วันนี้ (23 ก.ค.) บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด สานต่อโครงการตะลุยโลกแสตมป์ปี 7 จัดกิจกรรมนำเยาวชนไทยเรียนรู้โลกกว้างผ่านดวงแสตมป์ จากการเรียนรู้จริง ในสถานที่จริง ภายใต้แนวคิด “ไอ แอม แสตมป์ ฮีโร่ (I am Stamp Hero) ตอนนักสู้คู่มรดกไทย(โขน)” อันสะท้อนเนื้อหาสาระในดวงตราไปรษณียากรผ่านดวงแสตมป์ ชุดวันอนุรักษ์มรดกไทย 2557 (หัวโขนยักษ์) โดยเยาวชนที่ร่วมกิจกรรมครั้งนี้จะได้เรียนรู้ อาทิ มรดกไทยอันล้ำค่าที่เป็นเอกลักษณ์สมัยกรุงศรีอยุธยา การร่ายรำท่าทางโขนในลักษณะต่างๆ การเรียนรู้งานพิมพ์ปูนปาสเตอร์ ฯลฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการเป็นผู้อนุรักษ์มรดกไทยให้คงอยู่สืบไป โดยได้รับเกียรติจาก ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง พิธีกรและนักแสดงขวัญใจเด็กๆ มาเป็นทูตวัฒนธรรมในโครงการตะลุยโลกแสตมป์ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยมีวิสัยทัศน์ในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนได้เกิดการเรียนรู้นอกตำราผ่านการทำกิจกรรม และจุดประกายสร้างความรอบรู้แก่เด็กรุ่นใหม่ ซึ่งจะเป็นกำลังหลักสำคัญของประเทศชาติต่อไป โดยกิจกรรมดังกล่าว จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ณ สถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ และสำนักช่างสิบหมู่ จ.นครปฐม สำหรับผู้สนใจสามารถหาซื้อแสตมป์ชุดดังกล่าวได้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ทั่วประเทศนายวิบูลย์ เสรีชัยพร ผู้จัดการฝ่ายตลาดตราไปรษณียากร บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด กล่าวว่า โครงการตะลุยโลกแสตมป์ ตอน ไอ แอม แสตมป์ ฮีโร่ – นักสู้คู่มรดกไทย(โขน) ได้นำแนวคิดจากดวงแสตมป์ชุดวันอนุรักษ์มรดกไทย 2557 ที่ไปรษณีย์ไทย จัดทำขึ้น จำนวน 8 แบบ ได้แก่ ทศกัณฐ์ กุมภกรรณ พิเภก ทูษณ์ ขร ตรีเศียร สำมนักขา และอินทรชิต โดยนำแสตมป์ดังกล่าวมาต่อยอดผสมผสานเข้ากับกิจกรรมการเรียนในโครงการตะลุยโลกแสตมป์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่มุ่งอนุรักษ์และสืบสานคุณค่าของตราไปรษณียากรสู่สังคมไทย โดยเน้นบทบาทของการเป็นสื่อเรียนรู้ที่ไม่รู้จบ ตามสโลแกนที่ว่า “แสตมป์ ยิ่งเรียนรู้ ยิ่งรอบรู้”สำหรับบรรยากาศงานได้จัดเป็นทัศนศึกษาภายใน 1 วัน เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้โลกกว้างผ่านตราไปรษณียากรชุดสำคัญๆ ที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้และความสนุกสนาน อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริม ปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า และรักษาเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรม ใส่ใจความเป็นอยู่ของสังคมและสิ่งแวดล้อม และรู้จักสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นอีกด้วย ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ CSR ของ ปณท ที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 แล้ว ซึ่งมีเยาวชนเข้าร่วมโครงการแล้วรวมกว่า 2,000 คนอย่างไรก็ตาม ปณท ได้นำนักเรียนจากโรงเรียนในโครงการฯ มาเรียนรู้มรดกไทยโดยเฉพาะโขนที่ปรากฏบนดวงแสตมป์ ซึ่งเป็นนาฏศิลป์ชั้นสูงอันเก่าแก่ของไทย ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช รวมถึงได้เรียนรู้การแสดงโขนจากสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป สำนักงานอธิการบดี สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นแหล่งรวบรวมและบ่มเพาะงานด้านช่างศิลป์ นาฏศิลป์ ดุริยางคศิลป์และคีตศิลป์ และศิลปวัฒนธรรมด้านต่าง ๆ ทั้งของไทยและต่างประเทศ ภายในงานตะลุยโลกแสตมป์น้องๆ จะได้พบกับวิทยากรที่จะมาให้ความรู้เรื่องมรดกไทย (โขน) พร้อมสอนท่าทางการถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครโขนในรูปแบบต่างๆ เช่น อารมณ์โกรธ เศร้า หัวเราะ โดยมี "ตั๊ก-บริบูรณ์" ทูตวัฒนธรรมฯ ร่วมเรียนรู้ไปพร้อมกับน้องๆ ด้วย และเพื่อให้เยาวชนได้ใกล้ชิดศิลปะการแสดงโขนมากยิ่งขึ้น จึงมีการแสดงโขนสาธิต ตอนหนุมานจับนางเบญจกาย จากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมต่างๆ เพื่อสร้างความสนุก อาทิ ฐานฮีโร่น้อยนักอนุรักษ์มรดกไทยตามหาระบำหน้ากาก ฐานนี้น้องๆ จะได้เรียนรู้ศิลปะหน้ากากของแต่ละประเทศ ฐานฮีโร่น้อยจับคู่ชื่อ-ภาพแสตมป์หัวโขนไทย เป็นกิจกรรมฝึกการทำงานร่วมกันและความว่องไวในการจับคู่ ภายในเวลา 30 วินาที ฐานฮีโร่น้อยทำภาพนูนต่ำแสตมป์ไทย เป็นการลงมือทำปูนปาสเตอร์นูนต่ำตามแบบของช่างสิบหมู่ไทย และฐานสุดท้ายฮีโร่น้อยเขียนหัวโขนจิ๋ว เป็นกิจกรรมที่จะช่วยฝึกสมาธิ และความประณีตในการรังสรรค์หัวโขนของน้องๆ โดยทุกฐานกิจกรรมจะสอดแทรกเรื่องราวของแสตมป์ เพื่อให้น้องๆ ได้เรียนรู้และเห็นถึงความสำคัญของแสตมป์
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไปรษณีย์ไทย หนุนเยาวชนเรียนรู้มรดกไทยล้ำค่าผ่าน “โขน”
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

