เดือน: สิงหาคม 2014

  • ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้ แผ่นดินไหวในจีนคนละรอยเลื่อนกับไทย

    ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้ แผ่นดินไหวในจีนคนละรอยเลื่อนกับไทย

    น.อ.สมศักดิ์ ขาวสุวรรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และรักษาการที่ปรึกษาด้านการสื่อสารกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวถึงกรณีเกิดแผ่นดินไหวในจีนว่า ไม่มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงรายแน่นอนถึงแม้ว่าจะมีระยะห่างประมาณ 200กิโลเมตรก็ตาม เนื่องจากรอยเลื่อนของแผ่นดินไหวนั้นเป็นคนละรอยเลื่อนกันโดยทาง ศูนย์เตือนภัยฯได้ลงพื้นที่แจ้งเตือนประชาชนในเขตพื้นที่ดังกล่าวแล้วว่าเป็นการเกิดแผ่นดินไหวคนละรอยเลื่อนซึ่งไม่อยากให้ตกใจกลัวจนเกินเหตุอย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเตรียมพร้อมในการรับมือ ทางศูนย์เตือนภัยฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ทำความเข้าใจและอบรมให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่อย่างต่อเนื่องโดยเมื่อเดือนที่ผ่านมาได้อบรม สร้างความรู้ความเข้าใจในพื้นที่ของโรงเรียนให้กับระดับผู้อำนวยการโรงเรียนภาคเหนือในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติพร้อมทั้งแผนรองรับเมื่อเกิดภัยพิบัติและการเอาตัวรอดในสถานการณ์ต่างๆ เพราะการเกิดแผ่นดินไหวนั้นไม่สามารถรับรู้ล่วงหน้าได้ ดังนั้น ความพร้อมในการรับมือจึงสำคัญ“ในวันที่ 25ส.ค.57 นี้ ศูนย์เตือนภัยฯ จะเดินทางไป 8จังหวัดภาคเหนือ เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเพราะการเกิดแผ่นดินไหวนั้นเป็นเรื่องที่ไม่สามารถรับรู้ร่วงหน้าได้ ประชาชนในพื้นที่จึงต้องมีความรู้ในการเอาตัวรอดให้ได้ก่อน”น.อ.สมศักดิ์ กล่าวน.อ.สมศักดิ์ กล่าวต่อว่า ช่วงหน้าฝนนี้ ศูนย์เตือนภัยฯมีความเป็นห่วงมากสุดคือ จังหวัดอุบลราชธานี โดยเฉพาะอำเภอสว่างวีระวงศ์ อำเภอเดชอุดม อำเภอนาเยียอำเภอพิบูลมังสาหาร อำเภอตระการพืชผล โดยเฉพาะพื้นที่ที่ราบเชิงเขาพื้นที่ทางน้ำไหลผ่านให้ระมัดระวังเป็นพิเศษ นอกจากพื้นที่ในจังหวัดอุบลราชธานีแล้วภาคอีสานที่น่าเป็นห่วงอีกคือ จังหวัดอำนาจเจริญ และ ศรีสะเกษ ส่วนภาคตะวันออกจังหวัดที่ต้องระมัดระวังมากสุดคือ สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี และ ตราด เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ศูนย์เตือนภัยฯ ชี้ แผ่นดินไหวในจีนคนละรอยเลื่อนกับไทย

  • ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 12.16 จุด

    ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 12.16 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (4 ส.ค.) ดัชนีปรับตัวเพิ่มขึ้นเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดช่วงเช้า หลังจากพักฐานตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา สอดคล้องทิศทางเดียวกันกับบตลาดหุ้นทั่วโลก โดยวันนี้เริ่มมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส 2 เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยผลักดันดัชนี ซึ่งจะสิ้นสุดการประกาศผลประกอบการในช่วงกลางเดือนนี้ ในขณะที่ยังไร้ปัจจัยใหม่เข้าหนุน ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,512.36 จุด เพิ่มขึ้น 12.16 จุด หรือ 0.81% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 20,796.02 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 4 สิงหาคม 2557 ปิดตลาดภาคเช้าบวก 12.16 จุด

