เดือน: สิงหาคม 2014

  • ว่างงานเดือนก.คเฉียด4แสนคน

    ว่างงานเดือนก.คเฉียด4แสนคน

    รายงานข่าวจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจภาวะการมีงานทำของคนไทยในเดือนก.ค.57 พบว่ามีผู้ว่างงานจำนวน 379,000 คน คิดเป็นอัตราการว่างงาน 1% และเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปีก่อนจำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้น 16,000 คน แต่เมื่อเทียบกับเดือนมิ.ย.57 จำนวนผู้ว่างงานลดลง 69,000 คน โดยในจำนวนผู้ว่างงาน 379,000 คน แยกเป็นผู้ว่างงานที่ไม่เคยทำงานมาก่อนจำนวน 169,000 คน และผู้ว่างงานที่เคยทำงานมาก่อน 210,000 คน เพิ่มขึ้น  35,000 คน จากช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556  โดยเป็นผู้ว่างงานจาก ภาคการบริการและการค้า 110,000 คน ภาคการผลิต 81,000 คน และภาคเกษตรกรรม 19,000 คน ทั้งนี้เมื่อแยกผู้ว่างงานตามระดับการศึกษาพบว่า มีผู้ว่างงานที่สำเร็จการศึกษาในระดับอุดมศึกษาจำนวน 137,000  คนรองลงมาเป็นระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 103,000 คน ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 70,000 คน ระดับประถมศึกษา 57,000 คน และผู้ที่ระดับต่ำกว่าประถมศึกษา 12,000 คน  เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2556 พบว่า จำนวนผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 45,000 คน และระดับประถมศึกษา 11,000 คน ส่วนผู้ว่างงานที่ลดลงคือระดับอุดมศึกษาลดลง 16,000 คน ผู้ที่จบการศึกษาต่ำกว่าประถมศึกษา 13,000 คน และระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 11,000 คน    ขณะที่เมื่อพิจารณาจำนวนผู้ว่างงานเป็นรายภาค พบว่า ภาคกลางมีจำนวนผู้ว่างงานสูงสุด 113,000 คน  รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 86,000 คน ภาคใต้ 72,000 คน  กรุงเทพมหานคร 59,000 คน และภาคเหนือ 49,000 คน  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาพบว่า ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้ว่างงานเพิ่มขึ้นมากที่สุด รองลงมาเป็นภาคเหนือ ส่วนที่ลดลงคือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานคร และภาคใต้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ว่างงานเดือนก.คเฉียด4แสนคน

  • ซื้อเมล์เอ็นจีวี3,000คัน

    ซื้อเมล์เอ็นจีวี3,000คัน

    นางสร้อยทิพย์  ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้ทำแผนจัดหารถเมล์เอ็นจีวีองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 3,183  คัน พร้อมมีข้อเสนอแนะให้ ขสมก.พิจารณาเร่งรัดจัดหาและส่งมอบรถเมล์บางใหม่ให้ทันในปลายปี 57 เพื่อให้บริการแก่ประชาชนหลังจากรอมานาน 8 ปี ส่วนวิธีการจัดหา และจำนวนคันรถที่ต้องซื้อ ขสมก.จะต้องสรุปรายละเอียดเสนอกระทรวงคมนาคม เพื่อเสนอต่อคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่มี พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ปลัดบัญชีทหารบกเป็นประธาน และรายงาน คสช.ต่อไป “นโยบาย คสช. ต้องการให้ ขสมก. หาแนวทางความเป็นไปได้ส่งมอบรถเมล์ใหม่บางส่วนเข้ามาให้ทันในปีนี้ แต่วิธีการ รายละเอียดเป็นเรื่องที่ ขสมก.จะต้องไปคิดว่า จำนวนกี่คัน และใช้วิธีการอะไร” นางสร้อยทิพย์กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องมีการเร่งรัดส่งมอบรถเมล์ใหม่บางส่วน เนื่องจากโครงการนี้ดำเนินมานานกว่า 8 ปีแล้วยังไม่สามารถดำเนินการเปิดประกวดราคาจัดหาได้ ในขณะที่รถเมล์ ขสมก.ที่มีอยู่ขณะนี้มีสภาพที่ทรุดโทรมมาก  ดังนั้น คสช.จึงต้องเร่งรัดให้จัดหารถใหม่บางส่วนเข้ามาก่อนเพื่อนำมาให้บริการแก่ประชาชน แต่ขณะเดียวกัน คตร.มีการตรวจสอบความโปร่งใสและขั้นตอนดำเนินโครงการทั้งหมดไปด้วย นายวีระพงศ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ขสมก. (สร.ขสมก.) กล่าวว่า ปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหาร ขสมก.ได้เชิญทาง สร.ขสมก.เข้าไปรับทราบนโยบายของ คสช.ว่า มีข้อสั่งการพิเศษให้เร่งรัดการจัดซื้อรถเมล์รอบแรกเพียงบางส่วนก่อนเพื่อส่งมอบให้ทันภายในปีนี้ ส่วนที่เหลือค่อยใช้วิธีนำเข้ามาเพื่อประกอบภายในประเทศเพื่อช่วยสร้างงานและรายได้ให้กับผู้ประกอบการไทย  “สร. ขสมก. เห็นด้วยที่ประชาชนจะมีโอกาสได้รับบริการที่ดีขึ้นภายในเวลาอันรวดเร็ว แต่ขอให้ดำเนินการจัดซื้ออย่างโปร่งใสและสุจริต และไม่อยากให้นำเข้ารถสำเร็จรูปทั้งคันจากจีน เพราะคุณภาพไม่ดี แต่ถ้าเลือกรถญี่ปุ่นและยุโรปจะมีคุณภาพดีกว่า เพราะรถเมล์รุ่นเก่าที่ ขสมก.ใช้อยู่มีอายุ 17 – 23 ปี แต่ถ้าเป็นรถเมล์จีนใช้ 10 ปีก็พบว่ามีปัญหา” นายวีระพงศ์กล่าวว่า การนำเข้ารถเมล์ลอตแรกที่มีความเป็นไปได้ คือ การจัดหารถร้อน 500 คัน และรถปรับอากาศ 500 คัน  เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในช่วงแรก  ซึ่งจะสอดคล้องกับแผนการรับมอบรถส่วนที่เหลือให้ครบภายในปี 58 เพราะกำลังการผลิตสามารถประกอบรถได้ 100–200 คันต่อเดือน ด้านนายนเรศ บุญเปี่ยม ผอ. ขสมก. กล่าวว่า เมื่อวันที่ 31 ก.ค.ที่ผ่านมา ได้ชี้แจงข้อมูลการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีแก่ คตร.  แต่เบื้องต้น คสช.มีนโยบายให้จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีอยู่แล้ว พร้อมกำหนดต้องส่งมอบรถทั้งหมด 3,183 คันให้ได้ภายในปี 58  เนื่องจากรถเมล์เดิมใช้มานานจนเก่ามาก อีกทั้งเพื่อสอดคล้องกับแผนการขยายเส้นทางรถเมล์ใหม่ให้ครอบคลุม และเพิ่มบริการให้ประชาชนสะดวกสบาย ปลอดภัย “ตามหลักแล้ว หากส่งมอบรถเมล์ทั้งหมดภายในปี 58  จะต้องเปิดประมูลและทำสัญญาให้เสร็จภายในปีนี้  จึงจะทยอยส่งมอบได้ทัน  ส่วนการจัดซื้อรถรอบนี้ จะเพียงพอต่อการให้บริการอีกไม่ต่ำกว่า 10 ปี และยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิ 2 ใน 3 เพราะเปลี่ยนจากดีเซลเป็นเอ็นจีวี” พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการ ขสมก. กล่าวว่า  พร้อมดำเนินตามนโยบาย ขสมก.และเห็นด้วยต้องเร่งรัดจัดหารถเมล์ใหม่ โดยหลักการจะต้องคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดกับประชาชน และองค์กรด้วย  และจะมีการนัดประชุมคณะกรรมการนัดแรกในวันที่ 8 ส.ค.นี้ จากนั้นจะนำรายละเอียดเรื่องที่สำคัญและจำเป็นเร่งด่วนเข้ามาพิจารณาเพื่อตัดสินใจ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซื้อเมล์เอ็นจีวี3,000คัน

