เดือน: สิงหาคม 2014

  • เผยไทย-มาเลย์ต้องการใช้เน็ตบนมือถือสูงสุดในโลก

    เผยไทย-มาเลย์ต้องการใช้เน็ตบนมือถือสูงสุดในโลก

    เทเลนอร์กรุ๊ปร่วมกับทีเอ็นเอสทำการศึกษากลุ่มตัวอย่างอายุระหว่าง 16 – 35 ปีกว่า 2,600 คนในประเทศไทย มาเลเซีย สวีเดน และนอร์เวย์ที่ใช้อินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ โดยเทเลนอร์ให้คำจำกัดความกลุ่มคนเหล่านี้ว่า 'ผู้นำเทรนด์ดิจิทัล’ ซึ่งเป็นเสมือนผู้นำเทรนด์และการเคลื่อนไหวต่างๆในเรื่องเทคโนโลยีการสื่อสาร ทั้งนี้ เทรนด์และเทคโนโลยีที่พวกเขาเลือกมักจะถูกนำไปใช้ในการคาดคะเนถึงสิ่งที่จะได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นของประเทศนั้นๆในอนาคตในขณะที่ตลาดมือถือของสแกนดิเนเวียมีความก้าวหน้าอย่างมากในทุกกลุ่มผู้ใช้งานและมีการดาวน์โหลดข้อมูลในปริมาณที่มากกว่ากลุ่มตัวอย่างของผู้ใช้มือถือในไทยและมาเลเซียกลับมีแนวโน้มการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือถือที่สูงกว่ากลุ่มตัวอย่างในประเทศสวีเดนและนอร์เวย์โดยผ่านแพลตฟอร์มการสื่อสารที่มีความหลากหลายมากกว่านายซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหารเทเลนอร์ กรุ๊ป และเจ้าหน้าบริหารสูงสุด เทเลนอร์ เอเชีย ระบุว่า การเลือกใช้แอพพลิเคชั่นและบริการล่าสุดบนมือถือของวัยรุ่นในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่ง 'ผู้นำเทรนด์ดิจิทัล’ ของเราบางส่วนในประเทศไทยและมาเลเซียกลายเป็นหนึ่งในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีและโทรศัพท์มือถือมากที่สุดในโลกไปแล้ว สิ่งนี้บ่งชี้ว่า โอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืนของธุรกิจเทคโนโลยีบนมือถือในตลาดเหล่านี้อาจจะมากกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ยังพบว่า ร้อยละ81 ของคนไทยและมาเลเซียใช้แอพพลิเคชั่นแชต (chatapp) เพื่อการสื่อสารในชีวิตประจำวันในขณะที่คนสวีเดนและนอร์เวย์ใช้เพียงร้อยละ 44และร้อยละ 57 เท่านั้นความนิยมในแอพพลิเคชั่นที่โด่งดัง เช่น Whatsapp, Line หรือ WeChat แตกต่างกันไปในสี่ประเทศนี้โดยมีเพียง Facebook Chat เท่านั้นที่ได้รับความนิยมเท่ากันในทุกประเทศ โดย Whatsapp และWeChat เป็นแอพพลิเคชั่นแชตที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่ม'ผู้นำเทรนด์ดิจิทัล’ มาเลเซียในขณะที่ชาวไทยนิยมแอพพลิเคชั่น Lineและ Facebook Messenger มากกว่าโดยประเทศไทยเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลกที่มีการใช้งาน Lineส่วน บริการส่งข้อความสั้น(SMS) ยังคงได้รับความนิยมในประเทศมาเลเซีย สวีเดนและนอร์เวย์ โดยร้อยละ 70ของกลุ่มตัวอย่างใช้บริการนี้เป็นประจำทุกวันส่วน ประเทศไทย มีเพียงร้อยละ 31ของกลุ่มตัวอย่างใช้บริการส่งข้อความสั้นเพียงแค่วันละครั้งเท่านั้น ทั้งนี้ อาจเป็นเพราะความนิยมในการใช้บริการ Lineหรือ Whatsapp มีมากกว่าประเทศที่มีการใช้งานโซเชียลมีเดียมากที่สุดคือประเทศไทย โดยร้อยละ 72ของกลุ่มตัวอย่างโพสต์ข้อมูลบนโซเชียลมีเดียผ่านอุปกรณ์พกพาเป็นประจำทุกวัน ตามมาด้วยประเทศมาเลเซียร้อยละ 58 ประเทศสวีเดนร้อยละ 30 และประเทศนอร์เวย์เพียงร้อยละ 11การโทรศัพท์ยังคงเป็นที่นิยมในทั้งสองภูมิภาคโดยกลุ่มตัวอย่างร้อยละ 84 ของประเทศไทย ร้อยละ 73 ของประเทศมาเลเซีย ร้อยละ 63 ของประเทศสวีเดน และร้อยละ 67ของประเทศนอร์เวย์ จะโทรออกอย่างน้อยวันละหนึ่งครั้งร้อยละ 50ของกลุ่มตัวอย่างจากประเทศไทยและมาเลเซียส่งอีเมล์ผ่านโทรศัพท์มือถือในขณะที่กลุ่มตัวอย่างจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์ส่งอีเมลผ่านโทรศัพท์มือถือร้อยละ31 และร้อยละ 21ตามลำดับในส่วนของการโทรคุยแบบเห็นหน้า ร้อยละ 30ของกลุ่มตัวอย่างจากประเทศไทยและมาเลเซียใช้บริการดังกล่าวในขณะที่กลุ่มตัวอย่างจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์ใช้บริการนี้เพียงร้อยละ 14และร้อยละ 4 เท่านั้นการศึกษาสรุปได้ว่า ผู้นำเทรนด์ดิจิทัลในประเทศไทยและมาเลเซียใช้บริการการสื่อสารบนมือถือมากกว่าผู้นำเทรนด์ดิจิตอลในประเทศแถบสแกนดิเนเวียไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดเพราะพวกเขาเลือกที่จะสื่อสารผ่านแพลตฟอร์มการให้บริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นแอพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย และการโทรศัพท์อย่างไรก็ตาม การศึกษากลุ่มตัวอย่างพบว่าถึงแม้ประเทศไทยและมาเลเซียจะใช้บริการออนไลน์และแอพพลิเคชั่นหลากหลายมากกว่ากลุ่มตัวอย่างจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์แต่กลุ่มตัวอย่างจากประเทศสวีเดนและนอร์เวย์กลับมีการดาวน์โหลดและใช้ปริมาณอินเทอร์เน็ตมากกว่ากลุ่มตัวอย่างจากประเทศไทยและมาเลเซียเป็นอย่างมาก

