วันนี้ (22 ก.ค.) ที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT แจ้งวัฒนะ พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล ผู้ช่วยผู้บัญชาการกองทัพบกในฐานะประธานกรรมการ กสท เปิดเผยถึงผลการประชุมบอร์ดว่า บอร์ด กสท ให้ตนทำหน้าที่เป็นประธานและ ให้ นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีอิล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค)เป็นรองประธาน สำหรับการทำงานต่อไปนี้ จะเน้นการทำงานเป็นทีมเพื่อกำหนดนโยบายในการทำงานที่เหมาะสม ส่งเสริมเทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อความมั่นคงของประเทศ สนับสนุนนโยบายไอซีที เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันนายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ รองประธานบอร์ดกสท กล่าวว่า บอร์ดได้รับมอบจากคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ(ซุเปอร์บอร์ด) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน ให้บอร์ดนำส่งแผนพลิกฟื้นกสทภายในสิ้นเดือน ก.ค. ทั้งนี้ ได้ให้ฝ่ายบริหารนำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของกสท ทั้งหมดก่อนบอร์ดจะนำมาพิจารณารายละเอียด โดยเฉพาะการที่กสท ไม่ได้รับอนุมัติให้ถือครองคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิร์ตซ หลังสิ้นสุดสัมปทานกับเอกชนตามที่ได้เคยร้องขอต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) ไปก่อนหน้านี้นายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า ในการที่กสทเสนอขอถือครองคลื่นความถี่ต่อนั้น เพื่อต้องการทำให้ทรัพยากรมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและให้พนักงานรู้จักพัฒนาองค์กรจากการใช้คลื่นความถี่ดังกล่าว โดยหลังจากนี้จะเน้นการทำงานที่ไม่ซ้ำซ้อนกับบริษัททีโอที จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจโทรคมนาคมของประเทศเช่นกัน ทั้งนี้ จะเสนอขอซุเปอร์บอร์ดเข้าร่วมประมูลคลื่นความถี่ในอนาคตด้วยเนื่องจากธุรกิจการให้บริการโทรศัพท์มือถือครองสัดส่วนรายได้ 67% ของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั้งหมดถือเป็นโอกาสทางธุรกิจสำคัญของกสท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บอร์ด กสท ตั้ง “พล.อ.ศิริชัย” นั่งประธาน
เดือน: กรกฎาคม 2014
-

บอร์ด กสท ตั้ง “พล.อ.ศิริชัย” นั่งประธาน
-

“ดีแทค” ดึง “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกอีบุ๊คผ่านแอพดีแทครีดเอฟเวอร์
วันนี้(22ก.ค.) นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็สคอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค เปิดเผยว่า หลังจากเปิดแอพพลิเคชั่นดีแทค รีดเอฟเวอร์เพื่อให้บริการ อีบุ๊ค และอีแมกกาซีน จากหลายสำนักพิมพ์ ได้รับผลตอบรับดี มีคนดาวน์โหลดแล้ว1 แสนราย โดย 70 % เป็นการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟน และอีก 30%ใช้งานผ่านแท็บเล็ต และเป็นลูกค้าที่ดาวน์โหลดอ่านต่อเนื่องประมาณ 3-4หมื่นรายต่อเดือน คิดเป็นยอดดาวน์โหลดเฉลี่ย 4-5เล่มต่อเดือน ต่อคน ทั้งนี้ คาดว่าจะมีผู้ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นนี้เพิ่มขึ้นเป็น1.5 แสนรายภายในสิ้นปีนี้ โดยล่าสุดได้ร่วมกับแจ๊ส ชวนชื่น นำเสนอหนังสือ it” jazz style ซึ่งเขียนโดยแจ๊ส ชวนชื่น เป็นเรื่องราวการเล่าเรื่องราวชีวิตสนุกๆ โดยใช้เทคนิคพิเศษพรัอมวิดีโอ และเกม แต่งตัว จัดเสื้อผ้าเชื่อว่าจะขยายกลุ่มลูกค้าที่เป็นวัยรุ่นได้ นอกจากนี้ในอนาคตยังได้เตรียมหนังสือดิจิตอลเพิ่มขึ้นอีกหลายเล่มจากหลายสำนักพิมพ์ อาทิ ดูดวง หนังสือธรรมมะเพื่อตอบสนองผู้ใช้งานให้หลากหลายมากขึ้น ” ดีแทคต้องการสนับสนุนอุตสาหกรรมหนังสือให้เกิดธุรกิจใหม่ในด้านออนไลน์เหมือนเช่นที่เคยทำกับธุรกิจเพลงให้สามารถมีรายได้ในรูปแบบดิจิตอลเพิ่มขึ้นได้ ผู้สนใจสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นดีแทครีดเอฟเวอร์ได้ทั้งในแอพสโตร์ และเพลย์สโตร์ พร้อมกับดาวน์โหลดหนังสือของแจ๊สชวนชื่น ไปอ่านได้ฟรีตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป” นายปกรณ์ กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ดีแทค” ดึง “แจ๊ส ชวนชื่น” ออกอีบุ๊คผ่านแอพดีแทครีดเอฟเวอร์ -

