ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (4 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นสดใสในแดนบวกตลอดวัน สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับตลาดภูมิภาค หลังจากปรับตัวพักฐานตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรหุ้นขนาดใหญ่ โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและธนาคารเป็นตัวผลักดันดัชนี อีกทั้งนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลด้านภาวะเศรษฐกิจต่างประเทศได้ระดับหนึ่ง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,520.48 จุด และลดลงต่ำสุด 1,501.61จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,519.38จุด เพิ่มขึ้น 19.18 จุด หรือ 1.28% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 47,052.78 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.จัสมิน ปิดที่ 7.20 ลดลง 0.40 บาท 2.ทรู ปิดที่ 9.80 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3.ปตท. ปิดที่ 323.00 บาท เพิ่มขึ้น 9.00 บาท 4.ช.การช่าง ปิดที่ 26.00 บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท 5.ศรีสวัสดิ์ ปิดที่ 22.00 บาท เพิ่มขึ่น 1.30 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 19.18 จุด
เดือน: สิงหาคม 2014
-

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 19.18 จุด
-

ทิพยะฯเปิดแผนครึ่งปีหลัง
นายสมพร สืบถวิลกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้เน้นกลุ่มลูกค้ารายย่อยเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและตลาดยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเพิ่มสัดส่วนเป็น 56% จากปัจจุบันอยู่ที่ 40% ในปีหน้า และลดสัดส่วนลูกค้ารายใหญ่มาอยู่ที่ 44% จากเดิมอยู่ที่ 60% ดังนั้นจึงได้เปิดตัวแพกเกจประกันภัย 3 รูปแบบหรือทิพยพลัส โดยมี 3 หนุ่มคือ กบ-ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี แท่ง-ศักดิ์สิทธิ์ แท่งทอง มอส-ปฏิภาน ปฐวีกานต์ มาเป็นพรีเซนเตอร์ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำของลูกค้า คาดว่าจะมียอดขายปีนี้ประมาณ 900 ล้านบาท และปี 58 เพิ่มเป็น 2,500 ล้านบาท สำหรับรูปแบบของประกันภัย ประกอบด้วย ทิพยมอเตอร์ 3 พลัส จุดเด่นคือราคาต่ำกว่าตลาด ขณะที่ทุนประกันภัยสูงกว่าคู่แข่ง ซึ่งนอกจากจะให้ความคุ้มครองคู่กรณีและอุบัติเหตุแล้วยังดูแลถึงการใช้รถในชีวิตประจำวัน เช่น รถเสีย น้ำมันหมด แบตเตอรี่เสื่อม และบริการพิเศษ เช่น รถยก รถลาก ยกเว้นค่าเสียหายส่วนแรก โดยคิดเบี้ยประกัน 6,500 บาท ทุนประกัน 100,000 บาท เบี้ยประกัน 7,500 บาททุนประกัน 200,000 บาท เบี้ยประกัน 8,500 บาท ทุนประกัน 300,000 บาท เบี้ยประกัน 9,300 บาท ทุนประกัน 400,000 บาท เบี้ยประกัน 10,000 ทุนประกัน 500,000 บาท รับประกันอายุรถถึง 15 ปี ส่วนประกันที่อยู่อาศัยคือ ทิพย โฮม พลัส ซึ่งให้คุ้มครองบ้านและทรัพย์สิน รวมถึงบุคคลที่ 3 ได้รับบาดเจ็บภายในบ้าน รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายจากไฟตก และกระจกแตกสามารถเคลมได้ ตลอดจนสัตว์เลี้ยงไปทำรายผู้อื่น ส่วนทิพย 40 พลัส เป็นประกันอุบัติเหตุและสุขภาพ รับประกันตั้งแต่ 40-65ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มการคุ้มครองกระดูกแตกหัก และชดเชยค่ารถเข็นผู้ป่วย ซึ่งใช้งบโฆษณาและประชาสัมพันธ์โครงการนี้ประมาณ 120 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่ปรับเบี้ยรับรวมใหม่ เพราะการออกแคมเปญต่อเนื่องจะทำให้เบี้ยได้ตามเป้าอยู่ที่ 28,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 12.5 % จากปี 56 ที่มีเบี้ยรับรวม 24,000 ล้านบาท แม้ว่าในช่วงครึ่งปีแรก(ม.ค.-มิ.ย.) ที่ผ่านมาเบี้ยรับรวมลดลง 7% หรือต่ำกว่าเป้าที่วางไว้ที่ 13,000 ล้านบาท เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทำให้ภาคธุรกิจได้รับผลกระทบทั้งหมด ส่วนแนวโน้มผลิตภัณฑ์ประเภทพลัสจะเติบโตเพิ่มขึ้น เพราะช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และราคาไม่แพง แต่ให้ความคุ้มครองจำกัด โดยเชื่อว่าการแข่งขันในตลาดจะมีความรุนแรงมากขึ้น เพื่อรักษาส่วนแบ่งการตลาด โดยบริษัทมีส่วนแบ่งตลาด 10% และปีหน้าจะเพิ่มเป็น 12%
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ทิพยะฯเปิดแผนครึ่งปีหลัง -

ร่อนหนังสือแจ้งรัฐวิสาหกิจ
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยถึงกรณีการตัดสิทธิประโยชน์และค่ารับรองของประธานและกรรมการรัฐวิสาหกิจ ว่า ขณะนี้ สคร.ได้ส่งหนังสือเวียนให้กับรัฐวิสาหกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลังแล้ว ภายหลังที่ธนาคารออมสินได้เริ่มดำเนินการตัดสิทธิประโยชน์เป็นแห่งแรก ซึ่งจะกำหนดให้ทุกหน่วยงานรัฐวิสาหกิจยึดหลักและดำเนินการตามธนาคารออมสิน ขณะเดียวกัน ยังได้เร่งดำเนินการเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูของรัฐวิสาหกิจ โดยมีรัฐวิสาหกิจ 6 แห่งที่ส่งรายละเอียดของแผนมาแล้ว ได้แก่ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ธอท.), บมจ.ทีโอที, บมจ.กสท โทรคมนาคม ส่วน บมจ.การบินไทย และการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กำลังเร่งดำเนินการส่งมา โดยจะเร่งหาข้อสรุปเพื่อนำเสนอให้ซุปเปอร์บอร์ดพิจารณาภายใน 14 ส.ค.นี้
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ร่อนหนังสือแจ้งรัฐวิสาหกิจ