เดือน: กรกฎาคม 2014

  • ยื่น สตง.สอบการใช้จ่ายงบประมาณสำนักงานสลากฯ

    ยื่น สตง.สอบการใช้จ่ายงบประมาณสำนักงานสลากฯ

    ที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ก.ค.57 นายธนากร คมกฤส ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมด้วยสมาชิกกว่า 30 คน เข้าพบนางสาวประพีร์  อังกินันทน์ รักษาราชการผู้ว่า สตง. เพื่อเรียกร้องให้ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากฯ ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อน เอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายการเมือง ขาดหลักธรรมาภิบาลหรือไม่ โดยเฉพาะในอำนาจของผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ ทั้งนี้ นางสาวพวงชมนาถ  จริยะจินดา รองผู้ว่าการ สตง. เป็นผู้รับเรื่องแทน นายธนากร กล่าวว่า ภาคประชาชนต้องการให้ สตง.ทำความจริงให้ปรากฎ เพราะจากการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาและแนวทางการปฏิรูประบบการบริหารจัดการสลากฯ พบข้อสังเกตที่น่าสนใจเกี่ยวกับการอนุมัติใช้เงินของกองสลากฯ อยู่ 3ประการ คือ กองสลากไม่มีข้อกำหนดคุณสมบัติของผู้ขอรับเงินบริจาคหรือสนับสนุนจากกองสลากเลย ฉะนั้น จึงเป็นช่องโหว่ว่าผู้ขอเงินจากกองสลากจะเป็นใครก็ได้ทั้งบุคคล องค์กร หรือหน่วยงานต่างๆ, กองสลากไม่มีการเปิดเผยต่อสาธารณะถึงชื่อหน่วยงาน องค์กร บุคคลที่ได้รับเงิน วงเงิน และระยะเวลาที่ได้รับ แตกต่างจากของต่างประเทศ เช่น อังกฤษ ซึ่งมีองค์กรทำหน้าที่จัดสรรเงินจากการขายสลากให้องค์กรสาธารณะประโยชน์ต่างๆ จะมีประกาศรายละเอียดของผู้รับเงินทางเว็บไซต์เป็นประจำ และที่ผ่านมากองสลากไม่มีกระบวนการตรวจสอบการใช้เงินของผู้รับเงินว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ขอมาหรือไม่ รวมทั้งการมีการประเมินผลลัพธ์ของกิจกรรมตามโครงการที่ขอมา ก็เพิ่งจะมีเมื่อเดือนต.ค.54 เท่านั้น “ข้อห่วงใยดังกล่าว เครือข่ายภาคประชาชน จึงขอให้ สตง. ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณของสำนักงานสลากฯ โดยเฉพาะในอำนาจของผู้อำนวยการ ว่ามีความโปร่งใส  มีธรรมาภิบาล  และมีความเชื่อมโยงกับฐานทางการเมืองของพรรคการเมืองใดๆหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบกลไกการทำงานของสำนักงานสลากฯ ที่ไม่เคยแก้ไขปัญหาสลากเกินราคาได้เลย  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าผลประโยชน์มหาศาลตกอยู่กับนายหน้าที่เป็นเสือนอนกิน” ทั้งนี้ เครือข่ายภาคประชาชน ขอให้กำลังใจ สตง.ในการทำความจริงให้ปรากฏต่อสังคม เพื่อพิสูจน์ข้อครหาที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลถูกภาคสังคมตั้งคำถามมานาน ในเรื่องความไม่โปร่งใส การเอื้อกับฝ่ายการเมือง และการมีผลประโยชน์ทับซ้อนและหากการตรวจสอบพบว่ามีมูลความผิดตามกฎหมาย ขอให้ สตง.ส่งเรื่องผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ทางคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยด่วน อย่างไรก็ตาม เครือข่ายฯได้เปิดการณรงค์ให้ ปฏิรูปสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล  ผ่าน  www.change.org/lotteryreform ซึ่งมีประชาชนให้ความสนใจอย่างมาก และร่วมลงชื่อกว่า 15,000 คนในเวลาไม่ถึงสัปดาห์  โดยทางเครือข่ายฯจะรวบรวมรายชื่อให้มากที่สุด เพื่อยื่นให้กับผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องต่อไป น.ส.พวงชมนาถ กล่าวว่า สตง.จะรับไว้พิจารณา เพราะเรื่องปัญหาสลากถือเป็นหนึ่งในปัญหาที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ให้ความสำคัญ และหลังจากนี้จะเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ(คตร.)เพื่อพิจารณาเรียกตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณ จากนั้นหากพบว่ามีหลักฐานชี้มูลความผิด จะส่งเรื่องต่อไปยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อย่างไรก็ตาม คาดว่าใน 1 เดือนจากนี้จะมีความคืบหน้า

