นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางประเทศญี่ปุ่น (บีโอเจ) เปิดเผยในงานสัมมนาเชิงนโยบายระหว่างประเทศของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ขณะนี้ประเทศไทย จีน เกาหลีใต้ กำลังเริ่มเดินเข้าสู่ภาวะสังคมผู้สูงอายุตามหลังญี่ปุ่น ซึ่งอาจมีผลทำให้ภาวะเศรษฐกิจขยายตัวต่ำลง อีกทั้งมีภาระทางการคลังสูงขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นข้อจำกัดในการพึ่งพาการบริโภคอุปโภคภายในประเทศ เพื่อรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพได้ ดังนั้น จึงต้องเร่งหาแนวทางเพื่อสร้างแรงขับเคลื่อนอื่นมาชดเชย “เนื่องจากขณะนี้ภูมิภาคเอเชียมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกมาขึ้น หรือการเติบโตของเศรษฐกิจโลก 2 ใน 3 มาจากเศรษฐกิจเอเชีย แม้ว่าอดีตนั้น เอเชียจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรีทางการค้า การส่งออกเป็นหลัก แต่ระยะหลังนี้ มีการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศมากขึ้น จากประชาชนที่มีรายได้มากขึ้น จึงมีกำลังซื้อสูงขึ้นตามไปด้วย จนกลายเป็นกลุ่มประเทศที่พึ่งพาการบริโภคในประเทศมากขึ้นแล้ว ซึ่งมองว่าประเทศในเอเชียจะมีเศรษฐกิจเติบโตอย่างสมดุลมากกว่าเดิม แต่หากเป็นสังคมผู้สูงอายุแล้ว การจะพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศทำได้ยาก” แต่ทั้งนี้ การจะรักษาสมดุลทางเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพนั้น จะต้องดูแลใน 3 ด้านหลักให้ดีนั่นคือ การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร ที่เข้าสู่สังคมผู้สูงวัยดังกล่าว เช่นที่ญี่ปุ่น มีการใช้แรงงานจากผู้หญิง และชาวต่างชาติมากขึ้น ซึ่งประเทศที่จะเจอปัญหาลักษณะนี้ ต้องเริ่มคิด และดำเนินการแต่เนิ่น ๆ รองลงมาคือ ต้องรักษาเสถียรภาพทางการเงินให้ดี ซึ่งขณะนี้มีปัจจัยสนับสนุนให้ภาวะการเงินมีสภาพคล่องสูง ทั้งจากมาตรการทางการเงินโลกที่ผ่อนคลาย สถาบันการเงินปล่อยกู้มากขึ้น ที่สำคัญ จังหวะไหนที่เศรษฐกิจเติบโตดี ประชากรรู้สึกมีความสุข จนไม่ระมัดระวังว่าจะก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ หรือวิกฤติทางการเงินขึ้น เหมือนที่เคยเกิดวิกฤติการเงินในสหภาพยุโรป และสหรัฐอเมริกามาแล้ว เป็นต้น ดังนั้นต้องเร่งสร้างให้เกิดวัฒนธรรมการมีวินัยทางการเงินที่ดี การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการเงินให้มีระบบที่รัดกุม เช่น ธรรมาภิบาล มาตรฐานทางบัญชี เป็นต้น สุดท้ายคือกลไกความร่วมมือที่จะช่วยลดความเสี่ยงในภูมิภาคด้วยกัน ซึ่งขณะนี้ธนาคารกลางของทุกประเทศในเอเชียก็เริ่มมีความตกลงทำงานร่วมกันให้สะดวกขึ้นมากแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นผู้สูงอายุพุ่งกระทบฐานะการคลัง
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