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เผยไทย-มาเลย์ต้องการใช้เน็ตบนมือถือสูงสุดในโลก

  • หุ้นภาคเช้าปิดบวก 2.49 จุด รับนายกฯใหม่

    หุ้นภาคเช้าปิดบวก 2.49 จุด รับนายกฯใหม่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทย เช้าวันนี้ (21ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกสดใสตลอดช่วงเช้า หลังจากวานนี้เงินทุนต่างชาติไหลเข้าต่อเนื่อง ประกอบกับสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติเลือกพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดยคาดว่าจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นในประเทศและบรรยากาศการลงทุนพอสมควร ส่งผลให้ตลาดหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,553.26 จุด เพิ่มขึ้น 2.49 จุด หรือ 0.16% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 24,902.58ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นภาคเช้าปิดบวก 2.49 จุด รับนายกฯใหม่

  • มือถือจีนพุ่งแรง – โลกาภิวัตน์

    มือถือจีนพุ่งแรง – โลกาภิวัตน์

    เสี่ยวมิ (Xiaomi) มือถืออัจฉริยะจีน เริ่มจากศูนย์ใช้เวลาเพียง 4 ปี ได้มาเป็นผู้ครองตลาดจีนอันดับหนึ่งในอนาคตอเมริกาห่วงว่าว่าจะเข้ามาครองตลาดอเมริกา เรื่องธุรกิจไฮเทคจีนประมาทไม่ได้ นอกจากอาลีบาบาของแจ๊คหม่า ยังมีมิถืออัจฉริยะที่มาแรงและขายดีมาก สำนักวิจัยคานาลิสได้ศึกษาถึงตลาดมือถือ ได้ศึกษาตลาดมือถือจีนและพบว่าเสี่ยวมิเปิดตัวได้แค่สองควอเตอร์ก็สามารถแบ่งตลาดมาได้ 14% ซึ่งหมายถึงจำนวน 14ล้านเครื่อง ปัจจุบันเสี่ยวมิครองตลาดถึง97% ในประเทศจีนก็เลยทำให้เสี่ยวมิ ได้กลายเป็นผู้ผลิตมือถือใหญ่อันดับ 5 ของโลกโดยตามหลัง แซมซุง แอ้ปเปิ้ล หัวเหว่ย และลีโนโว หลังจากเสี่ยวมิตีตลาดในประเทศจีนได้สำเร็จเลยก็จะเข้าไปยังอินโดนีเซีย เม็กชิโก รัสเซีย ไทย และตุรกีภายในปลายปีนี้ คนไทยคงจะรอไม่นานจะได้รู้ว่าดีสมค่ำล่ำลือเท่าใด ทางตะวันตกได้วิเคราะห์ความสำเร็จของเสี่ยวมิว่ามาจากการขายในราคาถูกพร้อมพ่วงกับการขายบริการออนไลน์ไปด้วย ซึ่งถ้าหากจะเข้าไปครองตลาดโลกไม่ง่าย เพราะนอกจากประเทศจีนแล้วโลกภายนอกมีน้อยคนที่รู้จักเสี่ยวมิ ถ้าหากผู้ประกอบการโทรคมนาคมเจ้าใดอยากจะขายเสี่ยวมิก็จะต้องหั่นราคาบริการออนไลน์ลงไปด้วยเพื่อที่จะบุกตลาด เจสซิกาวี แห่งสำนักวิจัยคานาลิสได้กล่าวว่า “เรื่องการใช้กลยุทธ์ราคาทำให้ดังมากในประเทศจีน แต่ความท้าทายก็คือการปรับใช้ วิธีการเรื่องกลยุทธ์ราคาให้เกิดกำไรและเติบโตอย่างรวดเร็ว ให้ประสบความสำเร็จในระดับโลกอาจจะเป็นเรื่องที่ประมาทไม่ได้” “เสี่ยวมิมีศักยภาพพอทีจะขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมทางธุรกิจแบบเปลี่ยนกลไกตลาดเลยก็ได้และผู้จัดจำหน่ายนานาชาติทั้งหลายคงจะต้องสนใจเรื่องนี้” สำนักข่าวตะวันตกวิเคราะห์ว่าแม้เสี่ยวมิจะประสบความสำเร็จในตลาดต่างประเทศ แต่การที่จะเจาะเข้าตลาดสหรัฐอเมริกาคงจะไม่ง่ายอย่างที่คิด เพราะมือถืออัจฉริยะของเอเชียมีแต่แซมซุงเท่านั้นที่เป็นผู้ขายรายสำคัญในสหรัฐอเมริกา สำนักข่าวตะวันตกยังวิเคราะห์ไปอีกว่าตลาดในสหรัฐอเมริกาพิสูจน์แล้วว่าผู้เล่นต่างชาติเข้าเล่นได้ยาก ตัวอย่างเช่น10 ปีที่แล้วโนเกียซึ่งเคยเป็นผู้นำโลกด้านมือถือ แต่ตอนนี้ในสหรัฐอเมริกาแทบไม่เหลือเลย แอลจีและโซนี่ ประสบความสำเร็จการขายใน ตลาดระหว่างประเทศแต่ก็ล้มเหลวในสหรัฐอเมริกา ในสหรัฐอเมริกาตลาดมือถืออัจฉริยะมีแต่แซมซุงและแอ้ปเปิ้ลแข่งขันซึ่งสองบริษัทครองตลาด 69% ในเดือนเมษายนที่ผ่านมา รามอน ลามาส ผู้จัดการวิจัยด้านมือถือแห่งไอดีซีกล่าวว่า “ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกานั้นเป็นตลาดมือถืออัจฉริยะ ถึงแม้ผู้ใช้มือถือจะเลือกอย่างพิถีพิถันมากตามสไตล์ แต่คนอเมริกาสนใจเรื่องแบรนด์และแพลทฟอร์ม ถ้าผู้จำหน่ายยี่ห้ออื่นมาคงจะไม่คุ้น” โมโตโรลาพยายามขายด้วยการด้วยการพ่วงออนไลน์คล้ายกับเสี่ยวมิแต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ แต่กรณีเสี่ยวมิกำไรไม่ได้มาจากการขายเครื่องในราคาถูกซึ่งราคาไม่เกิน 4,000 บาทแต่รายได้มาจากอื่นๆและแอ๊พส์มากกว่า และอาจจะมีเคล็ดลับการตลาดที่สามารถทำให้ประสบความสำเร็จกับรสนิยมการใช้งานของผู้บรโภคจำนวนมากในจีน ลามาสแห่งไอดีซีกล่าวว่า “เสี่ยวมิมีอะไรที่แตกต่างเป็นพิเศษหรือเปล่าหรือเป็นแค่แอนดรอยด์ที่สถานะคล้ายไอโฟน ในตลาดสหรัฐอเมริกา ถ้าจะขายเริ่มจากศูนย์และไม่มีแบรนด์เนมเห็นถ้าจะยาก” ท่านผู้อ่านก็ลองติดตามดูว่าจะเชื่อคานาลิสหรือไอดีซีผมว่าไม่เกิน 2ถึง3ปีน่าจะรู้ว่าจีนเข้าตีตลาดในอเมริกาได้หรือไม่. รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยนานาชาติแสตมฟอร์ด boonmark@stammford.edu

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : มือถือจีนพุ่งแรง – โลกาภิวัตน์