เดือน: สิงหาคม 2014

  • เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

    เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

    นางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคมเปิดเผยหลังประชุมคณะอนุกรรมการโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากรซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ (กนพ.) ว่า ได้เร่งสรุปแผนโครงสร้างพื้นฐานทางคมนาคมทั้งถนนราง ท่าเรือ ท่าอากาศยาน และสถานีสินค้าเพื่อรองรับการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5พื้นที่ 6 ด่าน ให้เสร็จภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่อนำข้อมูลไปประกอบการแปรญัตติของบประมาณปี 58 เพิ่มอีก 5,000 ล้านบาทพร้อมกับต้องเร่งแก้ปัญหาความแออัดบริเวณด่านการค้าชายแดนต่างๆ โดยเฉพาะด่านแม่สอดจ.ตาก ด่านสะเดา จ.สงขลา ด่านบ้านคลองลึกและบ้านคลองใหญ่ จ.สระแก้ว ด่านมุกดาหารจ.มุกดาหาร ไปด้วยทั้งนี้ตามแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร ในปี57 -64 รวมทั้งสิ้น 55 โครงการ แบ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม 40 โครงการในจำนวนนี้เป็นแผนเร่งด่วน18 โครงการ วงเงิน 120,294.94 ล้านบาทซึ่งประกอบด้วยการขยายโครงข่ายถนนทั้งสายหลักและสายรองเพื่อเชื่อมต่อไปยังด่านต่างๆส่วนโครงสร้างพื้นฐานด่านศุลกากร 10 โครงการ 5,146.87 ล้านบาทเช่นการก่อสร้างด่านศุลกากรแม่สอดแห่งที่ 2 ก่อสร้างด่านอรัญประเทศแห่งที่ 2ก่อสร้างด่านพรมแดนคลองใหญ่(จุดผ่านแดนบ้านมหาดเล็ก) ขยายพื้นที่ลานตรวจสินค้าก่อสร้างที่พักอาศัยด้านศุลกากรปรับปรุงด่านพรหมแดนสะเดา(เดิม)และปรับปรุงด่านสะเดาใหม่ เป็นที่ต้นนางสร้อยทิพย์ กล่าวว่า ที่ประชุมยังได้สรุปและติดตามความคืบหน้าการเตรียมแผนพัฒนาโครง สร้างพื้นฐานต่างๆทั้ง6 ด่าน แต่มีการพิจารณาเฉพาะด่านแม่สอด ส่วนอีก 5 ด่านที่เหลือจะนัดสรุปในวันที่25 ส.ค.นี้ เพื่อเสนอต่อ คณะกรรมการ กนพ. ต่อไป แต่ในภาพรวมพบว่าด่านค้าชายแดนส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องความแออัดมากจะต้องมีการขยายพื้นที่บางส่วนมีแผนดำเนินการแต่ไม่มีคามคืบหน้า เช่นด่านแม่สอด จ.ตากเป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เร่งแผนโครงสร้างพื้นฐานคมนาคม

  • เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

    เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากรในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ด ทอท.วันที่ 21 ส.ค.นี้ จะมีการพิจารณาการลาออกของ นายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ซึ่งหากเห็นชอบจะมีผลตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย.นี้เป็นต้นไป แต่ยืนยันว่าการลาออกไปเรื่องความคิดส่วนตัว ไม่ได้ถูกกดดันทางการเมือง ส่วนการสรรหากรรมการผู้อำนวยการใหญ่คนใหม่ คาดใช้เวลา 3 เดือน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เมฆินทร์ไขก๊อกจากทอท.

  • ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว

    ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว

    นางเบญจ มอนโกเมอรี่ นายกสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก(พาต้า) ประจำประเทศไทยเปิดเผยว่า ได้ร่วมกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงการต่างประเทศจัดสัมนาด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ภายใต้หัวข้อ คอนเนคติ้ง อีสต์อาเซียน วิท ละตินอเมริกา พร้อมเชิญ ผู้นำระดับท่องเที่ยวจากทั่วโลกกว่า 36 ประเทศ180 คน มาเข้าร่วมงานเพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำให้เห็นถึงความปลอดภัยของแหล่งท่องเที่ยวไทยภายหลังจากการประกาศกฎอัยการศึกยังทำให้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงอย่างต่อเนื่องและทำให้นักท่องเที่ยวลดลงต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ทั้งนี้ภายในงานยังได้เชิญทีมงานและองค์กรที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวได้แก่ ทีมงานเฟสบุ้คจากสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในสิงคโปร์องค์การการท่องเที่ยวโลก (ดับเบิ้ลยูทีโอ) มาเข้าร่วมงานโดยในส่วนของเฟสบุ้คถือเป็นครั้งแรกที่ได้เข้าร่วมตอบรับมาประเทศไทยโดยได้มีการอบรมเรื่องการทำตลาดการท่องเที่ยวบนเฟสบุ้คเพื่อสร้างความรู้และเป็นแนวทางให้ผู้ประกอบการได้นำไปใช้ หลังจากปัจจุบันกระแสโซเชียลเน็ตเวิร์กได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติ“ต้องยอมรับว่า การประกาศใช้กฎอัยการศึก ทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเพราะการประกาศแจ้งเตือนการเดินทางของนักท่องเที่ยวจะอาศัยการพิจารณาปรับระดับขึ้นหรือยกเลิกก็จะดูจากกฎอัยการศึกตอนนี้เราจึงร่วมกับภาครัฐส่งเสริมให้กลุ่มผู้นำด้านการท่องเที่ยวต่างๆที่แบ่งเป็นจากภาครัฐกว่า 80 ราย เอกชนกว่า 100 รายมาเข้าร่วมงานก็จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้นักท่องเที่ยวต่างๆ เดินทางกลับมาได้ โดยในงานจะไม่ได้มีเพียงการสัมนาแต่จะนำกลุ่มผู้นำไปท่องเที่ยวรอบกรุงเทพฯ และ ทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การชมมวยไทยเพื่อทำให้เห็นว่า ไทยมีกิจกรรมที่พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ”นางเบญจ ยังกล่าวด้วยว่า ขณะนี้ประเทศไทยจะต้องเร่งพัฒนาการท่องเที่ยวในด้านอื่นๆในช่วงจำนวนนักท่องเที่ยวยังฟื้นตัวไม่ดีได้เท่าที่ควร ได้แก่การปรับปรุงระบบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในด้านการท่องเที่ยว อาทิการพัฒนาสนามบินตามภูมิภาคเพื่อรองรับสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์ แอร์ไลน์)ที่เริ่มเติบโตและมีนักท่องเที่ยวใช้บริการมากขึ้น ,การเร่งหามาตรการดูแลเรื่องความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวทั้งมาเฟีย แท็กซี่ และการปรับปรุงอบรมเรื่องภาษาที่สามเพื่อป้องกันแรงงานต่างชาติเข้ามาแย่งงานคนไทย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไทยจัดงานสร้างความเชื่อมั่นด้านท่องเที่ยว