วันนี้(8กค.57) ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ หรือทีเซล ( TCELS) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แถลงข่าวการจัดงาน “ไลฟ์ ซายน์ การ์เด้นท์” (Life Science Garden) ครั้งแรก ที่รวบรวมสุดยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามฝีมือคนไทยมาแสดง ดร.นเรศ ดำรงชัย ผู้อำนวยการ ทีเซล เปิดเผยถึงการจัดงานในครั้งนี้ว่าเป็นการรวบรวมสุดยอดนวัตกรรมด้านสุขภาพและความงามฝีมือนักวิจัยมารวมกันไว้ในงานอาทิ การตรวจเบาหวานจากลมหายใจ แผ่นรองเท้าเพื่อผู้ป่วยเบาหวาน เทคโนโลยีพลาสมาเย็น รักษาสิวฝ้าใบหน้าใส เซรั่มยางพารา สูตรปรับปรุงใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีเดนตี้สแกนเพื่อความแม่นยำในการรักษาฟันนวัตกรรมรากฟันเทียม แอพพลิเคชั่นตรวจอัลไซเมอร์โดยผู้เชี่ยวชาญ และการตรวจยีนแพ้ยาและตรวจยีนเพื่อเลือกโภชนาการที่เหมาะสมกับสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีการเสวนาและกิจกรรมบนเวที ตลอดงานทั้งนี้ไฮไลต์ภายในงานนอกจากจะนำเสนอนวัตกรรมต่างๆ แล้วยังจะมีการเปิดตัว โมเดลเมืองสุขภาพหรือเมดดิโคโพลิส( Medicopolis ) ที่กำลังจะเกิดขึ้นจริงในเมืองไทยเร็ว ๆ นี้ ซึ่งโครงการดังกล่าวทีเซลได้เลือกปราจีนบุรีเป็นจังหวัดต้นแบบของเมืองสุขภาพหรือเวชนครเนื่องจากมีจุดแข็งคือเป็นเมืองท่องเที่ยว มีธรรมชาติที่สวยงานและมีโรงพยาบาลอภัยภูเบศรที่มีจุดขายด้านสมุนไพร อย่างไรก็ดีโมเดลดังกล่าวจะเป็นการสร้างเมืองสุขภาพอย่างครบวงจรโดยนำเสนอทั้งด้านนวัตกรรมและบริการและจะมีการขยายให้เกิดขึ้นทั่วประเทศเพื่อรองรับการเป็นศูนย์กลางด้านบริการทางการแพทย์ของอาเซียนสำหรับงาน “ไลฟ์ ซายน์ การ์เด้นท์” จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฏาคม 2557 ที่ ลานแฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. เข้าชมงานฟรีพร้อมรับของที่ระลึก ทั้งนี้ทีเซลได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จเป็นประธานเปิดงานอย่างเป็นทางการ ในวันเสาร์ที่ 19 กรกฏาคม 2557 ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้า สยามพารากอน เวลา 14.00 น.ดูรายละเอียดได้ที่ www.tcels.or.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทีเซลพร้อมโชว์ต้นแบบเวชนครเมืองสุขภาพที่ปราจีนบุรี
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ทีเซลพร้อมโชว์ต้นแบบเวชนครเมืองสุขภาพที่ปราจีนบุรี
-

วอนทุกหน่วยงานแก้พนันออนไลน์แบบบูรณาการ
วันนี้(8ก.ค.) นายพงศ์ธร จันทรัศมี ผู้จัดการศูนย์ข้อมูลนโยบายสาธารณะเพื่อลดปัญหาจากการพนัน มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ เปิดเผยว่า ปัจจุบันเด็กและเยาวชนไทยเข้าถึงการพนันได้ง่าย โดยเฉพาะการพนันออนไลน์ทั้งนี้การพนันออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดคือการพนันฟุตบอลออนไลน์ ซึ่งประเทศไทยยังมีลักษณะของการแก้ไขปัญหาการพนันแบบแยกส่วนการดำเนินงานของแต่ละหน่วยงาน ทั้งที่เรื่องของการพนันและการพนันออนไลน์ต้องเป็นวาระแห่งชาติต้องทำในรูปแบบของการบูรณาการการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช.กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงไอซีที ตำรวจ และเครือข่ายภาคประชาชนโดย ต้องปรับปรุงกฎหมายการพนันให้เป็นกฎหมายแผนแม่บทในการจัดการปัญหาพนันซึ่งการแก้ไขกฎหมายการพนัน พ.ศ.