น.ส.ดาวน้อย สุทธินิภาพันธ์ ผู้อำนวยการโรงงานยาสูบ (รยส.) เปิดเผยว่า เมื่อต้นเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา คณะกรรมการ รยส.ได้ลงพื้นที่หารือกับเกษตรกรชาวไร่ใบยาในพื้นที่ภาคเหนือที่ประสบปัญหาผลผลิตเกิน โดยมีมติรับซื้อใบยาที่เกินโควต้าทั้งหมด 15% เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน รวมทั้ง กำหนดให้เป็นบรรทัดฐานการรับซื้อใบยาเกินโควต้าในพื้นที่อื่นๆ ถือเป็นการแก้ปัญหาในระยะยาว 3 ปี ตามแผนพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวไร่ยาสูบทั้งนี้ โรงงานยาสูบมีหน่วยงานในส่วนภูมิภาค กระจายในพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 8 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานยาสูบเชียงใหม่ เชียงราย แพร่ สุโขทัย เพชรบูรณ์ บ้านไผ่ หนองคาย และนครพนม มีหน้าที่หลักในการส่งเสริมการผลิตและรับซื้อใบยาจากชาวไร่ในสังกัด ทั้ง 3 ชนิดใบยา ประกอบด้วย ใบยาเวอร์ยิเนีย ใบยาเบอร์เลย์ และใบยาเตอร์กิซ ซึ่งกระบวนการจัดหาใบยามีระบบการดำเนินงานอย่างครบถ้วน โดยปัจจุบันมีชาวไร่ในสังกัดมากกว่า 17,000 ครอบครัว ครอบคลุมพื้นที่ปลูกกว่า 100,000 ไร่ รับซื้อใบยาปีละกว่า 30-33 ล้านกิโลกรัม และคิดเป็นมูลค่าใบยาที่โรงงานยาสูบกระจายรายได้สู่เกษตรกรปีละ 2,800 ล้านบาทขณะเดียวกัน รยส.ยังมุ่งเน้นการยกระดับคุณภาพใบยาอย่างต่อเนื่อง ด้วยการส่งเสริมให้ชาวไร่เพาะปลูกใบยาให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพดี เพื่อให้ใบยาสูบไทยมีคุณภาพได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับสากล รวมทั้ง จัดฝึกอบรมให้ความรู้แก่ชาวไร่ สนับสนุนการสร้างโรงบ่มใบยาแบบประหยัดพลังงาน การส่งเสริมให้มีศูนย์เผยแพร่การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน และร่วมรักษาสิ่งแวดล้อมและชุมชนในท้องถิ่น"โรงงานยาสูบได้ให้ความสำคัญของคุณภาพใบยา ซึ่งจะมีผลต่อความปลอดภัยของผู้บริโภค การสร้างความยั่งยืนให้ชาวไร่ที่ยึดอาชีพเพาะปลูกยาสูบเป็นหลัก รวมทั้งการดูแลคุณภาพชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่นด้วยโดยเฉพาะการพัฒนาผลผลิตเพื่อยกระดับคุณภาพใบยาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นส่งเสริมให้ชาวไร่ทำการผลิตใบยาสูบตามแนวทางการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี ตามกรอบของสมาคมวิทยาศาสตร์ยาสูบนานาชาติ เพื่อให้ได้ผลผลิตสูงและมีคุณภาพที่ดี คุ้มค่าในการลงทุน เกิดการพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจไปสู่ระบบการเกษตรที่ยั่งยืน"
