วันนี้(5 ส.ค.) ที่โรงแรมเอส 31 ถนนสุขุมวิท มีการจัดแถลงข่าวเปิดตัวแอพพลิเคชั่นอีซี่แท็กซี่ ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นสำหรับเรียกใช้บริการรถแท็กซี่ โดยนายเฟลิปเป้ คาซินสกี้ ซีอีโอ อีซี่ แท็กซี่ ไทยแลนด์ กล่าวว่า อีซี่แท็กซี่ถือกำเนิดจากกลุ่มสตาร์ทอัพประเทศบราซิล เมื่อปี 2011โดยปัจจุบันเปิดให้บริการใน 32 ประเทศทั่วโลกและได้รับเงินลงทุนจากนักลงทุนแล้วประมาณ 77 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯเพื่อนำไปขยายธุรกิจในประเทศต่างๆโดยมีเป้าหมาย คือประเทศในทวีปแอฟริกา และในเอเชีย ฯลฯ“จุดเด่นของอีซี่แท็กซี่ที่แตกต่างจากแอพเรียกแท็กซี่ทั่วไป คือ มีคุณภาพและบริการที่ดีกว่าและดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นลงเครื่องเพียงครั้งเดียวก็สามารถนำไปใช้ในประเทศอื่นๆที่มีบริการได้โดยข้อมูลจะปรับเปลี่ยนไปตามพื้นที่นั้นๆด้วยการจับจีพีเอสและสามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฎิบัติไอโอเอส แอนดรอยด์ วินโดว์โฟนและแบล็คเบอร์รี่และเตรียมจะเปิดให้ชำระค่าโดยสารผ่านบัตรเครดิตได้ในอีก 2 เดือน ข้างหน้า ซึ่งปัจจุบันอีซี่แท็กซี่ถือเป็นแอพเรียกใช้บริการแท็กซี่อันดับหนึ่งของโลกมีแท็กซี่ลงทะเบียนทั่วโลกแล้ว 185,000 คัน”นายณัฐภัค อติชาติการ กรรมการผู้จัดการฝ่ายปฎิบัติการ อีซี่ แท็กซี่ ประเทศไทย กล่าวว่า ในไทยอีซี่แท็กซี่เปิดให้บริการมาแล้วประมาณ 10 เดือนแล้ว ซึ่งมีแท็กซี่ที่เข้ามาเป็นสมาชิกแล้ ว8,000 คัน สิ้นปีคาดว่าจะเพิ่มเป็น 28,000 คัน และมียอดดาวน์โหดแอพพลิเคชั่นแล้วประมาณ 5 แสนครั้ง สิ้นปีตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 1 ล้านครั้ง โดยแผนต่อจากนี้ไปเตรียมจะเพิ่มพันธมิตรธุรกิจชั้นนำให้มากขึ้นและเพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ๆ รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ให้บริการในต่างจังหวัด เช่น เชียงใหม่ พัทยา ภูเก็ตและขอนแก่น ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมายเป็นแอพพลิเคชั่นเรียกใช้บริการแท็กซี่อันดับ 1 ในไทยด้วย ซึ่งลูกค้าที่เรียกใช้บริการจะต้องรอแท็กซี่มารับเฉลี่ยประมาณ 10 นาที ตั้งเป้าหมายพัฒนาให้ลูกค้ารอไม่เกิน 5 นาทีในอนาคต“ผู้ใช้บริการที่เรียกแท็กซี่จะมีค่าบริการเพิ่มขึ้นอีก 2 0บาท จากราคามิเตอร์ โดยในส่วนนี้จะเป็นรายได้ของคนขับแท็กซี่ บริษัทไม่ได้มีการหักในส่วนนี้ เนื่องจากต้องการขยายฐานจำนวนแท็กซี่ให้เพิ่มมากขึ้นและคนขับมีรายได้อย่างเต็มที่จากการใช้แอพพลิเคชั่น เพราะไม่ต้องขับรถหาลูกค้าช่วยประหยัดค่าเชื้อเพลิงและมีความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามในส่วนของรายได้หลักของบริษัทจะมาจากค่าโฆษณาบนแอพพลิเคชั่นซึ่งมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อีซี่ แท็กซี่” หวังสิ้นปียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้ง
เดือน: สิงหาคม 2014
-

“อีซี่ แท็กซี่” หวังสิ้นปียอดดาวน์โหลดทะลุล้านครั้ง
-

ก.ไอซีทีผนึกสถานศึกษา 200 แห่ง ปั้นแกนนำลูกเสือไซเบอร์