หวั่นผู้สูงอายุพุ่งกระทบฐานะการคลัง
-

ต่างชาติมั่นใจศก.ไทยดันบาทแข็ง
นางรุ่ง มัลลิกะมาส โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้นในขณะนี้ เป็นเพราะนักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจของประเทศในเอเซียดีขึ้น โดยเฉพาะ มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยด้วย สะท้อนได้จากค่าประกันความเสี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ (ซีดีเอส) ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เป็นปัจจัยบวกหนุนให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนมากขึ้น และส่งผลกระทบให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น “ค่าซีดีเอส เปรียบเหมือนค่าธรรมเนียมในการลงทุน ที่ยิ่งลด ยิ่งดี เมื่อเทียบจาก 22 พ.ค. กับ 22 ก.ค.ปีนี้ หรือช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ค่าซีดีเอสของไทยลดลงลดลง 0.28% จาก 1.335% เหลือ 1.055% ขณะที่มาเลเซียลดลง 0.12% จาก 0.971% เหลือ 0.853% และฟิลิปปินส์ลดลง 0.75% จาก 0.952% เหลือ 0.880% สะท้อนความเชื่อมั่นที่ดีขึ้น และแม้ว่านักลงทุนต่างชาติมองการลงทุนในภูมิภาคเอเซียโดยรวมดีขึ้นก็ตาม แต่มองไทยดีขึ้นเป็นพิเศษ ดังนั้น จึงเป็นธรรมดาที่มุมมองที่ดีจะสะท้อนถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เพราะเงินลงทุนเริ่มไหลกลับเข้ามาเพิ่มขึ้น หลังจากที่ก่อนหน้านี้ลดลงไปพอสมควร” ทั้งนี้ เมื่อมีเงินกลับมาลงทุนอีก ก็เป็นธรรมดาที่จะสะท้อนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้น แต่ทั้งนี้ เงินบาทยังแข็งค่า รองลงจากเงินรูเปียร์ของอินโดนีเซีย ไม่ได้แข็งค่าที่สุดในภูมิภาค โดยหากเทียบตั้งแต่ตั้นปีถึง 23 ก.ค. เงินบาทแข็งค่าขึ้น3% แต่ทั้งนี้อย่าลืมว่า เงินบาทมีโอกาสเคลื่อนไหวได้ทั้ง 2 ทิศทาง จากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยภายในและนอกประเทศ แต่ช่วงนี้ เงินบาทจะเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงจากปัจจัภายนอกได้มากกว่าปัจจัยภายในประเทศ จึงเปลี่ยนแปลงได้รวดเร็ว แต่ทั้งนี้ไม่อยากให้มองเงินบาทในระยะสั้น ๆ หรือวันต่อวัน แต่ต้องมองระยะยาวด้วย แต่ในส่วนของธปท.ยืนยันว่าจะดูแลค่าเงินบาทไม่ให้ผันผวนจนมีผลกระทบต่อภาคธุรกิจการส่งออก
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติมั่นใจศก.ไทยดันบาทแข็ง -

“ไลน์” เปิดตัวเกมเศรษฐีมั่นใจกระแสตอบรับไม่แพ้คุกกี้รัน
น.ส.วารดี วสวานนท์ หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ LINE ประเทศไทย เปิดเผยว่า ในปีนี้ไลน์ได้ให้ความสำคัญกับธุรกิจโดยล่าสุดได้เปิดตัวเกมใหม่คือ ไลน์ เกมเศรษฐี (LINELet' Get Rich) ซึ่งเป็นเกมที่ให้ผู้เล่นทอยลูกเต๋าและซื้อบ้านที่ดิน ที่คนไทยคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี โดยหลังจากเปิดให้คนไทยที่ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์จำนวน 29 ล้านคน ได้ดาวน์โหลดไปเล่นก็สามารถขึ้นอันดับ 1 ประเภทแอพพลิเคชั่นฟรี ทั้งใน แอพ สโตร์ และ กูเกิลเพลย์สโตร์ ซึ่งเกมนี้ได้มีการนำเอาแลนมาร์คและจังหวัดในประเทศไทย อย่างเช่น กรุงเทพ ภูเก็ต เข้ามาอยู่ในเกมและเตรียมพัฒนาคอนเทนต์เป็นแผนที่ไทยให้ผู้เล่นได้สนุกกันในเร็วๆนี้ ด้วย“เกมเศรษฐีถือเป็นเกมที่ไลน์ให้ความสำคัญในการจัดกิจกรรมการตลาดเหมือนเช่น เกมคุกกี้รัน ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา โดยไลน์ ประเทศไทยยังเตรียมภาพยนตร์โฆษณาโดยมี โอปอล์-ปาณิสรา และ ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ มาสร้างสีสัน และเพิ่มความสนุกพร้อมแคมแปญโปรโมชั่นให้ผู้ที่ดาวน์โหลดและเล่นเกมได้มีสิทธิลุ้นรับตั๋วเครื่องบินทันทีรวมทั้งสิ้น 100 ที่นั่งด้วยผู้สนใจสามารถดาวน์โหลดได้ที่แอพสโตร์ และกูเกิลเพลย์ สโตร์”ด้าน นายณภพ ธนาธัชรัตน์ หัวหน้าฝ่ายเกม ไลน์ ประเทศไทย กล่าวว่า ไลน์มีแผนเปิดตัวเกมใหม่ๆ 1-2 เกมต่อเดือน และในทุกไตรมาสจะมีเกมใหญ่1เกมที่จะทำตลาดอย่างเต็มรูปแบบทั้งการโฆษณาประชาสัมพันธ์ อาทิ เช่น เกมคุกกี้ รัน และล่าสุดอย่างเกมเศรษฐี เป็นต้น ทั้งนี้หลังจากเปิดให้ดาวน์โหลดเกมเศรษฐีตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาก็สามารถติดอันดับจนถึงปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้กระแสตอบรับเกมเศรษฐีแรงกว่าเกมคุกกี้รันมากเชื่อว่าจะมียอดดาวน์โหลดไม่น้อยกว่าเกมคุกกี้รัน อย่างแน่นอน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ไลน์” เปิดตัวเกมเศรษฐีมั่นใจกระแสตอบรับไม่แพ้คุกกี้รัน