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : รยส.ซื้อใบยาสูบเกินโควต้าช่วยชาวไร่
เดือน: สิงหาคม 2014
-

รยส.ซื้อใบยาสูบเกินโควต้าช่วยชาวไร่
-

“ธนารักษ์”ยันเหรียญสิบปี 33 มี 50 ล้านเหรียญ
จากกระแสข่าวฮือฮา เมื่อเจ้าของร้านปาหนันจิวเวลรี่ ประกาศผ่านเฟซบุ๊กรับซื้อเหรียญ 10 บาท เฉพาะที่ผลิตเมื่อปี พ.ศ.2533 ด้วยมูลค่า 1 แสนบาท/เหรียญ ส่งผลให้มีการแชร์ข้อความในโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเจ้าตัวระบุว่าความสำคัญของเหรียญ 10 บาท ที่ผลิตปี พ.ศ.2533 มีเพียง 100 เหรียญเท่านั้น เพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์เหรียญกษาปณ์ที่ประเทศแคนาดา เลยทำให้เป็นเหรียญที่ไม่ได้เอามาใช้กันในชีวิตประจำวันจนเป็นของหายากไปแล้วล่าสุด เมื่อวันที่ 10 ส.ค. นายนริศ ชัยสูตร อธิบดีกรมธนารักษ์ ได้เปิดเผยถึงเรื่องดังกล่าวว่า กรมธนารักษ์ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วว่า ปี พ.ค.2533 ไม่ได้มีเหรียญ 10 บาท แค่จำนวน 100 เหรียญเท่านั้น เนื่องจากเมื่อปี 2533 ได้ซื้อเหรียญ 10 บาทสำเร็จรูปมาจาก บริษัทโอลินบราส ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนถึง 50 ล้านเหรียญเลยทีเดียว เพราะฉะนั้นไม่ได้มีแค่ 100 เหรียญ ตามข่าวลือแน่นอน ขณะที่ ปี 2532 ได้ซื้อเหรียญสำเร็จรูปมาจาก บริษัท ดิ อิตาเลียน เสตท มิ้นท์ จำนวน 100 ล้านเหรียญ"ส่วนเรื่องการนำเหรียญไปแสดงโชว์ที่ประเทศแคนนาดาหรือไม่นั้น ยังไม่ขอยืนยัน แต่ก็สั่งให้ฝ่ายผลิตเหรียญกษาปณ์ไปตรวจสอบข้อมูลแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลา เพราะติดวันหยุดราชการ 4 วัน ที่ยืนยันได้แน่คือ ปี 2532 – 2533 เราซื้อเหรียญ 10 บาท รวมกันถึง 150 ล้านเหรียญ"ด้าน นายวีระวุฒิ ศรีเปารยะ รองอธิบดีด้านเหรียญกษาปณ์ กล่าวว่า กรมธนารักษ์อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าเป็นอย่างไร เนื่องจากเหรียญ 10 บาท มีการผลิตขึ้นในปี 2532,2533 นั้นเป็นเวลานานแล้ว แต่ในหลักการผลิตเหรียญในจำนวนแค่ 100 เหรียญนั้นเป็นไปได้ยาก และเหรียญดังกล่าวก็เป็นการผลิตเพื่อใช้หมุนเวียนในระบบ ไม่ได้ผลิตออกมาเพื่อเป็นเหรียญที่ระลึก โดยการผลิตเหรียญแต่ละครั้ง เฉลี่ยต้องผลิตไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญเป็นที่ชัดเจนอยู่แล้ว.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ธนารักษ์”ยันเหรียญสิบปี 33 มี 50 ล้านเหรียญ -

ปณท เปิดตัว “แอร์บัส” บริการ “EMS SUPER SPEED” ส่งด่วน 24 ชม.
นางสาวอานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ไปรษณีย์ไทย เพื่อส่งเสริมเครือข่ายธุรกิจของคนไทย พร้อมทั้งสะท้อนการเป็นผู้แทนส่งความสุขให้คนทั้งประเทศ โดยเฉพาะบริการไปรษณีย์ด่วนพิเศษ EMS SUPER SPEED ส่งด่วน มั่นใจ ถึงไวใน 24 ชม. ที่ ปณท ร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชียมากว่า 1 ปีเต็ม ได้พัฒนาขยายพื้นที่ให้บริการปลายทางครอบคลุมเมืองเศรษฐกิจ 9 เมืองใหญ่ ได้แก่ กรุงเทพฯ เชียงใหม่ อุดรธานี ขอนแก่น อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต หาดใหญ่ และนครศรีธรรมราช ทั้งนี้ ไปรษณีย์ไทยได้ร่วมมือกับแอร์เอเชีย ซึ่งเป็นพันธมิตรที่ดีและมีเครือข่ายการบินที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เปิดบริการ EMS SUPER SPEED สิ่งของทางไปรษณีย์ในประเทศด้วยความรวดเร็วด่วนเป็นพิเศษ ให้มีมาตรฐานการนำจ่ายในวันเดียวกันกับวันรับฝาก โดยปิดรับฝาก ณ ที่ทำการไปรษณีย์ที่ให้บริการเวลา 10.30 น. ซึ่งจะถึงปลายทางที่อยู่ผู้รับภายในเวลา 20.30 น. มีการประกันการสูญหาย มั่นใจได้ในทุกขั้นตอน พร้อมทั้งสามารถตรวจสอบสถานะของสิ่งของได้ตลอดเส้นทางผ่านแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนด้วยแอพ Track&Trace ที่ทันสมัย และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th ได้ตลอด 24 ชม.หายห่วงเรื่องเวลารับสิ่งของ เพราะเจ้าหน้าที่จะโทรนัดหมายผู้รับ พร้อมโทรแจ้งผู้ส่งเมื่อผู้รับได้รับของแล้ว สำหรับบริการดังกล่าวมีอัตราค่าบริการเริ่มต้น 150 บาท น้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม (กก.) หากเกิน 1 กก. แต่ไม่เกิน 2 กก. ราคา 250 บาท เกิน 2 กก. แต่ไม่เกิน 3 กก. ราคา 350 บาท ทั้งนี้ น้ำหนักสิ่งของที่ฝากส่งสูงสุดต้องไม่เกิน 20 กก. ซึ่งสามารถใช้บริการได้ที่ทำการไปรษณีย์ 205 แห่งทั่วประเทศ อาทิ ท่าอากาศยานดอนเมือง สำนักงาน ปณท พลับพลาไชย ป้อมปราบ หลานหลวง สามแยก ราชดำเนิน วัดเลียบ หน้าพระลาน บางลำพูบน สหประชาชาติ วังเทวะเวสม์ หลักสี่ ดอนเมือง กองทัพอากาศ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ รามอินทรา สะพานใหม่ สายไหม จรเข้บัว รองเมือง เคาน์เตอร์ฯ ทุ่งครุ เคาน์เตอร์ฯ The City Viva เคาน์เตอร์ฯ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เคาน์เตอร์ฯ พระจอมเกล้าธนบุรี เคาน์เตอร์ฯ บ้านสมเด็จ เคาน์เตอร์ฯ Bangkok Mediplex (ณุศาศิริฯ) ขอนแก่นอุดรธานี เคาน์เตอร์ฯ ท่าอากาศยานอุดรธานี เชียงใหม่ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ นครศรีธรรมราช ภูเก็ต เคาน์เตอร์ฯ สี่แยกมหาวิทยาลัยราชภัฎภูเก็ต เกาะแก้ว ถลาง ท่าอากาศยานภูเก็ต สุราษฎร์ธานี หาดใหญ่ ท่าอากาศยานหาดใหญ่ อุบลราชธานี ฯลฯ โดยเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้ง 205 แห่งรวม 30,750 ชิ้นต่อเดือน และคาดว่า จะเพิ่มขึ้น 20 % หรือ 36,900 ชิ้นต่อเดือน ในปี 2558 ทั้งนี้ ในอนาคตอันใกล้ ปณท คาดว่าจะขยายพื้นที่การให้บริการ EMS SUPER SPEED สู่จังหวัดอื่นๆ ให้ครอบคลุมเพื่อเป็นการสร้างฐานเศรษฐกิจที่มั่นคงรองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากความสัมพันธ์อันดีทางธุรกิจของทั้งสองหน่วยงาน สายการบินไทยแอร์เอเชียยังยินดีเพ้นท์เครื่องบินโฉมใหม่เพื่อการส่งด่วนทั่วไทยโดยเฉพาะจำนวน 1 ลำ ดีไซน์โลโก้ไปรษณีย์ไทย และโลโก้ EMS ส่งด่วน ทั่วไทย ทั่วโลก เพื่อแสดงศักยภาพองค์กรคุณภาพระดับประเทศสู่สาธารณชนวงกว้าง ในด้านความเข้มแข็งของธุรกิจ และพันธมิตรที่น่าเชื่อถือ ทำให้ไปรษณีย์ไทยสามารถยกระดับบริการให้เป็นที่รู้จักได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท เปิดตัว “แอร์บัส” บริการ “EMS SUPER SPEED” ส่งด่วน 24 ชม.