เดือน: สิงหาคม 2014

  • ปลัดก.พลังงานแนะไทยต้องหาพลังงานทดแทน

    ปลัดก.พลังงานแนะไทยต้องหาพลังงานทดแทน

    วันนี้ (29ส.ค.) ที่โรงแรม เดอะ สุโกศล พญาไท กระทรวงพลังงานจัดสัมมนา เรื่อง ทิศทางพลังงานไทย โดยมี ดร.อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธานเปิดงาน ทั้งนี้ภายในงานได้เปิดรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน ทั้ง5ภาคทั่วประเทศ เพื่อประกอบการจัดทำแผนใช้พลังงานไฟฟ้า(พีดีพี)ในระยะเวลา 20 ปี(2558-2579) โดยมีคณะกรรมการ 9 ชุด โดยข้อมูลที่ได้จะนำเสนอรัฐบาลในเดือนตุลาคมนี้
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันประเทศไทยใช้พลังงานมูลค่า 2 ล้านล้านบาทต่อปี เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 4.5 ต่อปี ตั้งเป้าลดเหลือ ร้อยละ 2 ต่อปี และจำเป็นต้องลดใช้ก๊าซธรรมชาติ จาก 67%ให้เหลือ 30-33 % โดยการผลักดันพลังทดแทน ในตอนนี้ประเทศไทยใช้พลังงานทดแทนเพียง 25 % โดยอนาคตมีเป้าหมายใช้ 30-35% ทั้งนี้จะผลัดดันถ่านหินในภาคใต้ และนำขยะมาแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้าที่จะใช้ได้ถึง 20 ปี เพื่อรองรับความต้องการใช้ไฟ้ฟ้าในอนาคต และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
    ดร.อารีพงศ์ กล่าวว่า ในอนาคตกรุงเทพฯ จะมีรถไฟใต้ดินเพิ่มอีก 10 สาย และจะมีรถไฟความเร็วจากกรุงเทพฯ-ขอนแก่น โดยใช้ระบบไฟฟ้าทั้งหมด ดังนั้นกำลังการใช้ไฟฟ้าจะมากขึ้น จึงจำเป็นต้องมองหาพลังงานทดแทนเพื่อให้ใช้ได้ 20 ปี และลดการใช้พลังงานน้ำมัน ที่กว่า 80 % ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยนำถ่านหินจากภาคใต้มา และขยะแปรรูปเป็นพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการใช้ไฟฟ้าในอนาคตสำหรับการปรับลดราคาน้ำมัน (วานนี้ 28 ส.ค.) เป็นความพยายามทำให้การจัดเก็บภาษีน้ำมันมีความเป็นธรรม เพราะที่ผ่านมาได้เก็บภาษีราคาน้ำมันเบนซินสูงเกิน เพื่อพยุงราคาน้ำมันดีเซล แต่ผู้ที่ใช้ดีเซลส่วนใหญ่เป็นภาคอุตสาหกรรม จึงปรับลดเพื่อให้ความเป็นธรรมมากที่สุด ทั้งนี้การปรับลดราคาน้ำมันในครั้งนี้ทำให้ผู้ใช้รถมอเตอร์ไซค์กว่า 20 ล้านคันได้ประโยชน์ และไม่มีผลกระทบต่อกลไกลภาษีน้ำมัน โดยกองทุนน้ำมันยังมีความจำเป็นเพราะเป็นการดูแลเสถียรภาพราคาน้ำมันของผู้บริโภค

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปลัดก.พลังงานแนะไทยต้องหาพลังงานทดแทน

  • ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ จัดงานโอทอปถึง 3ก.ย.

    ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ จัดงานโอทอปถึง 3ก.ย.

    วันนี้ (29 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้ผลักดันการคุ้มครองจีไอ (สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์) ตามกฎหมาย ตั้งแต่ออกพระราชบัญญัติคุ้มครองสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ พ.ศ. 2546 ซึ่งมีผลบังคับใช้ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน ล่าสุดจัดงาน “OTOP PLUS GI 2014 สินค้าภูมิปัญญาไทย คุณภาพก้าวไกลสู่สากล” ฉลองครบ 10 ปี ระหว่างวันที่ 28 ส.ค. – 3 ก.ย. 57 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ ภายในงานมีผู้ประกอบการเข้าร่วมกว่า 100 บูธ พร้อมกิจกรรมคืนความสุขแบบจัดเต็มตลอด 7 วัน ด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินทั้งนี้ กรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มุ่งพัฒนาคำขอส่งเสริมให้เกิดการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย และคัดสรรสินค้าจีไอไทย ที่มีศักยภาพทางการตลาดเพื่อยื่นจดทะเบียนในระดับสากล และมีแนวทางการส่งเสริม 3 ส่วน ได้แก่ 1. ส่งเสริมให้มีการขึ้นทะเบียนสินค้าจีไออย่างน้อย 1 จังหวัด ต่อ 1 สินค้า เพื่อให้มีการพัฒนาคุณภาพของสินค้าที่ผลิตในท้องถิ่น 2. ช่วยเหลือและพัฒนาระบบควบคุม อันจะส่งผลให้ชุมชนมีกระบวนการผลิตที่มีมาตรฐาน และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพเสมอ 3. ส่งเสริมการตลาด โดยสร้างโอกาสและพื้นที่เป็นช่องทางขายสินค้าจีไอในโมเดิร์นเทรด และเผยแพร่ข้อมูลสินค้าผ่านช่องทางต่างๆการคุ้มครองจีไอในประเทศไทย เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของคนในท้องถิ่น ซึ่งได้บ่มเพาะ ผสมผสานกับลักษณะทางภูมิศาสตร์ ทำให้เกิดผลิตผลที่มีคุณลักษณะต่างจากสินค้าชนิดเดียวกันจากแหล่งอื่นๆ จีไอจึงเปรียบเสมือนแบรนด์ชุมชนของสินค้าปัจจุบันมีการยื่นคำขอเข้ามาแล้ว 107 คำขอ และรับขึ้นทะเบียนไว้แล้ว 64 คำขอ ส่วนสินค้าที่ยื่นจดทะเบียนในต่างประเทศ มีทั้งหมด 5 สินค้า อาทิ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้, กาแฟดอยตุง, กาแฟดอยช้าง, และข่าวสังข์หยดเมืองพัทลุง ซึ่งได้ยื่นขอจดทะเบียนที่สหภาพยุโรป และเส้นไหมไทยพื้นบ้านอีสานที่ยื่นขอจดทะเบียนที่ประเทศเวียดนาม

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘กรมทรัพย์สินทางปัญญา’ จัดงานโอทอปถึง 3ก.ย.

  • ว่าที่ รมต.แห่ลาออกจากบริษัทจดทะเบียน

    ว่าที่ รมต.แห่ลาออกจากบริษัทจดทะเบียน

    รายงานข่าวจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่าในวันนี้มีรายชื่อบุคคลที่คาดว่าจะถูกแต่งตั้งเป็นคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ทยอยแจ้งการลาออกจากการเป็นกรรมการของบริษัทจดทะเบียนในตลท.อย่างต่อเนื่องได้แก่ พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ ได้ลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท บางจากปิโตรเลียมจำกัด (มหาชน) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. เป็นต้นไป ขณะที่ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้แจ้งลาออกจากตำแหน่งกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) รวมทั้งได้ขอลาออกในตำแหน่งกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) เนื่องจากมีภารกิจอื่นที่ต้องปฏิบัติ โดยการลาออกของทั้ง 2บริษัทมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ส.ค. เป็นต้นไป ส่วนพล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้วแจ้งลาออกจากการดำรงตำแหน่งกรรมการอิสระและกรรมการกำกับดูแลกิจการ บริษัท ไทยออยล์จำกัด (มหาชน) โดยการลาออกมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. เป็นต้นไป สำหรับนายวิษณุ เครืองาม อิสระได้แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งประธานกรรมการ บริษัท ศิครินทร์ จำกัด (มหาชน)รวมทั้งได้ยื่นขอลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท บริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด(มหาชน) เนื่องจากมีภารกิจอื่น โดยการลาออกทั้ง 2 บริษัทมีผลตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค.นี้ นอกจากนี้ ยังมีนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิชอดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ได้แจ้งขอลาออกจากตําแหน่งกรรมการ และกรรมการตรวจสอบบริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จํากัด (มหาชน)เนื่องจากติดภารกิจในส่วนงานภาครัฐ โดยมีผลตั้งแต่วันที่27 ส.ค. ที่ผ่านมา รวมทั้งได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งคณะกรรมการและกรรมการตรวจสอบของ บริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูรได้ยื่นหนังสือขอลาออกจากตำแหน่งกรรมการและกรรมการทรัพยากรบุคคลและกำหนดอัตราค่าตอบแทนของธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)โดยมีผลตั้งแต่ 28 ส.ค. นี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ว่าที่ รมต.แห่ลาออกจากบริษัทจดทะเบียน