เดือน: สิงหาคม 2014

  • สทท.เผยภาพรวมท่องเที่ยวฟื้น

    สทท.เผยภาพรวมท่องเที่ยวฟื้น

    นายรุ่งโรจน์ สีเหลืองสวัสดิ์ รองประธานฝ่ายวิชาการ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เปิดเผยในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) หลักสูตรความรู้เศรษฐกิจสู่ประชาคมอาเซียน จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้ ภาพรวมการท่องเที่ยวของไทยปรับดีขึ้น แต่ยังไม่เต็ม 100% เนื่องจากยังอยู่ในช่วงประกาศอัยการศึก ส่งผลให้บริษัทประกันภัยในต่างประเทศไม่กล้ารับประกันความเสี่ยง โดยเฉพาะยอดนักท่องเที่ยวต่างประเทศในพื้นที่กรุงเทพฯและพัทยา กลับเข้ามาเพียง 30-40% จากที่หายไป 50-60% ทั้งนี้ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฯ ได้เสนอ คสช. พิจารณาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 20,000 บาทต่อปี แต่มีเงื่อนไขว่านักท่องเที่ยวจะต้องเข้าพักโรงแรมที่ได้มาตรฐานมีใบอนุญาตสถานประกอบการเท่านั้น คาดว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) จะเร่งอนุมัติภายในเดือนส.ค.นี้ เพื่อให้ทันการวางแผนการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น รวมทั้ง การเดินหน้าปฎิรูปประเทศไทยชี้แจงนักลงทุนต่างชาติตามแผนโรดแมป และการยกเลิกวีซ่าให้ประเทศจีน 3 เดือน เชื่อว่าจะกระตุ้นตลาดคนไทยเที่ยวไทยเพิ่มขึ้น สร้างรายได้ให้กับประเทศปีนี้เติบโตได้ที่ 2 ล้านล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ 2.2 ล้านล้านบาท ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรจะจัดระเบียบการท่องเที่ยวใหม่ โดยเฉพาะการสร้างมาตรฐานโรงแรมที่มีอยู่ในไทยกว่า 20,000 แห่ง ให้สามารถได้รับใบอนุญาตเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันมีโรงแรมที่ได้รับใบอนุญาตเพียง 2,000-3,000 แห่งเท่านั้น จึงจำเป็นต้องสร้างคุณภาพเพิ่มขึ้น เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มีมาตรฐานได้มากขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สทท.เผยภาพรวมท่องเที่ยวฟื้น

  • สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

    สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

    นายสมชาย พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงตรวจสถานบันเทิงทั่วประเทศ ที่เปิดให้บริการผลิตภัณฑ์บารากุ โดยเฉพาะสถานบันเทิงที่ตั้งอยู่ใกล้บริเวณมหาลัย ตามนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องจากการเปิดให้บริการผลิตภัณฑ์ดังกล่าวถูกควบคุมด้วยกฎหมายตาม พ.ร.บ.ยาสูบของกรมสรรพสามิต ที่ไม่ได้รับการอนุญาตจำหน่าย จึงเป็นสินค้าที่ผิดกฎหมายทั้งหมด หากเจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ากระทำความผิดก็สามารถยึดเตาและตัวยา โดยสถานบริการอาจได้รับโทษสูงสุดตามกฎหมายที่กำหนดไว้ ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตทันทีทั้งนี้ กรมสรรพสามิตได้ประสานกับกรมศุลกากร และกระทรวงพาณิชย์ เพื่อคุมเข้มไม่ให้นำเข้าเครื่องสูบและผลิตภัณฑ์บารากุโดยเด็ดขาด ถือเป็นนโยบายหลักในการปราบปรามผู้ลักลอบกระทำความผิดและสิ่งผิดกฎหมาย รวมทั้ง ป้องกันการมอมเมานักศึกษาและประชาชนทั่วไป เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่าได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่ตามกฎหมายแล้วยังเป็นของต้องจำกัดห้ามนำเข้า เพราะไม่ได้เข้าข่ายนิยามของยาสูบตามกฎหมายสรรพสามิต ที่ไม่สามารถนำเข้ามาจำหน่ายได้อย่างไรก็ตาม บทลงโทษของสถานบริการและผู้ที่กระทำผิด ประกอบด้วย กรณีขายหรือมีไว้เพื่อขาย โทษปรับ 15 เท่าของแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท หากมีไว้ครอบครองเกินกว่า 500 กรัม โทษปรับ 10 เท่าของค่าแสตมป์ แต่ไม่น้อยกว่า 100 บาท กรณีลักลอบ ที่กำหนดไว้ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2469 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคา หรือทั้งจำทั้งปรับ หากสูบในเขตปลอดบุหรี่ จะมีโทษตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุขภาพของผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ พ.ศ.2539 โทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท รวมทั้ง กรณีก่อให้เกิดความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น จะได้รับโทษตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ.2535 จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 2,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพสามิตเข้มสถานบันเทิง

  • สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

    สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล

    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยว่า ได้รับมอบนโยบายจากพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้พิจารณาแนวทางการสนับสนุนโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลจากการเผาขยะ เพื่อเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยลดปัญหาขยะล้นเมือง เพราะปัจจุบันปริมาณขยะที่เกิดขึ้นในประเทศไทยมีมากถึง23ล้านตันต่อปี และมีขยะเพียง1ใน3เท่านั้นที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ ส่วนที่เหลือนอกจากจะไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ยังสร้างภาระให้กับประเทศ และภาระงบประมาณที่ต้องสูญเสียไปจากการกำจัดที่ไม่ถูกวิธีทั้งนี้หัวหน้าคสช. เห็นว่า ในต่างประเทศการกำจัดขยะนั้น มีวิธีการคิดที่หลากหลาย และมีประโยชน์ต่อการกำจัดที่ได้ประโยชน์คืนกลับมาหลายเท่า โดยนอกเหนือจากการนำมาผลิตเป็นพลังงานแล้ว ยังเกิดอุตสาหกรรมขึ้นใหม่อีก2ประเภท คือ อุตสาหกรรมการคัดแยกขยะ โดยเฉพาะขยะที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ใหม่ และอุตสาหกรรมรีไซเคิลแบบเต็มรูปแบบ ซึ่งเชื่อว่า จะมีนักลงทุนรายรายสนใจเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมเหล่านี้หลายราย เพราะเทคโนโลยีที่ใช้ก็ไม่ได้สูงมาก“หัวหน้าคสช.ได้ให้ความสนใจกับความมั่นคงในเรื่องพลังงานเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องของขยะที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก สามารถนำมารีไซเคิลได้ หรือนำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานก็เป็นโอกาสที่ช่วยลดปริมาณขยะในประเทศให้ลดลงได้ และถือเป็นจุดเน้นจุดหนึ่งที่สำคัญของสศช.ต้องทำแผนมาเสนออีกครั้ง เบื้องต้นแนวทาวคิดการผลิตไฟฟ้าจากขยะได้เริ่มทดลองในพื้นที่ทหารเป็นการนำร่องแล้ว และต่อไปคงต้องมาดูว่าจะขยายผลออกมาเป็นอย่างไรบ้าง”อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ที่มีพล.อ.อุดมเดช สีตบุตรรองผู้บัญชาการทหารบกในฐานะเลขาธิการคสช. เป็นประธาน เมื่อเร็วๆ นี้ ก็ได้เห็นชอบให้ดำเนินโครงการต้นแบบการบริหารจัดการโรงไฟฟ้า พลังงาน ก๊าซชีวภาพจากหลุมฝังกลบขยะขนาดเล็ก โดยให้กระจายในส่วนราชการ โดยเฉพาะหน่วยทหาร เพราะมีความพร้อม เช่น หน่วยทหารใน จังหวัดลพบุรี และ จังหวัดสระบุรี

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สศช.หนุนสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวล