นายปลิว ตรีวิศวเวทย์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ช.การช่างจำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ช. การช่างมีความพร้อมและสนใจเข้าร่วมประมูลงานก่อสร้างพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐทุกโครงการและคาดว่าหากมีการเริ่มลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐทั้งโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน รถไฟทางคู่ โครงการทางด่วนและมอเตอร์เวย์โครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึก และโครงการก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิจะส่งผลให้บริษัทมีผลประกอบการดีกว่าในช่วงครึ่งปีแรกทั้งนี้รายได้ในปีนี้น่าจะได้33,000ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ที่ 30,000 ล้านบาท มีกำไรขั้นต้นที่ 8-10%และในครึ่งปีหลังเชื่อว่าจะสามารถรักษากำไรขั้นต้นไว้ที่ระดับเดิมได้ที่ 10% ได้เนื่องจากยังไม่พบปัจจัยกดดันทั้งด้านราคาวัสดุก่อสร้างและแรงงานอีกทั้งยังเชื่อมั่นว่าการเร่งรัดการลงทุนของภาครัฐ จะผลักดันให้รายได้ของช.การช่าง เพิ่มขึ้นจากเฉลี่ย 30,000 ล้านบาทต่อปี เป็น 40,000 ล้านบาทได้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้าสำหรับผลประกอบการของช.การช่าง ในช่วง 6เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้รวม 18,044 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 677 ล้านบาท ส่วนแนวโน้มผลประกอบการในไตรมาส 3จะมีการบันทึกกำไรพิเศษจากการขายหุ้นบีเอ็มซีแอล อีกกว่า 1,000 ล้านบาทด้วย ซึ่งปัจจุบันช.การช่างมีงานในมือมูลค่ากว่า 101,000 ล้านบาทโดยงานเหล่านี้จะสร้างรายได้ให้บริษัทในอีก 3-4 ปีข้างหน้าสำหรับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ของบริษัทมีความก้าวหน้าตามแผน เช่น งานก่อสร้างสถานีและอุโมงค์รถไฟฟ้าใต้ดินสายสีน้ำเงินมีความก้าวหน้า 57.8%งานก่อสร้างสถานีและทางวิ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียว ก้าวหน้า 43.8% รวมถึงงานจัดซื้อระบบรถไฟฟ้าสายสีม่วงซึ่งจะเริ่มผลิตขบวนรถในประเทศญี่ปุ่นในช่วงปลายปีนี้คาดว่าจะส่งมาถึงประเทศไทยในช่วงปลายปีหน้า เพื่อมาติดตั้งและทดสอบระบบ หลังจากการก่อสร้างโครงสร้างโยธาเสร็จแล้ว
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริษัทช.การช่างลุยประมูลงานโครงสร้างพื้นฐาน
เดือน: สิงหาคม 2014
-

บริษัทช.การช่างลุยประมูลงานโครงสร้างพื้นฐาน
-

ยอดขายบิ๊กไบค์ต์พุ่ง
นายพิสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัดผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ เคทีเอ็ม และผู้บริหาร บริษัท โมโต วิชั่น ผู้นำเข้าและจำหน่าย จักรยานยนต์ เอ็มวี ออกุสต้า เปิดเผยว่า ได้ปรับเป้าหมายการขายรถจักรยานยนต์ทั้ง2 แบรนด์เพิ่มจาก 1,200คัน เป็น 1,500คัน แบ่งเป็น เคทีเอ็ม 80% อีก 20% เป็นเอ็มวีออกุสต้า โดยครึ่งปีแรก มียอดขายที่ 600 คันและในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ได้เตรียมเปิดตัวรถรุ่นใหม่รวม 2 แบรนด์ อีก 4-5 รุ่น ขณะเดียวกันได้วางงบการตลาดปีนี้ที่50 ล้านบาท เพิ่มจากปีก่อน 100 % เพื่อจัดกิจกรรมทั้งปี และเพิ่มศักยภาพการบริการ โดยได้ปรับปรุงโชว์รูมและการบริการให้ได้มาตรการเดียวกันทั่วประเทศ ปัจจุบันนี้ เคทีเอ็มมีตัวแทนจำหน่าย(ดีลเลอร์) 10 ราย ส่วนเอ็มวี ออกุสต้า 6 ราย “ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเป็นกลุ่มที่เปลี่ยนจากรถพรีเมี่ยมยี่ห้ออื่นเข้ามาซื้อรถของเรากลุ่มนี้มีมากถึง 30%เพราะต้องการความแตกต่าง และภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ก่อนหน้านี้มีบิ๊กไบค์ หลายค่ายหันมาผลิตในประเทศไทย ทำให้ ราคารถถูกลงและมีวิ่งในท้องถนนจำนวนมาก จึงไม่มีความแตกต่าง ส่วนที่เหลือเป็นลูกค้าใหม่ และซื้อซ้ำพร้อมกันนั้นในครึ่งปีหลังเราจะโหมจัดกิจกรรม ให้ทดลองขับเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสรถเราใกล้ชิด และตัดสินใจซื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น”นอกจากนี้ได้กล่าวถึงตลาดรถบิ๊กไบค์ว่าปีนี้ยอดขายรวมคาดว่าจะอยู่ที่15,000 คัน จากปี56 มียอดขาย ประมาณ 12,000คัน ตลาดนี้ยังมีอัตราการเติบโตได้ เพราะมีลูกค้าที่เป็นตลาดเฉพาะกลุ่มแม้ครึ่งปีแรกจะได้รับผลกระทบในเรื่องของการเมือง เศรษฐกิจชะลอตัวลง ตรงนี้ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจซื้อช้าลงแต่ก็กลับมาซื้อในที่สุด
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดขายบิ๊กไบค์ต์พุ่ง -

