เดือน: สิงหาคม 2014

  • คลังสรุปการกู้เงินบินไทย

    คลังสรุปการกู้เงินบินไทย

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้สรุปการกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่องของบริษัทการบินไทยวงเงิน 28,000 ล้านบาทแล้ว  แบ่งเป็น 2 ส่วน ซึ่งในส่วนแรก 5,000-7,000 ล้านบาท จะให้บริษัทการบินไทย เป็นผู้กู้เองจากสถาบันการเงิน แต่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน เนื่องจากบริษัทการบินไทยยังมีเครดิตอยู่ ซึ่งวงเงินกู้ในจำนวนนี้จะนำไปเสริมสภาพคล่องและชำระค่าเรื่องบิน สำหรับเงินกู้ส่วนที่ 2 วงเงิน 20,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังอาจจะกู้เงินจากสถาบันการเงินและให้บริษัทการบินไทยกู้ต่อ หรือ ให้บริษัทการบินไทยกู้จากสถาบันการเงิน โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน “กระทรวงการคลังมีความจำเป็นต้องค้ำประกันเงินกู้ให้กับบริษัทการบินไทย เพื่อแก้ไขฐานะที่มีปัญหา เพราะเป็นรัฐวิสาหกิจที่เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ และตอนนี้บริษัทการบินไทยก็ได้ส่งแผนฟื้นฟูให้กระทรวงการคลังพิจารณาแล้ว และคณะกรรมการของบริษัทการบินไทยก็เร่งหาผู้อำนวยการคนใหม่เข้ามาบริหาร แต่ที่ผ่านมามีคนสมัครน้อย ทำให้ต้องขยายเวลารับสมัครไปถึงวันที่ 3 ต.ค.57” อย่างไรก็ตาม กรณีที่บริษัทการบินไทยขอกู้จากธนาคารออมสิน แต่ธนาคารออมสินยังไม่อนุมัติหากกระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน คิดว่าทางธนาคารออมสินยังไม่ทราบข้อมูลว่าบริษัทการบินไทยยังมีเครดิตที่สามารถกู้เงินเองได้อยู่

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คลังสรุปการกู้เงินบินไทย

  • ต่างชาติแห่ลงทุนในไทยพุ่ง

    ต่างชาติแห่ลงทุนในไทยพุ่ง

    น.ส.ผ่องพรรณ  เจียรวิริยะพันธ์อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวได้อนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในประเทศไทยเดือนส.ค.  57 จำนวน 14 ราย เพิ่มขึ้น 6% เทียบกับส.ค. 56โดยมีเงินลงทุนเข้ามาประกอบธุรกิจ 1,170 ล้านบาทมีการจ้างงานคนไทย 343 คน ส่งผลให้ช่วง 8 เดือน (ม.ค.-ส.ค.)มีการอนุญาตให้คนต่างด้าวเข้ามาประกอบธุรกิจในไทยแล้วจำนวน 261 ราย เพิ่มขึ้น 10%  และมีเงินลงทุนช่วง8 เดือนรวมทั้งหมด 14,200 ล้านบาท สำหรับธุรกิจที่ได้รับการอนุญาตให้ประกอบกิจการเดือนส.ค.ได้แก่ ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ/ในกลุ่มและบริษัทคู่ค้า จำนวน 27 ราย  คิดเป็นสัดส่วน 75% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต  มีเงินลงทุนจำนวน  1,113ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการให้กู้ยืมเงินแฟ็กเตอริ่ง ให้เช่าพื้นที่อาคารบริการด้านการตลาด และให้คำปรึกษาแนะนำ เป็นต้นประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่นสิงคโปร์ ฝรั่งเศส ฮ่องกง เยอรมนี สวีเดน เบลเยียม ออสเตรเลีย และเนเธอร์แลนด์ ธุรกิจสำนักงานผู้แทน/ภูมิภาคจำนวน 6 ราย คิดเป็นสัดส่วน 17% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาต มีเงินลงทุนจำนวน 18 ล้านบาท  ส่วนใหญ่เป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจการผลิต การตลาด การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ทราบ รองลงมาเป็นการให้คำแนะนำในด้านต่างๆเกี่ยวกับสินค้าของสำนักงานใหญ่ที่จำหน่ายให้แก่ตัวแทนจำหน่ายหรือผู้ใช้สินค้าในประเทศไทย  ประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่น ฝรั่งเศส ออสเตรีย และสหราชอาณาจักร พร้อมกันนี้ยังได้อนุญาตธุรกิจค้าปลีก จำนวน  2  ราย คิดเป็นสัดส่วน 5% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมีเงินลงทุนจำนวน 13 ล้านบาท  ได้แก่การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแม่พิมพ์ที่ใช้ในการปั๊มขึ้นรูปชิ้นส่วนโลหะให้แก่ลูกค้าที่สั่งซื้อชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งผลิตจากแม่พิมพ์ดังกล่าวและผู้ที่ว่าจ้างให้บริษัทผลิตชิ้นส่วนโลหะให้  ประเทศที่ได้รับอนุญาตคือสิงคโปร์และมาเลเซีย นอกจากนี้ยังมีธุรกิจนายหน้าตัวแทน จำนวน 1 ราย คิดเป็นสัดส่วน 3% ของธุรกิจที่ได้รับอนุญาตมีเงินลงทุนจำนวน 26 ล้านบาท ได้แก่การทำกิจการนายหน้าเพื่อจัดจำหน่ายให้แก่บริษัทในเครือในต่างประเทศประเทศที่ได้รับอนุญาตคือ ญี่ปุ่น 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างชาติแห่ลงทุนในไทยพุ่ง

  • โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินขึ้นเงินเดือนราชการ

    โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินขึ้นเงินเดือนราชการ

    นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้ การขึ้่นเงินเดือนข้าราชการ 8% ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) นั้น กรมบัญชีกลาง และ สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) กำลังสรุปรายละเอียดทางเลือกการขึ้นเงินเดือน แต่ละทางต้องใช้เงินงบประมาณเท่าไร โดยจะเสนอให้รัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่พิจารณาได้ทันที แต่การขึ้นเดือนข้าราชการจะเริ่มจ่ายตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 นี้ หรือไม่ รัฐบาลใหม่จะเป็นผู้ตัดสินใจ “ขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังจัดทำรายละเอียดแนวทางการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อเสนอให้ครม.ชุดใหม่พิจารณา โดยหลักการเบื้องต้นจะเสนอเป็นทางเลือกคือ การปรับขึ้นเงินเดือนทั้งระบบ หรืออีกแนวทางคือ ปรับขึ้นเฉพาะข้าราชการชั้นผู้น้อยที่มีเงินเดือนไม่เกิน 9,000 บาท” อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเดิมการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 8% เริ่มจ่ายเดือน เม.ย.58 จะใช้งบประมาณ 26,000  ล้านบาท หากเลื่อนมาจ่ายเดือน ต.ค. 2557 งบจะเพิ่มเป็น 40,000 ล้านบาท หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับวิธีการขึ้นเงินเดือนที่ต้องพิจารณาอีกครั้ง โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้กำชับให้การขึ้นเงินเดือนครั้งนี้ให้ดูแลข้าราชการชั้นผู้น้อยเป็นพิเศษ เพราะจำนวนมากที่ได้เงินเดือนไม่ถึง 9,000 บาท เช่น ข้าราชการที่กระทรวงกลาโหม ซึ่งการขึ้นเงินเดือนข้าราชการระดับล่างจะได้มากกว่าระดับบน นอกจากนี้ เมื่อขึ้นเงินเดือนข้าราชการแล้ว ก็ต้องหาวิธีการช่วยประชาชนทั่วไปที่มีรายได้น้อยด้วย เพื่อให้เกิดความเท่าเทียม โดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ได้ศึกษาการจ่ายเงินภาษีให้กับคนจน ซึ่งเมื่อมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ คลังก็จะเสนอเรื่องนี้ให้พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งผลการศึกษาของ สศค. การจ่ายเงินภาษีคนจน จะมีผู้ได้รับเงินจากรัฐบาลประมาณ 18 ล้านคน ต้องใช้เงินงบประมาณปีละ 55,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : โยนรัฐบาลใหม่ตัดสินขึ้นเงินเดือนราชการ