นางพิกุล ศรีมหันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ธนาคารพร้อมที่แข่งขันปล่อยสินเชื่อคอนโดมิเนียมให้ลูกค้า โดยตั้งเป้าหมายส่วนแบ่งการตลาดไว้ที่ 30% เนื่องจากมีคอนโดมิเนียมที่สร้างเสร็จ และพร้อมโอน 63,000 ยูนิต คิดเป็นเงิน 136,000 ล้านบาท จากตลาดอสังหาริมทรัพย์ปีนี้มียอดขาย 570,000 ล้านบาท สูงกว่าตัวเลขเดิมที่คาดการณ์ไว้ 470,000 ล้านบาท เพราะมีความเสี่ยงต่ำ และลูกค้าที่ซื้อส่วนใหญ่มีรายได้ประจำ ขณะที่การซื้อเพื่อเก็งกำไรลดลงสำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) 0.80% ส่วนเอ็นพีแอลของสินเชื่อที่อยู่อาศัย 2%“ปัจจุบันสินเชื่อที่อยู่อาศัย คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3 ปีอยู่ที่ 4.25-4.50% ต่อปีหากคอนโดฯ ที่มีการแข่งขันรุนแรงธนาคา รพร้อมจะลดดอกเบี้ยให้อีก 0.25% และปีนี้ธนาคารตั้งเป้าหมายปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัย 100,000 ล้านบาท ซึ่ง 6 เดือนที่ผ่านมา อยู่ที่ 50,000 ล้านบาท มียอดสินเชื่อเติบโตสุทธิ 20,000 ล้านบาท และสิ้นปีนี้พอร์ตสินเชื่อที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ 520,000 ล้านบาทด้านนายอำนวย ศรีพูนสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและกฎหมาย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาฯครึ่งหลังปีนี้คาดว่าจะฟื้นตัวตามความต้องการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะคอนโดมิเนียมตามแนวรถไฟฟ้า ที่จะมีกำลังซื้อเพื่อการเก็งกำไร และเพื่ออยู่อาศัยจริงเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่บ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์นั้น มองว่าถ้าเป็นในเมืองจะค่อนข้างทรงตัว เนื่องจากมีข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ และทำเล ส่งผลให้การเติบโตยังไม่มากนัก“พื้นที่ในเมืองนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเน้นไปที่คอนโดฯเป็นหลัก เนื่องจากใช้พื้นที่ใช้สอยได้คุ้มค่ากว่า ส่วนบ้านเดี่ยว และทาวน์เฮ้าส์นั้น มองว่าแถบชานเมืองหรือนอกเมือง จะมีโอกาสเติบโตได้ดีกว่าเช่นเดียวกับบ้านมือสอง เนื่องจากราคาถูกกว่าและทำเลที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างดี"นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ในส่วนของธุรกิจรับสร้างบ้านมองว่าจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวช่วงครึ่งปีหลังนี้เช่นกัน โดยเฉพาะปัจจัยบวกจากการเดินหน้าโครงการลงทุนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ความเชื่อมั่นทางการเมือง ส่งผลให้ประชาชนมั่นใจที่จะสร้างบ้านอีกครั้ง แม้ว่าจะทำให้การแข่งขันในธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มสูงขึ้น จนส่งผลให้เกิดปัญหาขาดแคลนแรงงานก็ตาม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ตลาดอสังหาครึ่งปีหลังแข่งเดือด
เดือน: สิงหาคม 2014
-

