ร.อ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคสช. เพื่อการขับเคลื่อนการบริหารราชการแผ่นดิน ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคสช. เมื่อวันที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เห็นชอบโครงการลงทุนของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) 3 โครงการ วงเงินรวมกว่า 160,011 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะ เครื่องที่ 4-7 วงเงิน 36,811 ล้านบาท โครงการระบบสายส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 วงเงิน 60,000 ล้านบาท และโครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าบริเวณภาคตะวันตก และภาคใต้ เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางไฟฟ้า 63,200 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างโรงไฟฟ้าเพื่อทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะนั้น จะใช้เงินกู้จากต่างประเทศ 26,247 ล้านบาท และเงินกู้ในประเทศ 10,564 ล้านบาท ก่อสร้าง 48 เดือน โดยเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 ก่อน 4,059 ล้านบาท และมีกำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในเชิงพาณิชย์ในเดือนม.ค.61 ซึ่งการก่อสร้างครั้งนี้ถือเป็นการทดแทนโรงไฟฟ้าแม่เมาะที่มีอายุมากกว่า 25 ปี และมีแผนปลดออกในช่วงปลายปี 60 โดยโรงไฟฟ้าใหม่นี้ เป็นโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนที่ใช้ถ่านหินลิกไนต์เป็นเชื้อเพลิง ขนาดกำลังการผลิตติดตั้ง 600 เมกกะวัตต์ทั้ง นี้ในขั้นตอนต่อไปกฟผ.ต้องไปจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม และผลกระทบทางด้านสุขภาพให้เสร็จสิ้นก่อน โดยหัวหน้าคสช.ได้มอบหมายให้ดูแลเรื่องของผลกระทบที่เกิดขึ้นในด้านสุขภาพ ให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบ ขณะเดียวกันยังมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแนวทางพัฒนา ประสิทธิภาพของโรงไฟฟ้าเดิมที่มีอยู่ รวมถึงเขื่อนผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ พร้อมกับขอให้พิจารณาพลังงานทดแทนในด้านอื่นๆ เป็นเป็นทางเลือกของการสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้ลากหลายมากขึ้นส่วนโครงการขยายระบบส่งไฟฟ้า ระยะที่ 12 ที่ประชุมเห็นชอบให้เบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 ก่อน 7.1 ล้านบาท โดยตามแผนจะพัฒนาและก่อสร้างระบบส่งไฟฟ้า ระยะทาง 2,797 กิโลเมตร และสถานีไฟฟ้าแรงสูง 7 แห่ง ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น และรักษาความมั่นคงระบบไฟฟ้า มีระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ม.ค. 56 –มี.ค.63 โดยจะต้องจัดทำรายงานผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) เพื่อขออนุญาตจากกรมป่าไม้ด้วย เพราะการก่อสร้างต้องพื้นที่ผ่านป่าอนุรักษ์ ขณะที่โครงการปรับปรุงระบบไฟฟ้าภาคตะวันตก และภาคใต้ เบื้องต้นจะเบิกจ่ายงบลงทุนในปี 57 วงเงิน 3.2 ล้านบาท จึงต้องจัดทำไออีอีด้วยเช่นกันนอกจากนี้ที่ประชุมคสช.ยังเห็นชอบให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กู้เงินภายในประเทศ เพื่อดำเนินโครงการที่รับผิดชอบ วงเงินรวม 11,839 ล้านบาท แบ่งเป็น กฟภ. 8,839 ล้านบาท และ 3,000 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวโครงการลงทุนไฟฟ้า 1.6 แสนล้านบาท
เดือน: สิงหาคม 2014
-