นางเมธินี เทพมณี ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) กล่าวว่า กระทรวงไอซีที โดยสำนักส่งเสริมและพัฒนาการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้จัดกิจกรรมการฝึกอบรมวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ ภายใต้โครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต(Cyber Scout) ให้กับบุคลากรทางด้านการศึกษาของสถานศึกษาต่างๆได้แก่ ครู-อาจารย์ทางด้านลูกเสือ ครู-อาจารย์ทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ซึ่งกระทรวงไอซีที ได้สนับสนุนให้มีการนำเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันอย่างสร้างสรรค์ ทั่วถึงและคุ้มค่า เพื่อให้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ แต่เนื่องจากปัจจุบันภัยคุกคามจากการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารโดยเฉพาะเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เช่น การให้หรือรับข้อมูลข่าวสารที่บิดเบือนการเผยแพร่และเข้าถึงข้อมูลที่มีลักษณะหมิ่นเหม่ต่อการหมิ่นสถาบันเบื้องสูงการเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ใช้งานและสังคมออนไลน์จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญในการคัดกรองหรือเลือกที่จะเข้าถึงรวมทั้งช่วยกันสอดส่องสื่อที่ไม่เหมาะสมเหล่านั้น ดังนั้น การสร้างเครือข่ายอาสาสมัครออนไลน์จึงมีความจำเป็นโดยเริ่มจากการปลูกฝังจิตสำนึกในการร่วมมือกันส่งเสริม และปกป้องให้สังคมไทยเกิดความตระหนักในการรับรู้และใช้งานข้อมูลข่าวสารบนโลกออนไลน์อย่างเหมาะสมและสร้างสรรค์ตลอดจนร่วมมือเป็นหูเป็นตาให้แก่หน่วยงานภาครัฐเพื่อรู้เท่าทันการใช้สื่อการลด และการเข้าถึงสื่อออนไลน์ที่ไม่เหมาะสม สำหรับการฝึกอบรมวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ภายใต้โครงการสร้างลูกเสือบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Cyber Scout) กำหนดจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 26 – 29 สิงหาคม 2557 และพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU)กับสถานศึกษา จำนวน 200 แห่ง ในวันที่ 29สิงหาคม 2557 ณ ค่ายลูกเสือชั่วคราวท่าชัยโฮมสเตย์อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวิทยากรแกนนำลูกเสือไซเบอร์ในการทำหน้าที่สร้างความรู้ความเข้าใจ และความตระหนักในการใช้ ICTอย่างสร้างสรรค์ มีคุณธรรมจริยธรรม มีวิจารณญาน รู้เท่าทัน และการนำICT มาใช้ได้อย่างเหมาะสม ให้กับเด็กนักเรียนในสถานศึกษาซึ่งจะร่วมเป็นอาสาสมัครลูกเสือไซเบอร์ต่อไป “ต่อไปเด็กนักเรียนจะช่วยกันสอดส่องดูแลภัยอันตรายและเฝ้าระวังข้อมูลข่าวสารที่เป็นภัยต่อสถาบันรวมถึงความมั่นคงของประเทศ ตลอดจนเพื่อเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์สำหรับภาคประชาชนที่จะเป็นส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์สังคมต่อไป ทั้งนี้คาดว่าจะมีบุคลากรทางด้านการศึกษาจากสถานศึกษาทั่วประเทศ เข้าร่วมฯ กว่า 200 คน”นางเมธินี กล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีทีผนึกสถานศึกษา 200 แห่ง ปั้นแกนนำลูกเสือไซเบอร์ -

