รายงานข่าวจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ผ่านการคัดเลือกและจัดสรรสลากฯให้กับผู้พิการจำนวน2 ล้านฉบับ 3,340 ราย เพื่อจำหน่ายสลากงวดวันที่ 1 ส.ค.57 ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.glo.or.th เป็นที่เรียบร้อยแล้วโดยผู้พิการสามารถตรวจสอบรายชื่อ หากผ่านการคัดเลือกดังกล่าว ก็ให้เข้ามารายงานตัวที่สำนักงานสลากฯสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรีได้ทันทีทั้งนี้ สำนักงานสลากฯ จะดำเนินการทุกวิธีในการติดต่อ เพื่อเรียกให้ผู้พิการที่ได้รับการจัดสรรเข้ามาแสดงตัว เนื่องจากตามกำหนดการแล้ว สลากฯที่พิมพ์เพิ่มอีก 2 ล้านฉบับ จะมีผลตั้งแต่งวดวันที่ 1 ส.ค.57เป็นต้นไป ทำให้ผู้พิการจะต้องเข้ามารับสลากฯ ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.57 เพื่อนำสลากฯไปจำหน่าย โดยผู้พิการทำหน้าที่เป็นตัวแทนขายที่ ได้รับโควตารายย่อย ซึ่งจะได้รับส่วนลด 7% หรือคิดเป็นในราคาคู่ละ 74.40 บาท เพื่อให้ขายในราคาคู่ละไม่เกิน 80 บาท ซึ่งจะได้รับจัดสรรสลากฯไปจำหน่ายคนละ 6 เล่ม”รายงานข่าวจากผู้ค้าส่งสลากฯ กล่าวว่าบรรยากาศการซื้อขายสลากฯ บริเวณกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด เป็นไปด้วยความคึกคัก โดยเฉพาะหน้าสำนักงานสลากที่สนามบินน้ำ และศาลากลางทุกจังหวัด ที่กำหนดให้ขายสลากฯราคา 80 บาท พบว่าประชาชนจำนวนมากเดินทางไปเลือกซื้อตามจุดขายดังกล่าว เพราะเมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมา ถือว่าราคาสลากฯ ปรับลดลงมาก ส่งผลให้ประชาชนซื้อสลากฯ เก็บไว้เพื่อเสี่ยงโชคเพิ่มขึ้น โดยเชื่อว่าอาทิตย์สุดท้ายก่อนการออกรางวัล จะมีประชาชนซื้อสลากเพิ่มขึ้นมากกว่างวดที่ผ่านมา ๆ อีกด้วย“ที่ผ่านมา นโยบาย คสช.ได้กำหนดไว้เฉลี่ยขายปลีกใบละ 80-92 บาท แต่หากเป็นเลขดัง หรือเลขสวย ราคาจะขยับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยขายปลีกใบละ 95 บาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา ถือว่าราคาได้ปรับลดลงมามาก ใบละ 10-15 บาท รวมทั้งการผ่อนปรนนโยบายของคสช.ที่ไม่ให้ดำเนินคดีกับพ่อค้า แม่ค้าที่ขายเกินราคา ทั้งร้านค้าสลากฯ และผู้ค้าที่เป็นหาบเร่ หรือจักรยาน ทำให้เหล่าบรรดาเซียนหวยออกมาซื้อมากขึ้น”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สลากฯประกาศรายชื่อผู้พิการผ่านเว็บไซต์
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

สลากฯประกาศรายชื่อผู้พิการผ่านเว็บไซต์
-

ททท.คลอดประกันภัยนักท่องเที่ยว
นางจุฑาพร เริงรณอาษา รองผู้ว่าการด้านตลาดยุโรป อเมริกากลาง และตะวันออกกลาง การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้มีบริษัทประกันภัยรายใหญ่ของไทย คือ เมืองไทยประกันภัย เจ้าพระยาประกันภัยและ สยามซิตี้ประกันภัย ได้ร่วมกันจัดทำรูปแบบประกันภัย สำหรับคุ้มครองนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่มาท่องเที่ยวเมืองไทยซึ่งถือเป็นครั้งแรก ที่ ททท.