  • พร้อมปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย

    พร้อมปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย

    ที่โรงแรมสวิสโซเทล เลอ คองคอร์ด กรุงเทพฯ เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 4 ส.ค.57 นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้นัดหารือกับผู้บริหารกรมบัญชีกลาง  เพื่อศึกษาผลกระทบหากต้องปรับขึ้นเงินเดือนตามนโยบายคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) โดยเบื้องต้นคสช.ให้พิจารณาเรื่องการปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อยที่ไม่จบปริญญาตรีที่มีเงินเดือน 9,000 บาท ควรจะปรับเท่าใด ซึ่งหากขึ้นเฉพาะตรงนี้ไม่มีปัญหาต่องบประมาณ “ขณะนี้ งบประมาณมีเพียงพอ ถ้างบประจำปี 58 จัดสรรไม่ทัน ก็สามารถใช้งบกลางมาจ่ายให้ได้ แต่กระบวนการจัดทำงบประมาณยังสามารถปรับเปลี่ยนได้ในชั้นแปรญัตติ โดยที่ผ่านมาการปรับขึ้นเงินเดือนให้ปริญญาตรีเป็น 15,000 บาทใช้งบประมาณไป 18,000 ล้านบาทซึ่งกระทรวงการคลังยังรับมือได้ และการจัดเก็บรายได้ขณะนี้เริ่มปรับตัวดีขึ้นแล้ว คาดว่าปีงบ 58 จะเก็บภาษีได้ตามเป้าหมายอย่างแน่นอน” ทั้งนี้ คงใช้เวลาไม่นานน่าจะมีข้อสรุปชัดเจนเกี่ยวกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ โดยคาดว่าจะขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการพิจารณาได้เสร็จทันวันที่ 1 ต.ค.57 นี้ แต่คงต้องดูก่อนว่าการแก้พ.ร.บ.เงินเดือนข้าราชการที่ให้สอดคล้องกับอัตราใหม่ที่จะประกาศเสร็จไดเร็วหรือไม่ โดยภายในสัปดาห์นี้คงจะหารือผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดว่าจะปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอัตราใด ปรับให้ระดับไหนบ้าง “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช.เคยพูดในที่ประชุมก่อนหน้านี้แล้วว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาปรับรายได้น้อยให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยให้เพียงพอต่อค่าครองชีพ โดยในส่วนข้าราชการระดับปริญญาตรีนั้นคงจะไม่ปรับอะไร เพราะก่อนหน้านี้ได้ปรับให้เป็น 15,000 บาทไปแล้ว ตรงนี้น่าจะเพียงพอต่อค่าครองชีพในปัจจุบัน”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พร้อมปรับขึ้นเดือนข้าราชการชั้นผู้น้อย