๒๔๗๘ เป็นการแก้ไขข้อกฎหมายบางข้อเท่านั้นแต่ควรมีการผลักดันให้เกิดการแก้ไขในระดับโครงสร้าง เช่น ให้มีคณะกรรมการในระดับประเทศในการควบคุมตรวจสอบและติดตามสถานการณ์ปัญหาการพนันเนื่องจากรูปแบบการพนันที่เปลี่ยนแปลงไปไม่สามารถใช้วิธีการแก้ไขปัญหาเป็นส่วนๆได้อีก“เรายังไม่มีคณะกรรมการหรือหน่วยงานในระดับชาติที่ดูแลเรื่องนี้จึงควรแก้ไขกฎหมายให้มีกลไกที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงมีการพัฒนาระบบการเฝ้าระวังทั้งภาคประชาชนและสื่อเพื่อตรวจสอบช่องทางการเข้าถึงการพนันโดยเฉพาะการพนันออนไลน์ถ้าหากทำเพื่อผู้ใหญ่แล้วรู้สึกยากก็อยากให้มองว่าทำเพื่อเด็กและเยาวชนเราอยากให้เด็กและเยาวชนในสังคมเป็นอย่างไรในอนาคตก็อยู่ที่ปลายคีบอร์ดของเรานั่นเอง”นายพงศ์ธรกล่าวส่วนมาตรการในการป้องกันเด็กและเยาวชนจากการพนันฟุตบอลผ่านช่องทางออนไลน์ที่สำคัญก็คือการเฝ้าระวังในประเด็นต่อไปนี้คือการให้ข้อมูลเพื่อการเล่นการพนันผ่านสื่อจำนวนช่องทางการเล่นผ่านออนไลน์รูปแบบการจัดกิจกรรมเสี่ยงโชคการสำรวจพฤติกรรมการเล่นเป็นต้นแม้ว่ากลางเดือนนี้การแข่งขันฟุตบอลโลกจะจบสิ้นลงแล้วแต่การพนันฟุตบอลออนไลน์ยังคงมีต่อไปโดยเฉพาะฤดูกาลแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศต่างๆที่จะเริ่มต้นในเดือนสิงหาคมนี้อันเป็นที่รู้จักและนิยมในประเทศไทย เช่น พรีเมียร์ลีก ของอังกฤษ ลาลีก้า ของสเปน กัสโช่ซีรี่อาร์ ของอิตาลี บุลเดสลีก้าของเยอรมัน เป็นต้นอย่างไรก็ตามในหลายประเทศ เช่น ประเทศอังกฤษการพนันออนไลน์เป็นสิ่งถูกกฎหมาย อย่างไรก็ตามการพิจารณาให้การพนันออนไลน์เป็นสิ่งถูกกฎหมายนั้น ต้องพิจารณาในหลายบริบท โดยเฉพาะในสังคมไทยที่มีความเหลื่อมล้ำสูงทำให้เกิดความคาดหวังที่จะใช้การพนันเปลี่ยนสถานะตัวเองอีกทั้งการทำให้การพนันออนไลน์เป็นสิ่งถูกกฎหมายเท่ากับเป็นการเปิดพื้นที่การพนันมากขึ้นอีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : วอนทุกหน่วยงานแก้พนันออนไลน์แบบบูรณาการ -

ไปรษณีย์ไทย แจง กรณีส่งไอโฟนกลายเป็นหิน
วันนี้ (8 ก.ค.) ที่บริษัท ไปรษณีย์ไทย จํากัด (ปณท) แจ้งวัฒนะ นางสาวสุชาดา พุทธรักษา รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายการตลาด ปณท กล่าวว่า จากกรณีที่มีการแชร์ “ไอโฟน กลายเป็นหิน” ทางโลกออนไลน์เมื่อวันที่ 5 ก.ค.57 โดยผู้เสียหายโพสต์ภาพการได้รับสิ่งของที่ภายในบรรจุเป็นก้อนหินและเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดย ปณท ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วนรวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ทั้งนี้ อยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่กระบวนการฝากส่งต้นทางจนถึงขั้นตอนการนำจ่ายถึงมือผู้รับปลายทางอย่างละเอียดซึ่งจะใช้เวลาในการดำเนินการ 5–7 วันอย่างไรก็ตาม ปณท ได้ตรวจสอบการวัดน้ำหนักต้นทางปลายทางถ้าพบวัตถุที่มีความคลาดเคลื่อนระหว่างน้ำหนักต้นทางและปลายทาง รวมถึงในกรณีที่การส่งพัสดุมีความบกพร่อง เสียหาย ปณท มีนโยบายชดใช้ค่าเสียหายซึ่งเป็นรูปแบบการให้บริการที่เป็นมาตรฐานสากล โดยผู้ใช้บริการที่ส่งสินค้ามีมูลค่าสูงสามารถพิจารณาใช้บริการประกันการส่งสินค้าที่วงเงินชดเชยสูงสุดถึง 50,000 บาททั้งนี้ เบื้องต้น ปณท ได้ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 2,043 บาท แบ่งเป็นเงื่อนไขการส่งแบบ EMS จำนวน 2 พันบาท และ 43 บาท เป็นค่านำส่ง ให้กับผู้เสียหายแล้ว"การส่งสิ่งของดังกล่าว ผู้ส่งใช้เพียงซองใส่จดหมายขนาด C5 ซึ่งไม่เหมาะกับการใส่ไอโฟนหรือสิ่งของมีค่าใดๆทั้งสิ้น ดังนั้น ปณท จึงอยากให้ผู้ส่งระมัดระวังในการส่งสิ่งของทุกครั้งและขอคำแนะนำจากพนักงานไปรษณีย์ ซึ่งไปรษณีย์อนุญาต (ปณอ.) รังสิต (ต้นทาง) ยืนยันว่าไม่ทราบว่าข้างในเป็นอะไร และกว่าที่สินค้าจะถึงปลายทางคือ ปณอ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช จะผ่านที่ทำการปณท หลายจุด ซึ่งทั้งต้นทางและปลายทางเป็น ปณอ.ทั้งนี้ หากพบว่าความผิดเกิดจากปณทและปณอ.เอง ทางปณท ยินดีชดใช้ค่าเสียหายตามจำนวนสินค้า" นางสุชาดา กล่าวทั้งนี้ กรณีดังกล่าวเป็นการส่ง EMS โทรศัพท์มือถือไอโฟนและกลับได้เป็นก้อนหิน จากนางสาวปิยนุช เสนามิตร โดยระบุว่าพี่สาวเป็นผู้ฝากส่ง EMS ดังกล่าวที่ ปณอ.รังสิต 101 มหาวิทยาลัยรังสิต เมื่อวันที่ 3 ก.ค.2557 และได้รับ EMS ปณอ.ฉวางวันที่ 5 ก.ค.57
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไปรษณีย์ไทย แจง กรณีส่งไอโฟนกลายเป็นหิน