ตลาดอสังหาครึ่งปีหลังแข่งเดือด
-

ปลัดคมนาคม สั่งสอบเชิงลึก
นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า จากเหตุการณ์ปล้นรถไฟ ถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมาก เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) มีมาตราการเข้มงวดในความปลอดภัย และเปิดโบกี้ เลดี้ สำหรับผู้หญิง แต่กลับกลายเป็นว่ามีการโจรกรรมในรถไฟขบวนดังกล่าว ดังนั้นจึงให้รถไฟสอบสวนข้อเท็จจริงในเชิงลึ กร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เรื่องนี้จะไม่ปล่อยไว้ไม่ได้เด็ดขาดด้านนายออมสินชีวะพฤกษ์ ประธานบอร์ด รฟท. กล่าวว่า ได้กำชับให้ร.ฟ.ท. เร่งรัดสืบสวนสอบสวนคดีนี้ให้เร็วที่สุด เพราะอยู่ในความสนใจของสังคม โดยจะต้องสรุปความคืบหน้าในการสืบสวนสอบสวน และเบาะแสเบื้องต้นในคดีนี้ รายงานให้ตนได้รับทราบภายใน 1 สัปดาห์ แต่อาจจะไม่สามารถเปิดเผยข้อเท็จจริงจากการสืบสวนสอบสวนให้สื่อมวลชนรับทราบได้ เพราะเกรงจะเสียรูปคดี และอาจต้องใช้เวลาในการสอบสวนสักระยะ เนื่องจากจะต้องเชิญคนที่โดยสารมาในโบกี้ที่เกิดเหตุทั้ง 32คน มาสอบสวนให้ครบก่อน จึงจะทราบความชัดเจนทางคดี ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไปนายทนงศักดิ์ พงษ์ประเสริฐ ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถ ร.ฟ.ท. กล่าวว่า ร.ฟ.ท.ได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้เข้มงวด โดยจัดเจ้าหน้าที่ตำรวจรถไฟ และพนักงานรถไฟออกเดินตรวจความปลอดภัยทุก ๆ โบกี้ขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2เพิ่มเติมในยามวิกาลเวลา 24.00-05.00 น.ของทุก ๆ วัน โดยเฉพาะกรณีคนร้ายแฝงตัวเป็นผู้โดยสาร มานั่งอยู่ในตู้เดียวกัน ซึ่งจะฉวยโอกาสขณะที่ผู้โดยสารรายอื่นหลับ เข้ารื้อค้นและลักทรัพย์และเร่งรัดให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดบนขบวนรถนอนชั้น 1 และชั้น 2 ในเส้นทางที่มีผู้โดยสารเดินทางจำนวนมาก เช่น เส้นทางสายใต้ และสายอีสานเบื้องต้น จะนำร่องติดตั้งกล้องในขบวนเลดี้โบกี้ก่อน 10 โบกี้รวม 100 ตัวให้เสร็จใน 3 เดือน ซึ่งขณะนี้มีงบประมาณเตรียมไว้พร้อมแล้ว ส่วนขบวนรถนอนชั้น 1 และ 2 ที่ไม่ใช่เลดี้โบกี้ ซึ่งเป็นขบวนที่เพิ่งเกิดเหตุลักขโมยนั้น ร.ฟ.ท. จะติดตั้งกล้องเพิ่มเติมด้วยเช่นกันแต่ต้องหารือรายละเอียดร่วมกับผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.อย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าจะติดตั้งจำนวนเท่าไรเพราะร.ฟ.ท.จะต้องกลับไปพิจารณาแหล่งเงินที่จะนำมาใช้จ่ายด้วย“การติดตั้งกล้องซีซีทีวี ในขบวนรถนอน น่าจะไม่มีปัญหาเรื่องของภาพสั่นไหว เหมือนกับรถขบวนท้องถิ่นสายใต้ที่ร.ฟ.ท.เคยติดตั้งไปแล้ว รวมทั้งกล้องชุดใหม่ ที่จะซื้อจะต้องเป็นกล้องที่มีคุณภาพดี สามารถบันทึกภาพได้นิ่งซึ่งเชื่อว่ากล้องวงจรปิดที่มีการขายกันในตลาดในปัจจุบันมีหลายยี่ห้อ ที่ราคาไม่แพงและมีระบบป้องกันการสั่นไหวของภาพ ซึ่งจะเร่งติดตั้งในขบวนที่ไม่ใช่เลดี้คาร์ ให้ได้บางส่วนก่อนภายในปีนี้”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดคมนาคม สั่งสอบเชิงลึก -

ทัวร์เอสเอ็มอีปิดกิจการหนีขาดทุน
นายศิษฎิวัชร ชีวรัตนพร นายกสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) เปิดเผยว่า ขณะนี้ บริษัททัวร์ที่ทำตลาดรัสเซีย โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (เอสเอ็มอี) ได้ทยอยปิดบริษัทแล้ว เนื่องจากไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในการบริหารกิจการ เพราะเป็นช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) ที่จำนวนนักท่องเที่ยวลดลง ประกอบกับผลกระทบจากการเมือง ที่ยืดเยื้อมานาน ตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา จึงขาดเงินทุนหมุนเวียนในระยะยาวด้วย ทำให้ปัจจุบันเหลือเพียงบริษัทรายใหญ่เท่านั้น ที่ยังมีสายป่านแข็งแรง ประคองบริษัทอยู่ได้นอกจากนี้ สภาพเศรษฐกิจภายในประเทศของรัสเซียเองที่ชะลอตัวอย่างหนัก ทำให้บริษัททัวร์ของรัสเซียต้องปิดตัวลงด้วย ดังนั้นจึงเป็นการตัดช่องทางสำคัญในการเดินทางมาประเทศไทยด้วยเช่นกัน“ยอมรับว่าปัจจุบันทัวร์รัสเซีย เริ่มมีนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาไทยน้อยลงเรื่อย ๆ และ ขณะนี้มีเพียงรายใหญ่ ๆ เท่านั้น ที่อยู่ได้ หลังจากนี้จะต้องติดตามอย่างใกล้ชิดส่วนกรณีที่มีทัวร์รัสเซีย นำนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวแล้ว ลอยแพนักท่องเที่ยว ไม่มีการส่งกลับประเทศนั้น ถือเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง”ทั้งนี้ตัวเลขของนักท่องเที่ยวรัสเซีย ที่เดินทางมาไทยตั้งแต่เดือนม.ค.-ก.ค.57พบว่ามี 296,030 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 384,506 คน หรือลดลงถึง 23%ว่าที่ร้อยตรี อานุภาพ เกษรสุวรรณ์ อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ตัวเลขนักท่องเที่ยวตั้งแต่เดือน ม.ค.-ก.ค.ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยว 13.62 ล้านคน ลดลง 10.47% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน มีรายได้จากการท่องเที่ยว 631,013.38 ล้านบาท ลดลง 7.59% ด้านตัวเลขนักท่องเที่ยวรัสเซียในเดือน ก.ค.มีนักท่องเที่ยว 57,076 คน จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มี 71,899 คน หรือลดลง 25%ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เดือน ก.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัททัวร์รัสเซียถึง 3 แห่ง ลอยแพนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในต่างประเทศแล้วกว่า 50,000 คน เนื่องจาก บริษัทปิดตัวลง เพราะสภาพเศรษฐกิจที่ถดถอยเป็นอย่างมาก ทำให้ค่าเงินลดลงถึง 11% จากระดับสูงสุดที่เคยลดลงเมื่อเดือนก.ย.ปี56
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทัวร์เอสเอ็มอีปิดกิจการหนีขาดทุน