ขสมก.มั่นใจรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกได้ต้นปี 58
นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกุงเทพฯ (ขสมก.)เปิดเผยถึงความคืบหน้าการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่ 3,183 คัน ว่าขสมก.จะเริ่มเปิดขายซองประกวดราคาภายในสิ้นเดือนส.ค. นี้และเปิดประมูลด้วยระบบอีเล็กทรอนิกส์ หาผู้ชนะได้ในปลายเดือนก.ย.หรือต้นเดือนต.ค.หลังจากนั้นจะเริ่มทยอยส่งรถเมล์เอ็นจีวีรอบแรก 489 คัน ซึ่งเป็นรถปรับอากาศแบบชานต่ำได้ในเดือนม.ค.58 เป็นของขวัญประชาชนรับปีใหม่ ส่วนรถที่เหลือขสมก.จะทยอยรับมอบเดือนเม.ย. ได้อีกเดือนละ 300 คัน ไปจนครบ 3,183 คัน“ขณะนี้เปิดรับฟังความเห็นขอเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำทีโออาร์ไปการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีครั้งที่ 11และ12ไปแล้ว. หลังจากนี้จะเข้าสู่กระบวนการขายซองประมูล และเปิดให้ผู้สนใจแต่ละรายนำรถตันแบบมาทดสอบทางเทคนิคเป็นเวลา3วัน หากผ่านการทดสอบถึงจะมาร่วมเสนอราคาได้ส่วนราคาประมูลจะต้องต่ำกว่าราคากลางที่กำหนดไว้คือ รถเมล์ธรรมดาไม่เกินคันละ 3.8 ล้านบาท และรถปรับอากาศไม่เกินคันละ 4.5 ล้านบาท และยืนยันว่า แม้จะได้การจัดหารถใหม่มาแต่ ขสมก.จะไม่ปรับขึ้นค่าโดยสารแต่อย่างใด ในทางกลับกันจะช่วยใหั ขสมก.ตรึงค่าโดยสาร ช่วยเหลือค่าครองชีพประชาชน ได้นานขึ้นด้วย”นายนเรศกล่าวว่ากรณีมีการตั้งข้อสังเกตว่าการทำทีโออาร์ไม่ได้กำหนดให้ผู้ชนะประมูลจะต้องจ่ายเงินค่าปรับหากไม่สามารถส่งมอบรถได้ตามเวลานั้นไม่เป็นความจริง โดยขสมก. ได้วางทีโออาร์อย่างรอบคอบหากส่งมอบไม่ทันจะโดนปรับแน่นอน ดังนั้นขอเตือนว่าหากบริษัทใดไม่มีความพร้อมก็ไม่ควรเข้ามาร่วมประมูลเพราะจะไม่คุ้มค่าปรับอีกทั้งในส่วนมาตรฐานยังได้กำหนดระยะรับประกันคุณภาพรถถึง 3 ปี หากในระหว่างนั้นเกิดรถเสียจนไม่สามารถวิ่งให้บริการได้บริษัทผู้จัดหารถจะต้องจ่ายค่าปรับมากถึงวันละ 10,000 บาทต่อวันด้วยทั้งนี้การได้รับมอบรถใหม่ที่ใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวีนอกจากจะช่วยเพิ่มการบริการที่ดีแก่ประชาชนแล้วยังช่วยลดต้นทุนเชื้อเพลิงได้มากกว่าปีละ 3,000 ล้านบาท เพราะเดิมรถขสมก.ใช้น้ำมันดีเซลแต่หากเปลี่ยนมาใช้เอ็นจีวีจะลดต้นทุนไปถึง 2 ใน 3 ขณะเดียวกันในส่วนบริหารบุคลากรที่จะมีการนำระบบตั๋วร่วมอิเล็อกทรอนิกส์มาใช้ในรถรุ่นใหม่ก็จะช่วยประหยัดต้นทุนบุคลากรได้อีกว่าปีละ 1,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขสมก.มั่นใจรถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรกได้ต้นปี 58