  • มีเงินเหรียญอยากฝากธนาคารทำตามนี้…

    มีเงินเหรียญอยากฝากธนาคารทำตามนี้…

    ล่าสุดหลังมีข่าวธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งไม่รับแลกเหรียญโดยให้เหตุผลว่าตู้เซฟเต็ม จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคำถามจากประชาชนในโลกโซเซียลมีเดียอย่างล้นหลามและกลายเป็นกรณีศึกษาของธนาคารพาณิชย์หลายแห่งในขณะนี้ล่าสุดมีผู้โพสต์ป้ายประกาศของธนาคารกสิกรไทยที่แจ้งให้ผู้ใช้บริการที่ต้องการแลกเหรียญทราบว่า จะสามารถนำเหรียญมาแลกได้ในวันเวลาใดบ้าง ทั้งนี้เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการและพนักงาน ใจความว่า “ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 56เป็นต้นไป เข้าเหรียญได้เฉพาะวันพุธ-พฤหัสบดีของเดือนเท่านั้น501เหรียญขึ้นไปค่าธรรมเนียม1%ในเรื่องนี้ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้อธิบายว่า การรับฝากเหรียญกษาปณ์ของธนาคารพาณิชย์เป็นการทำข้อตกลงของชมรมธนาคาร ซึ่งแต่ละธนาคารจะตั้งหลักเกณฑ์และค่าธรรมเนียมการรับฝากเหรียญกษาปณ์ไว้ อาทิ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร้อยละ1ของมูลค่าเหรียญกษาปณ์ , ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) ฝากเงินไม่เกิน 2,000บาท ไม่คิดค่าบริการ หากยอดเงินฝากส่วนที่เกิน2,000บาท คิดร้อยละ1 , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ร้อยละ 2ของมูลค่าที่ฝากหรือแลกเงินทั้งหมดตั้งแต่100เหรียญขึ้นไป, ธนาคารกสิกรไทย จำกัด(มหาชน) ไม่เกิน500เหรียญ ไม่คิดค่าธรรมเนียม ตั้งแต่501เหรียญขึ้นไป ร้อยละ1ของมูลค่ารวม, ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ร้อยละ2ของมูลค่ารวม หรือของยอดเงินฝากส่วนที่เกิน100บาท ยอดเงินฝากต่ำกว่า100บาท ไม่คิดค่าบริการ, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด(มหาชน) ตั้งแต200เหรียญ ขึ้นไปอัตราค่าบริการร้อยละ2ของจำนวนรวมมูลค่าเหรียญขั้นต่ำ20บาททั้งนี้ กฎกระทรวงกำหนดให้จำนวนเหรียญกษาปณ์ที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย กล่าวคือ เหรียญ1สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน5บาท,เหรียญ5, 10, 25, 50สตางค์ ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน10บาท, เหรียญ1บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน500บาท, เหรียญ5 บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน500บาทและเหรียญ10บาท ชำระหนี้ได้ครั้งละไม่เกิน1,000บาทหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน (ศคง.) 1213หากธนาคารพาณิชย์ปฏิเสธการรับฝากเหรียญ สามารถร้องเรียนมายัง ศคง. โดย ส่งEmai มาที่ fcc@bot.or.thและระบุข้อมูลดังนี้1. ชื่อ – นามสกุลจริงของผู้ร้องเรียน2. ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ ที่สามารถติดต่อได้3. สำเนาบัตรประชาชน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง4. รายละเอียดเรื่องร้องเรียน5. เอกสารหลักฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ หากมีเหรียญเป็นจำนวนมาก สามารถรวบรวมเหรียญดังกล่าวไปแลกคืนได้ที่สำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ โทร. 0-2280-7404-8เดลินิวส์ออนไลน์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มีเงินเหรียญอยากฝากธนาคารทำตามนี้…