คสช.ขยายเวลากองทุนกรอ.ถึงปี 58
พ.อ.วินธัย สุวารี รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการกองทัพบก และหัวหน้าคสช. เป็นประธาน ได้เห็นชอบให้ขยายเวลาการดำเนินการของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคต(กรอ.)ออกไปอีก 1 ปี หรือให้ครอบคลุมเฉพาะปีการศึกษา58 ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับนักศึกษารายใหม่ในปี 58 รวมถึงผู้กู้เงินรายเก่าที่จำเป็นต้องกู้เงินกับกรอ.ต่อเนื่องจนจบหลักสูตรทั้งนี้ นอกจากจะช่วยบรรเทาผลกระทบกับนักศึกษารายใหม่ หรือนักศึกษาปี 1 ที่ต้องการกู้เงินกับกองทุนแล้ว ยังต้องรอการจัดทำร่างพ.ร.บ.กองทุนเพื่อการศึกษาซึ่งเป็นการรวบรวมกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) และกรอ. เข้าด้วยกันให้แล้วเสร็จก่อน ซึ่งล่าสุดฝ่ายสังคมและจิตวิทยา ที่ดูแลรับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ ยังอยู่ระหว่างการหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมกฎหมายฉบับดังกล่าวให้เสร็จสิ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการดำเนินงานกองทุนเพิ่มขึ้นจากเดิม“การเห็นชอบให้ขยายเวลาดังกล่าว จะช่วยลดปัญหาและความเสี่ยงต่อเกี่ยวกับการชำระหนี้เงินกู้คืนกองทุนฯ จากเหตุที่ไม่สำเร็จการศึกษาและยังเป็นการเสริมสร้างโอกาสสร้างงานให้เยาวชน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย”นอกจากนี้ที่ประชุมคสช. ยังอนุมัติงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ประจำปี 57 วงเงิน 1,300 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยวงเงินดังกล่าวกระทรวงศึกษาจะไปจัดหาและติดตั้งอุปกรณ์การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียมให้โรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) และโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน15,441 แห่งพ.อ.วินธัย กล่าวว่า การดำเนินการดังกล่าวถือเป็นผลจากข้อสั่งการของ หัวหน้าคสช. ที่มอบหมายฝ่ายสังคมจิตวิทยา ไปพิจารณาความเหมาะสมของการดำเนินโครงการเพื่อทดแทนการขาดแคลนครู และเพิ่มโอการทางการศึกษาให้เด็กนักเรียนในพื้นที่ห่างไกลโดยเชื่อมโยงการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม ไปยังเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียนที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อขยายผลการศึกษาผ่านดาวเทียมต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คสช.ขยายเวลากองทุนกรอ.ถึงปี 58