ไฟเขียวโครงการลงทุนไฟฟ้า 1.6 แสนล้านบาท
-

เข้ม 7 มาตรการคุมอีโบล่า
ร.ต.อนุสสรณ์ นาคศรีชุ่ม รักษาการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ หน่วยธุรกิจการบิน บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า การบินไทยได้ออก 7 มาตรการป้องกันโรคไวรัสอีโบลา เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้โดยสาร ได้แก่ มาตรการคัดกรองตรวจรับผู้โดยสาร และการบริการภาคพื้นดิน เช่น การสังเกตอาการผู้โดยสารก่อนเช็กอิน มาตรการในการให้บริการบนเครื่อง อาทิ การเฝ้าระวัง สังเกต อาการของผู้โดยสารระหว่างเดินทาง มาตรการในการจัดเตรียมอากาศยาน และฆ่าเชื้อโรค อาทิ การพ่นยาฆ่าเชื้อโรคภายในอากาศยาน ระหว่างจอดที่สนามบิน มาตรการทำความสะอาดภายในอากาศยาน อาทิ การเพิ่มการทำความสะอาด 36 จุดภายในห้องโดยสารนอกจากนี้ ยังมีมาตรการป้องกัน และเฝ้าระวังสุขอนามัยของพนักงาน จัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลประจำเครื่องบิน มาตรการด้านการรับขนส่งสินค้า และไปรษณียภัณฑ์ และมาตรการด้านโภชนาการ เช่น การคัดเลือกวัตถุดิบ และวิธีการปรุงอาหารที่สะอาดได้มาตรฐาน และไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นพาหะของโรครวมทั้งประสานงานกับกระทรวงสาธารณสุขในการเฝ้าติดตามสถานการณ์และมาตรการต่างๆอย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในการป้องกันร.ต.อนุสสรณ์ กล่าวว่า การให้บริการของการบินไทยในขณะนี้ ไม่มีเที่ยวบินให้บริการไปยังประเทศ ที่มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสอีโบลาได้แก่ กินี เซียร์ราลีโอนไลบีเรีย และเมืองลากอสประเทศไนจีเรีย แต่มีไปเฉพาะเที่ยวบินในเมืองโจฮันเนสเบิร์ก ของแอฟริกาใต้ สัปดาห์ละ 3 เที่ยวเท่านั้นด้านนายเมฆินทร์ เพ็ชรพลาย กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. กล่าวถึงแผนการดูแลและควบคุมโรคอีโบลาในไทย ว่า ในส่วนของทอท. ที่เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางของผู้โดยสารจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศ ได้ดำเนินการตามแผนที่วางเอาไว้ ด้วยการตรวจวัดอุณหภูมิของผู้โดยสารทุกคน โดยเฉพาะผู้โดยสารที่มาโดยตรงจาก 45 ประเทศในแอฟริกา โดยเฉพาะไนจีเรีย และแอฟริกาใต้ ที่เป็นจุดกำเนิดของอีโบลา ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบผู้ป่วยอีโบลาที่เข้ามาผ่านทางสุวรรณภูมิ หรือว่าพบบุคคลที่มีอุณหภูมิร่างกายเกิน 38 องศา จนต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมดูแลโรคร้ายแรงที่จะเข้ามาในประเทศอย่างจริงจัง ทอท. มีแผนในการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ หรือเวิร์คช็อป ให้พนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรองรับการดูแลเหตุการณ์ฉุกเฉินใน 3กรณีคือ ปัญหาที่เกิดจากภัยพิบัติเกิดจากโรคติดต่อร้ายแรง และการก่อการร้ายทุก ๆ 3เดือน เพื่อให้พนักงานมีความรู้ ความเข้าใจ และตรวจสอบกลุ่มเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แม้ผู้โดยสารจากแอฟริกา 45 ประเทศ จะต้องมีใบรับรองไข้เหลืองมาแล้วก็ตาม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เข้ม 7 มาตรการคุมอีโบล่า -

ออมสินระดมเงินฝาก
นายธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 5เดือนดอกเบี้ย 2.10% ต่อปีซึ่งเทียบเท่าเงินฝากประจำ 2.47% ต่อปีสำหรับบุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และนิติบุคคลทุกประเภททั้งนี้ ผู้ฝากบุคคลธรรมดาจะได้รับการยกเว้นภาษีโดยเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากเพิ่ม ครั้งละไม่ต่ำกว่า1,000บาท คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวัน นับตั้งแต่วันที่ฝากตั้งแต่วันนี้ ไปจนถึง วันที่ 30 ก.ย.นี้ทั้งนี้ ธนาคารยังได้ขยายเวลาการเปิดรับฝากเงินฝากเผื่อเรียกพิเศษ 9เดือนต่อเนื่อง ไปจนถึงวันที่ 30 ก.ย.57 หลังจากหมดระยะรับฝากไปเมื่อวันที่ 1 5ส.ค.ที่ผ่านมา โดยกำหนดดอกเบี้ย 2.45% ต่อปี เปิดรับฝากสำหรับบุคคลธรรมดา อายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป และนิติบุคคลทุกประเภท แต่ผู้ฝากบุคคลธรรมดา จะได้รับยกเว้นภาษีโดยเปิดบัญชีขั้นต่ำ 10,000 บาท ฝากเพิ่มครั้งละไม่ต่ำกว่า1,000 บาท คำนวณดอกเบี้ยเป็นรายวันนับตั้งแต่วันที่ฝาก“ธนาคารฯได้คิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อให้ประชาชนผู้ออมเงินได้เลือกใช้บริการฝากเงิน กับสถาบันการเงินที่มั่นคงแข็งแกร่ง และเป็นที่ไว้วางใจในทุกๆ ครั้ง เมื่อออมเงิน เพราะการออมในวันนี้ จะมีใช้ในวันหน้า ทำให้แผนการออมเงินช่วงนี้มีประสิทธิภาพ และหลากหลายมากขึ้น พร้อมกับได้รับผลตอบแทนที่เหมาะสม”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ออมสินระดมเงินฝาก