ไปรษณีย์ไทย หนุนเยาวชนเรียนรู้มรดกไทยล้ำค่าผ่าน “โขน”
-

ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 2.36 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 24 ก.ค. ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวนสลับบวกลบตลอดวัน เนื่องจากตลาดไร้ปัจจัยหนุนใหม่ ด้านนักลงทุนจึงเริ่มทยอยขายทำกำไรระยะสั้น แต่ในขณะเดียวกันยังมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นตัวผลักดันดัชนี แต่สามารถปรับตัวขึ้นได้ในกรอบที่จำกัด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,546.04 จุด และลดลงต่ำสุด 1,538.48 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,543.92 จุด เพิ่มขึ้น 2.36 จุด หรือ 0.15% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 49,763.59 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ช.การช่าง ปิดที่ 24.40 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 2.ซีพีเอฟ ปิดที่ 28.75บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3.บ้านปู ปิดที่ 33.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.50 บาท 4.ซีเคพี ปิดที่ 17.80 บาท เพิ่มขึ้น 1.80บาท 5.เอไอเอส ปิดที่ 207.00บาท ปิดไม่เปลี่ยนแปลง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 24 กรกฎาคม 2557 ปิดบวก 2.36 จุด -

ลุยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ
นายธัชพล กาญจนกูล ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธนาคารเตรียมแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ โดยตั้งเป้าหมายแก้ไขหนี้ในกลุ่มที่มีรายได้ประจำ แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินไม่ถูกต้อง และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินได้ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 30% ของจำนวนหนี้นอกระบบทั้งหมด เบื้องต้นธนาคารอาจเสนอธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนคลายกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ และข้อมูลการขอสินเชื่อ (เครดิตบูโร) รวมทั้ง เปิดอบรมให้ความรู้การใช้จ่ายของลูกหนี้ให้ถูกต้อง และช่วยให้ลูกหนี้เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น “ที่ผ่านมา ธนาคารได้แบ่งลูกหนี้นอกระบบออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกจะเป็นลูกหนี้นอกระบบที่กู้สินเชื่อธนาคารผ่านและนำไปแก้หนี้นอกระบบได้ ซึ่งมีอยู่ประมาณ 20%, กลุ่มที่ 2 จะเป็นกลุ่มที่ขอสินเชื่อไม่ผ่าน ที่มีรายได้ประจำ แต่พฤติกรรมการใช้จ่ายเงินไม่ถูกต้อง 30% และกลุ่มสุดท้ายที่เป็นหนี้ รายได้ไม่แน่นอน มีอยู่ถึง 50% ซึ่งในกลุ่มหลังนี้ มองว่าเป็นกลุ่มที่แก้ปัญหายากที่สุด เนื่องจากมีรายได้ไม่แน่นอน โดยมองว่าอาจจะต้องตั้งกองทุนฯ เข้ามาฟื้นฟูกลุ่มที่มีหนี้คงค้างเพียงอย่างเดียวเท่านั้น” สำหรับแนวทางจัดตั้งกองทุนฯ เข้ามาฟื้นฟูกลุ่มที่มีหนี้คงค้าง ที่มีอยู่กว่า 50% นั้น เบื้องต้นอาจจะให้ลูกหนี้เข้ามามาลงทะเบียน โดยทำการเจรจาประนอมหนี้ ระหว่างลูกหนี้กับเจ้าหนี้ เพื่อลดภาระหนี้ลง และให้กองทุนจ่ายหนี้แทนก่อน ซึ่งหลังจากนั้นลูกหนี้ต้องมาจ่ายหนี้คืนกับกองทุนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ นอกจากนี้ ยังมีแนวทางที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ เช่น การใช้วิสาหกิจชุมชนเข้าไปแก้ไขปัญหา ทั้งสหกรณ์ชุมชน กองทุนหมู่บ้าน รวมถึง การสนับสนุนและส่งเสริมให้ลูกหนี้หารายได้เพิ่มเติม โดยให้ผู้ที่มีรายได้ประจำทำอาชีพเสริม เชื่อว่าจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ โดยมองว่าในส่วนนี้ควรมีหลายหน่วยงานร่วมมือกัน ทั้งกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่จะเข้าไปให้ความรู้ และสร้างอาชีพให้มีรายได้เพิ่มขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