จะร่วมลงนามบันทึกความเข้าร่วมกัน (เอ็มโอยู ) ด้วย ภายหลังที่บริษัททัวร์ต่าง ๆ ไม่รับทำประกันภัย เพราะอยู่ในช่วงของการประกาศกฎอัยการศึก โดยการทำงานร่วมกันในครั้งนี้ เชื่อว่าจะช่วยสร้างความมั่นใจและกระตุ้นการเดินทาง และมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น“ต้องยอมรับว่าการที่นักท่องเที่ยวลดลงไปส่วนหนึ่ง เป็นเพราะยังไม่มั่นใจเรื่องความปลอดภัย เมื่อจะเดินทางมาเมืองไทย เพราะประกันภัยนักท่องเที่ยวจะไม่ครอบคลุมทันที เมื่ออยู่ในช่วงชุมนุมหรือกฎอัยการต่าง ๆ เราจึงได้หันมาใช้การทำประกันในประเทศแทน โดยนักท่องเที่ยว เมื่อลงเครื่องบินอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย จะได้รับความคุ้มครองทันที ผ่านการจ่ายเบี้ยประกัน 650บาท สินไหมคุ้มครองสูงสุดถึง 1 ล้านบาท โดยจะครอบคลุม ผู้เอาประกัน ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ สายการบินล่าช้า กระเป๋าหายหรือส่งล่าช้า และสนามบินปิดโดยขณะนี้ อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ซึ่งหากอนุมัติ จะพร้อมขายในวันที่ 15 ก.ค.นี้ทันที”ทั้งนี้ระบบประกันภัยดังกล่าว ได้ใช้ฐานของระบบประกันภัยของ อะไลอันซ์ โกลบอล แอสซิสเตนท์ (เอจีเอ) ซึ่งเป็นระบบที่ได้มาตรฐานสูงสุดจากสหภาพยุโรป (อียู) โดยประเทศที่จะให้ความสนใจมากที่สุด หากมีการเปิดขายประกันได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และ ฮ่องกงสำหรับการขาย จะเน้นการขาย ทั้งกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มากับบริษัททัวร์ และกลุ่มที่เดินทางมาด้วยตัวเอง (เอฟไอที) ผ่านการขาย ทั้งทางออนไลน์ และให้สำนักงานททท.ในต่างประเทศทั้ง 27 แห่งประชาสัมพันธ์ทุกช่องทางเช่นกัน ขณะเดียวกันจะหารือกับโรงแรมต่าง ๆ โดยเฉพาะในกลุ่ม 5-6 ดาว ให้ทำการพ่วงแพ็กเกจการขายในลักษณะขายโรงแรมพ่วงด้วยแพ็กเกจประกันภัยเพื่อสร้างจุดสนใจให้นักท่องเที่ยว หรือเมื่อซื้อแพ็กเกจทัวร์แล้ว จะแถมรางวัลเป็นการได้แพ็กเกจประกันภัยฟรีทั้งนี้การประกันภัยนักท่องเที่ยวนั้น ก่อนหน้านี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้จัดทำในรูปแบบโครงการประกันภัยนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว วงเงิน 200 ล้านบาท แต่ได้หมดอายุไปตั้งแต่เดือน มี.ค.ที่ผ่านมา และยังไม่มีกำหนดการจะต่ออายุด้านนายศิษฎิวัชรชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) กล่าวว่า การทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว ถือว่าช่วยสร้างความมั่นใจได้มากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวในกลุ่มประเทศจากอียู ที่ขณะนี้หลายประเทศยังไม่คุ้มครองประกันภัยนักท่องเที่ยว แต่อย่างไรก็ตาม หากมีประกันภัยฯแล้ว ทั้งหน่วยงานภาครัฐ คือททท.และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว และบริษัททัวร์รับรู้ให้มากที่สุดนอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการมากกว่าการทำประกันภัยคือ การสร้างความมั่นใจให้นักท่องเที่ยวผ่านผู้นำของประเทศ อาทิ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่หากไปเยือนประเทศใด ควรใช้โอกาสนี้ แจ้งให้กับผู้นำของประเทศนั้น ว่าไทยพร้อมแล้ว และเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวกลับมาเที่ยวได้เหมือนเดิม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.คลอดประกันภัยนักท่องเที่ยว -

“ประภัสร์” ย้ำไม่ลาออกหนีปัญหา
นายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เปิดเผยว่า ร.ฟ.ท .เตรียมออกประกาศห้ามผู้รับสัมปทานทุกราย ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนรถไฟทุกขบวน รวมทั้งห้ามผู้โดยสารดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างการเดินทางบนรถไฟทุกขบวนด้วย โดยผู้โดยสารสามารถนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติดตัวมาได้ แต่หากเจ้าหน้าที่พบว่ามีการดื่ม จะเชิญลงจากขบวนรถทันที เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้ผู้โดยสารที่ใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะนอกจากนี้ จะเร่งตรวจสอบประวัติพนักงาน และลูกจ้างทั้งหมด ที่ทำหน้าที่ให้บริการผู้โดยสารบนขบวนรถ รวมทั้งทบทวนกระบวนการคัดเลือกลูกจ้างชั่วคราว มาเป็นลูกจ้างประจำ ว่ามีช่องโหว่ในจุดใด เพราะพนักงานที่ก่อเหตุเป็นลูกจ้างประจำ ที่เพิ่งเลื่อนมาจากลูกจ้างชั่วคราว ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติอาชญากรรม และลายนิ้วมือ โดย ร.ฟ.ท.จะเพิ่มความเข้มงวดด้านมาตรการรักษาความปลอดภัย ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่ตรวจหาแอลกอฮอล์ในตัวของผู้ให้บริการบริเวณสถานีหลัก และสุ่มตรวจระหว่างการเดินทาง รวมทั้งเพิ่มเจ้าหน้าที่ตรวจตราบนขบวนรถระหว่างการเดินทางให้มากขึ้น เพราะที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ"ยอมรับว่าขณะนี้การรถไฟยังมีข้อจำกัดเรื่องพนักงานร.ฟ.ท. ซึ่งขาดแคลนพนักงานกว่า 8,000 คน เพราะจากเดิมมีพนักงาน 24,000 คน แต่ปัจจุบันเหลือ 11,000 คนเนื่องจากมีข้อจำกัด การกำหนดอัตรากำลังภาครัฐ ทำให้ต้องใช้วิธีการว่าจ้างลูกจ้างแทนแต่ยอมรับว่าจะต้องเพิ่มความเข้มงวดในการกวดขันพนักงาน พร้อมกันนี้ขอปฏิเสธข่าวว่า พนักงานที่รับเข้ามาล่าสุด90 คนนั้น ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแต่กำลังให้สอบสวนว่า เหตุใดประวัติข้อมูลของนายวันชัยที่มีทีคดีค้ายาจึงไม่มีการรายงานขึ้นมา"นายประภัสร์ กล่าวว่า สำหรับการเยียวยาผู้เสียหายนั้น เบื้องต้นร.ฟ.ท.จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในการทำพิธีศพ ส่วนวงเงินค่าชดเชย จะเจรจากับผู้ปกครองของผู้เสียหายต่อไป รวมทั้งจะมอบเงินรางวัล 50,000 บาท ให้ผู้ที่ชี้เบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ด้วยส่วนกระแสเรียกร้องให้ผู้ว่า ร.ฟ.ท.ลาออกเพื่อแสดงความรับผิดชอบนั้น นายประภัสร์กล่าวว่า หากลาออกแล้วจะแก้ปัญหาได้หรือไม่ และอาจถูกมองว่าหนีปัญหา ดังนั้นจะขออยู่เพื่อแก้ไขปัญหาหลังจากนี้ เพื่อจะได้มีคนสั่งการ และหามาตรการป้องกัน โดยเฉพาะการเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา แต่อันดับแรกจะต้องดูและเรื่องความปลอดภัยของผู้โดยสาร โดยเฉพาะผู้โดยสารที่เป็นเด็ก และผู้หญิงเป็นไปได้ว่าจะจัดทำขบวนรถสำหรับผู้หญิง หรือเลดี้โบกี้ เพื่อเป็นทางเลือกตามความสมัครใจ แม้จะไม่มีผู้สนใจแต่ ร.ฟ.ท.ก็ต้องจัดการให้มี“ขณะเดียวกัน ได้ให้ฝ่ายอาณาบาล (ฝ่ายกฎหมาย) พิจารณาจัดทำร่างเพื่อออกประกาศห้ามจำหน่ายสุราบนตู้โดยสารของรถไฟ และผู้โดยสารหากพกพามาเองก็ห้ามนำมาดื่มบนขบวนรถด้วย จะเร่งออกประกาศให้มีผลบังคับใช้โดยเร็วที่สุดเพราะเป็นอำนาจ ร.ฟ.ท.เอง”นายประภัสร์ กล่าวด้วยว่า จากที่เมื่อวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนระบุว่า พบผู้ต้องสงสัยมีรอยขีดข่วน เป็นพนักงานทำความสะอาด ซึ่งเป็นบริษัทที่ว่าจ้างจากภายนอกเป็นข้อมูลจากพี่สาวผู้ตาย แต่หลังจากที่ตำรวจได้สืบสวน พบว่าเป็นอีกคน คือนายวันชัย ซึ่งเป็นพนักงานปูเตียง และยังพบว่ามีรอยขีดข่วนเช่นเดียวกัน หลังจากนั้น ตำรวจได้สอบ เค้นจนยอมรับสารภาพในที่สุด ส่วนผ้าปูเตียงที่บอกว่าไม่ได้นำออกไปทิ้ง เนื่องจากผู้ก่อเหตุนำผ้าปูเตียงชุดใหม่ มาปูบนที่นอนของผู้เสียชีวิต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประภัสร์” ย้ำไม่ลาออกหนีปัญหา