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยื่น สตง.สอบการใช้จ่ายงบประมาณสำนักงานสลากฯ

  • ศุลกากรเปิดประมูลรถหรู

    ศุลกากรเปิดประมูลรถหรู

    ที่กรมศุลกากร เวลา 9.00 น. เมื่อวันที่ 3 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางปี 57 ณ ลานจอดรถหน้าส่วนของกลาง กรมศุลกากร มีนักธุรกิจ เศรษฐี และประชาชนสนใจเข้าร่วมในการประมูลรถยนต์ครั้งนี้จำนวนมาก ภายหลังจากที่กรมศุลกากรได้เปิดให้ผู้สนใจตรวจสภาพรถในช่วงวันที่ 1-2 ก.ค.ที่ผ่านมา เพื่อลงทะเบียนและวางเงินค้ำประกันเป็นแคชเชียร์เช็คของธนาคาร โดยการลงทะเบียนให้เป็นไปตามราคาเปิดประมูล คือ รถยนต์ราคาเปิดประมูลต่ำกว่า 2 ล้านบาท ต้องวางเงินค้ำประกันคันละ 50,000 บาท ส่วนรถยนต์ราคาเปิดประมูลตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไปต้องลงเงินค้ำประกันคันละ 300,000 บาท ขณะที่ การกำหนดยกป้ายเสนอราคาแต่ละครั้ง เช่น รถยนต์ราคาเปิดต่ำกว่า 500,000 บาท ราคาเพิ่มขึ้นครั้งละ 5,000 บาท ราคาระหว่าง 500,000-1,000,000 บาท ราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 20,000 บาท ราคาระหว่าง 1,000,000-2,000,000 บาท เพิ่มขึ้นครั้งละ 50,000 บาท และราคาตั้งแต่ 2,000,000บาทขึ้นไป ราคาจะเพิ่มขึ้นครั้งละ 100,000 บาท สำหรับการเริ่มประมูลคันแรก ได้แก่ รถยนต์ เบนท์ ลีย์ ปี 2005 ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท ไล่ราคาประมูลจบที่ 6 ล้านบาท ออร์ดี้ อาร์ 8 ราคาเริ่มต้น 2.96 ล้านบาท มาจบราคา 5.3 ล้านบาท ขณะที่ รถยนต์ลัมโบกีนี รุ่นอเวนทาดอร์ 6500 ซีซี สีดำ ปี 2012 ซึ่งมีราคาประมูลสูงสุดของงาน เปิดประมูลด้วยราคา 19.05 ล้านบาท แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ได้ประกาศไล่ราคา พบว่ามีการเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่เป็นไปตามราคาที่คณะกรรมการอนุมัติขายขายในราคา 25 ล้านบาท จึงไม่สามารถประมูลรถออกไปได้ นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานเปิดการประมูลขายทอดตลาดรถยนต์ของกลางปี 57 ว่า กรมฯได้เปิดประมูลรถยนต์ในครั้งนี้กว่า 355 คัน คาดว่าจะทำรายได้จากการประมูลครั้งนี้ประมาณ 600 ล้านบาท แม้ช่วงแรกของเกิดเริ่มประมูลจะเหมือนซบเซา แต่ต้องรอดูให้จบการประมูลก่อน เพราะมีรถยนต์เข้าร่วมกว่า 300 คัน โดยยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นอาจมาจากราคาประเมินที่ต้องมีการปรับปรุงแก้ไข อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ว่าหากไม่ได้ราคาเท่ากับการประเมินบวกภาษี ก็จะไม่มีการขายรถยนต์ดังกล่าว เนื่องจากทำให้รัฐเสียประโยชน์ ซึ่งหากไม่สามารถขายได้ก็ค่อยนำกลับมาประมูลใหม่อีกครั้ง อย่างเช่น รถยนต์ลัมโบกีนี ราคา 19.05 ล้านบาท โดยเชื่อว่าส่วนหนึ่งมาจากอาจมาตรการของกรมสรรพากร ที่เตรียมตรวจบ้าน 30-40 ล้านบาท และรถหรู 3 ล้านบาทขึ้นไป ทำให้กระแสข่าวดังกล่าวอาจบั่นทอนการตัดสินใจของประชาชน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศุลกากรเปิดประมูลรถหรู

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 1.75 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 1.75 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (3 ก.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด จากนั้นเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดภาคเช้า โดยมีแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติช่วยหนุนหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะในกลุ่มธนาคารเป็นหลัก ในขณะเดียวกันมีการขายทำกำไรในบางกลุ่ม ระหว่างรอจับตาด้านความชัดเจนด้านนโยบายพลังงานและสื่อสารของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,490.06 จุด ลดลง 1.75จุด หรือ 0.12%ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 21,221.59 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าลบ 1.75 จุด