“KNIGHTTEK” คว้า สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์
วันนี้(5 ส.ค.) ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด รัชดา นายฉัตรชัยคุณปิติลักษณ์ รองผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) หน่วยงานภายใต้การกำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ซิป้าได้จัดโครงการซอฟต์แวร์ตีแตกถือเป็นเวทีการแข่งขันที่จะปั้นให้เป็นนักธุรกิจซอฟต์แวร์มืออาชีพ เพื่อก้าวเป็น“เซียนซอฟต์แวร์” ด้วยการคัดเลือกนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วประเทศทั้งระดับมืออาชีพ และนักเรียนนักศึกษา ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดในโครงการฯ ทั้งซอฟต์แวร์ด้านการท่องเที่ยวโลจิสติกส์ สุขภาพ การศึกษา อาหารและการเกษตร อัญมณี ดิจิทัลคอนเทนต์ และ NewMedia และซอฟต์แวร์ด้านอื่นๆ ซึ่งเปิดรับสมัครเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้ประกาศผลคัดเลือกผู้ชนะได้เซียนซอฟต์แวร์ 8 ทีม ประกอบด้วย ภาคเหนือคือ ทีม SoGoodWeb ทีม Clear Projects ภาคใต้คือ ทีม School Os ทีม faceBIZ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ คือทีม Digix ทีม Ideon ภาคกลาง คือ ทีม ROOMLINKSAAS ทีม KNIGHTTEK จาก 40 ทีมที่สมัครร่วมแข่งขันโครงการฯระดับภูมิภาคทั่วประเทศ ปรากฏว่าผลผู้ชนะเลิศสุดยอดเซียนซอฟต์แวร์คือ นายโสภณ เตตะยานนท์ ซีอีโอ ทีมKNIGHTTEK ผลงานซอฟต์แวร์ โมบาย แอพพลิเคชั่น มาใช้งานกับระบบแบ็คออฟฟิศเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการเพิ่มประสิทธิภาพของกิจการ เอสเอ็มอี ทั้งระบบตรวจสอบลดต้นทุน โดยซอฟต์แวร์สามารถทำงานได้ทุกที่ทุกเวลาบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งนี้ การแข่งขันชิงแชมป์สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์ระดับประเทศโดยมีกรรมการตัดสินเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดและเทคโนโลยี ดังนี้ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ อาจารย์ ธันยวัชร์ ไชยตระกูลชัยอาจารย์ ปานระพี รพิพันธุ์ ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวเป็นการสร้างเสริมนักพัฒนาซอฟต์แวร์ไทยก้าวสู่มืออาชีพอย่างสมบูรณ์ และโครงการซอฟต์แวร์ตีแตกนี้ จะช่วยส่งเสริมผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ไทยที่มีคุณภาพมากขึ้น เพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดไอทีที่ยังต้องการบุคคลากรด้านนี้อีกมาก โดยปีที่ผ่านมาได้สำรวจความต้องการนักซอฟต์แวร์ ปรากฏว่ายังขาดแคลนถึง 8,136 คน “ซิป้า จึงเร่งผลักดันบุคลากร นักธุรกิจซอฟต์แวร์หน้าใหม่สู่ตลาดโดยเฉลี่ยปีละ 20,000 คน โดยที่เราจะเข้าไปสนับสนุน ปีละ 400-500คน เพื่อผลักดันให้อุตสาหกรรมซอฟต์แวร์และดิจิตอลคอนเทนต์ ขยายตัวเต็มปี ทั้งนี้ ในปี 2558 ตลาดนี้จะขยายตัวมีมูลค่ามากว่า 40,000 ล้านบาท มีอัตราการเติบโตถึง 8%” นายฉัตรชัยกล่าว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “KNIGHTTEK” คว้า สุดยอดเซียนซอฟต์แวร์