนักงานปลัดกระทรวงไอซีที กล่าวว่าสำหรับกรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายความผิดทางพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ…หรือ พ.ร.บ.คอมฯ เนื่องจากเป็นการหมิ่นประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหายและอับอาย โดยหากจะตีความการการกระทำความผิดทางพ.ร.บ.คอมฯ จะมี 3 ข้อ หลักด้วยกันคือ การหมิ่นเบื้องสูง ความผิดที่เกี่ยวกับความมั่นคง และการโพสข้อความลามกอนาจาร ที่ไม่สามารถยอมความได้ เป็นต้น ทั้งนี้ หากผู้เสียหายมายื่นหนังสือขอความช่วยเหลือต่อกระทรวงไอซีที กระทรวงไอซีทีก็จะรับเรื่องไว้พิจารณา และจะอธิบายพร้อมให้คำแนะนำว่าจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไป

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีที ระบุโพสต์หนุ่มหน้าใสขอค่าเลี้ยงดูไม่เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.คอมฯ