นาวาอากาศตรีพงศ์ภีระ ไพศาลกุลวงศ์ ผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายความปลอดภัย ความมั่นคง และมาตรฐานการบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้กำหนดมาตรการป้องกันโรคระบาดโรคไวรัสอีโบลาในทวีปแอฟริกาอย่างใกล้ชิด โดยได้ออก 7 มาตรการ เพื่อเพิ่มความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร ทั้งการดูแลบนเครื่องบิน ภาคพื้นดิน และความปลอดภัยของพนักงาน ได้แก่ มาตรการคัดกรองตรวจรับผู้โดยสารและการบริการลูกค้าภาคพื้น อาทิ การสังเกตอาการผู้โดยสารก่อนการเช็คอิน หากจำเป็นผู้โดยสารต้องมีใบรับรองแพทย์ มาตรการให้บริการบนเครื่องบิน อาทิ การเฝ้าระวัง สังเกตอาการของผู้โดยสารในระหว่างการเดินทาง ขณะเดียวกันยังมีมาตรการจัดเตรียมอากาศยานและฆ่าเชื้อโรค อาทิ การพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในอากาศยานในระหว่างจอดที่สนามบิน มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน อาทิ เพิ่มการทำความสะอาด 36 จุดสัมผัสภายในห้องโดยสาร มาตรการป้องกันและเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน อาทิ การมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล ประจำเครื่องบิน และการให้ความรู้ในการป้องกันสุขภาพแก่พนักงาน นอกจากนี้ยังมีมาตรการด้านการรับขนส่งสินค้าและไปรษณียภัณฑ์ อาทิ เพิ่มการตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าที่มีความเสี่ยง และมาตรการด้านโภชนาการ อาทิ การคัดเลือกวัตถุดิบและวิธีการปรุงอาหารที่สะอาดได้มาตรฐานและไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรค ซึ่งทั้งหมดเป็นมาตรการที่ใกล้เคียงกับที่เคยใช้ปฏิบัติในคราวที่เกิดโรคระบาดซาร์ ปี 46 และโรคระบาดไข้หวัดนกปี 47 และได้รับการชื่นชมจากองค์การอนามัยโลก ว่าป้องกันได้โรคระบาดได้อย่างดี นาวาอากาศตรีพงศ์ภีระกล่าวว่า ยืนยันว่าการบินไทยไม่มีเที่ยวบินไปยังประเทศกินี เซียร์ราลีโอน ไลบีเรีย โดยมีแค่เที่ยวบินไปยังโจฮันเนสเบิร์กสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวบินเท่านั้น อย่างไรก็ตามการบินไทยได้ประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆ ของกระทรวงสาธารณสุขอย่างใกล้ชิดต่อเนื่อง
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : การบินไทยออกกฎป้องกันอีโบลา
เดือน: สิงหาคม 2014
-

การบินไทยออกกฎป้องกันอีโบลา
-

ดีแทครายได้ทรงตัว
นายชวิต แสงอุดมเลิศ หัวหน้าฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด(มหาชน) ผู้ให้บริการโครงข่ายสัญญาณโทรศัพย์ภายใต้ชื่อ ดีแทค เปิดเผยว่า ในครึ่งปีแรกรายได้จากค่าบริการ เติบโตติดลบ 1 % เพราะเศรษฐกิจชะลอตัว ผู้บริโภคลดการจับจ่ายใช้ คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะสามารถทำการเติบโตได้เพิ่มขึ้น 1% จากการจัดทำโปรโมชั่นกระตุ้นยอดขาย ส่งผลมีรายได้รวมทรงตัวเท่ากับปีก่อน ที่ 70,000 ล้านบาท “ใน ช่วง 3-4 ไตรมาสที่ผ่านมา ค่าบริการที่เกี่ยวกับการโทรมีอัตราที่ลดลงจำนวนมากหลังจากที่การใช้บริการ ดาต้าอินเตอร์เน็ตเริ่มเข้ามามีบทบาทกับธุรกิจสื่อสารมากขึ้น แต่มีมุมมองว่าในครึ่งปีหลังน่าจะเห็นการฟื้นตัวของค่าบริการด้านการโทรสอด คล้องการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ ในขณะเดียวกันรายได้จากการให้บริการดาต้าอินเตอร์เน็ตก็มีแนวโน้มการเติบโต ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปัจจุบันมีผู้ใช้บริการเพียง 1 ใน 3 ของลูกค้าทั้งหมดของบริษัท อย่างไรก็ตามในระยะต่อไปจะขยายเครือข่ายสัญญาณอินเตอร์เน็ตให้รองรับความ ต้องการของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น” นอกจากนี้ในปี 58 เชื่อมั่นว่าธุรกิจสื่อสารจะกลับมาเติบโตได้ 4-5% สอดคล้องการคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ(จีดีพี)ที่หลายฝ่ายคาดการณ์วาจะโตระดับ 4-5% เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลดีต่อการบริโภคภาคครัวเรือนฟื้นตัว อีกทั้งการประมูลโครงข่ายสัญญาณ 4จีที่คาดว่าจะได้ข้อสรุปในปี 58 จะทำให้ธุรกิจสื่อสารเติบโตเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดีแทครายได้ทรงตัว -

ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เริ่มดำเนินการร่างกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.การให้เอกชนร่วมลงทุนในรูปแบบ (พีพีพี) ที่ค้างอยู่ 8 ฉบับ เพื่อดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนโดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ที่สำคัญ โดยเฉพาะในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาทของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่สัดส่วนของการลงทุนในรูปแบบพีพีพีจะเป็นเท่าไรนั้น คงต้องกลับมาดูรายละเอียดอีกครั้ง นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า สคร.กำลังออกกฎหมายลูกใน พ.ร.บ.ดังกล่าว ที่ค้างอยู่หลายฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดทำหลักเกณฑ์และมูลค่าโครงการ โดยจะเร่งหาข้อสรุปให้เร็วที่สุดภายในปีนี้ และตั้งเป้าหมายให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนอยู่ที่ 20% ของโครงการลงทุนของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด รวมถึงการลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ฟันด์) อีกด้วย อย่างไรก็ตาม สคร.เชื่อว่ากฎหมายที่ค้างอยู่หลายฉบับนั้น คาดว่าจะทันในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท ที่จะเกิดขึ้น ถือเป็นการให้เอกชนเข้ามาทำงานและแบ่งเบาภาครัฐ โดยการดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยเพิ่มในส่วนของทุน ไม่ได้เป็นการเพิ่มหนี้สาธารณะ ทั้งนี้ การลงทุนปี 58 คาดว่าจะเห็นการจัดตั้งกองทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ก่อน ขนาด 16,000 ล้านบาท และตามแผนจะตั้งกองทุนฯ ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย เพื่อนำเงินไปใช้ขยายท่าเรือแหลมฉบังเฟส 3 รวมทั้ง แผนการลงทุนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ที่กำลังหารือในรายละเอียด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุยออกกฎหมายลูก พ.ร.บ.ร่วมลงทุน