เดือน: กันยายน 2014

  • ธปท.หวั่นจีดีพีไม่ถึง1.5%

    ธปท.หวั่นจีดีพีไม่ถึง1.5%

    นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจและการเงินเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ยังฟื้นตัวได้ต่อเนื่อง จากความต้องการในประเทศ และภาคการท่องเที่ยวที่เริ่มดีขึ้น แต่ทั้งนี้ ด้านการใช้จ่ายในประเทศ ทั้งของภาครัฐ และเอกชนอ่อนแรงลงเล็กน้อย เมื่อเทียบช่วง 2-3 เดือนก่อนหน้านี้ ที่สถานการณ์ทางการเมืองคลี่คลายใหม่ ๆ โดยยอมรับว่า ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่เศรษฐกิจอาจจะขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ 1.5% หากภาครัฐเบิกจ่ายงบประมาณไม่ถึง 91.4% ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้"ปัจจัยบวกของเศรษฐกิจในปีนี้ ยังคงอยู่ที่การบริโภค รายได้ภาคการเกษตร และการจ้างงาน ที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี แต่อาจจะไม่ใช่แรงส่งในลักษณะรูปตัววี (วีเชพ) อย่างที่คาดการณ์ไว้ คงฟื้นตัวแบบค่อยเป็นค่อยไป ไม่เหมือนช่วงที่ผ่านมา ที่การบริโภคมีปัจจัยเสริมชั่วคราว เช่น เทศกาลบอลโลก ส่วนการส่งออกที่เป็น 0% นั้น ธปท.ได้นำมารวมอยู่ในสมมติฐานจีดีพี 1.5% ไว้แล้ว"ทั้งนี้เดือน ส.ค. มีสัญญาณการบริโภคภาคเอกชนอ่อนแรง จากการใช้จ่ายในหมวดสินค้าไม่คงทนชะลอตัวลง เช่น อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงแรงกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการใช้จ่ายภาครัฐแผ่วลง หลังรัฐใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงก่อนหน้านั้น ดังนั้นการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลง ทั้งการซื้อสินค้าและบริการ และการลงทุนที่ยังทำได้ค่อนข้างช้า รายได้นำส่งลดลง สะท้อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวมที่ชะลอตัวในช่วงก่อนหน้านี้ และปัจจุบันยังอยู่ในระยะเริ่มต้นของการฟื้นตัวนางรุ่ง กล่าวว่า แม้ว่าภาพรวมเศรษฐกิจที่ออกมาโดยรวม ยังคงชะลอตัวลงทั้งภาคการส่งออก และการบริโภคที่ยังหดตัว แต่ธปท. เชื่อว่าจีดีพี ปีนี้ยังคงเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 1.5% โดยจะมีแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจในครึ่งปีหลัง จากการเบิกจ่ายภาครัฐ ที่คาดว่าจะเบิกจ่ายได้ตามเป้าหมาย การใช้จ่ายของภาครัฐและเอกชน และการลงทุนจากภาครัฐและเอกชนด้วย แต่อย่างไรก็ดี มาตรการที่ออกมาขณะนี้ ยังไม่ได้ประเมินไว้ในจีดีพี ว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหรือไม่ เนื่องจากยังไม่เห็นมาตรการที่ออกมาเลย แต่เห็นว่ามาตรการดังกล่าว น่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือมีผลในปีหน้ามากกว่าในปีนี้”ทั้งนี้ การส่งออกสินค้าโดยรวมยังคงอ่อนแอ โดยมูลค่าการส่งออกลดลง 6.6% อ่อนแอลงในเกือบทุกตลาด โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอุตสาหกรรม ทั้งยานยนต์เครื่องใช้ไฟฟ้า ปิโตรเคมี ขณะที่การนำเข้าลดลง 8.3% เช่นกัน ด้านการลงทุนภาคเอกชนฟื้นตัวแบบไม่ต่อเนื่อง และยังไม่กระจายตัวไปในทุกภาค เพราะความต้องการโดยรวม ยังต่ำกว่าระดับปกติ อีกทั้งหลายอุตสาหกรรมยังมีกำลังการผลิตเพียงพอ หรือกำลังการผลิตยังอยู่ที่ 60.3% ส่วนความเชื่อมั่นภาคธุรกิจอยู่ที่ 49.1 และในอีก 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ 55.1 โดยผู้ประกอบการต่างประเมินว่าภาวะธุรกิจโดยรวมว่าจะปรับดีขึ้นจากปัจจุบัน สะท้อนมุมมองว่าการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ น่าจะชัดเจนขึ้นในระยะต่อไปโดยพบว่า ข้อจำกัดในการดำเนินธุรกิจ 5 อันดับแรก ได้แก่ การปรับราคาสินค้าทำได้ยาก ต้นทุนการผลิตสูง ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ การแข่งขันที่รุนแรงจากตลาดในประเทศ และความต้องการจากตลาดในประเทศต่ำ ทั้งนี้ ในเดือนนี้สัดส่วนของผู้ประกอบการที่มีความกังวลเกี่ยวกับความต้องการจากตลาดในประเทศต่ำเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน สอดคล้องกับภาวะการใช้จ่ายในประเทศที่อ่อนแรงลงเล็กน้อยสำหรับเสถียรภาพในประเทศนั้น อัตราการว่างงานอยู่ในระดับต่ำ เงินเฟ้อลดลงเล็กน้อย ตามราคาอาหารสดและพลังงาน ส่วนเสถียรภาพต่างประเทศ ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล เล็กน้อย ที่ 239 ดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ที่ขาดดุล 864 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากการนำเข้าที่ยังมีค่อนข้างน้อย ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายขาดดุล เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติขายพันธบัตรระยะสั้นเพื่อทำกำไร โดยมีเงินทุนไหลออกสุทธิ 1,033 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จากเดือนก่อนที่มีเงินไหลเข้าสุทธิ 4,692 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ประกอบกับสถาบันการเงิน ชำระคืนเงินกู้ต่างประเทศระยะสั้น โดยรวมดุลการชำระเงินขาดดุล สัดส่วนเงินสำรองระหว่างประเทศต่อหนี้ระยะสั้นอยู่ในเกณฑ์มั่นคง

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธปท.หวั่นจีดีพีไม่ถึง1.5%

  • ซัมซุงเปิดจองกาแลคซี่ โน้ต 4ครั้งแรกในเมืองไทย

    ซัมซุงเปิดจองกาแลคซี่ โน้ต 4ครั้งแรกในเมืองไทย

      ในงานThailand Mobile Expo 2014 Showcase ระหว่างวันที่ 2 – 5ตุลาคมนี้  ซัมซุงประกาศวางจำหน่ายสมาร์ทโฟนรุ่นล่าสุด“ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 (Samsung GalaxyNote 4)” ครั้งแรกในเมืองไทย ให้เป็นเจ้าของก่อนใครในราคาพิเศษเพียง 24,900 บาท จากราคาเต็ม 25,900บาท พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษ ได้แก่ ฟิล์มถนอมสายตา หน่วยความจำ SD Cardขนาด 16GB ผ้าห่ม ทรีอินวัน บัตรกำนัลมูลค่า 3,000บาท เพื่อใช้เป็นส่วนลดสำหรับซื้อซัมซุง เกียร์ เอส (Samsung Gear S)                 พิเศษสุด สำหรับ 100ท่านแรกในแต่ละวัน รับเพิ่มบัตรกำนัลจากเซ็นทรัลมูลค่า 1,000บาท พร้อมกระเป๋าล้อลาก ส่วนลูกค้าลำดับที่ 101 – 200รับเพิ่มกระเป๋าล้อลาก โดยสิทธิประโยชน์เหล่านี้พิเศษเฉพาะลูกค้าที่ซื้อซัมซุงกาแลคซี่ โน้ต 4 ณ บริเวณพื้นที่พิเศษภายในห้องบอลรูม  โดยลูกค้าที่ซื้อซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4  สีขาว สามารถรับเครื่องได้ทันทีซึ่งมีจำนวนจำกัดเพียง 100 เครื่องในแต่ละวันเท่านั้นและสำหรับท่านที่ซื้อซัมซุง              กาแลคซี่ โน้ต 4 สีอื่น หรือสีขาวที่เกิน 100เครื่องต่อวันในงาน สามารถรับเครื่องภายหลังได้ที่ซัมซุง เอ็กซ์พีเรียนซ์ สโตร์สาขาสยาม สแควร์ วัน ตามวันและเวลาที่กำหนด ซัมซุง กาแลคซี่ โน้ต 4 สมาร์ทโฟนจากตระกูลกาแลคซี่โน้ตรุ่นล่าสุด ดีไซน์พรีเมี่ยมปากกาอัจฉริยะ S Pen ที่ช่วยให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้นพร้อมกล้องหน้าความละเอียดสูงถึง 3.7 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดถ่ายภาพแบบ WideSelfie มุมกว้าง 120องศา  หน้าจอ Quad HD Super AMOLED ขนาด5.7 นิ้ว เพิ่มความคล่องแคล่วในการใช้งาน Multi-windowพร้อมให้คุณจับจองเป็นเจ้าของก่อนใครประเทศไทย ในราคา 24,900 บาท(จากราคาเต็ม 25,900 บาท ณ  พื้นที่พิเศษห้องบอลรูมภายในงาน Thailand Mobile Expo 2014 Showcase ระหว่างวันที่2 – 5 ตุลาคมนี้                             

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ซัมซุงเปิดจองกาแลคซี่ โน้ต 4ครั้งแรกในเมืองไทย

  • ไฟเขียวขึ้นราคา LPG 62 สต. NGV 1 บาท

    ไฟเขียวขึ้นราคา LPG 62 สต. NGV 1 บาท

    นายอารีพงษ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธาน ว่า ที่ประชุม กบง. มีมติเห็นชอบให้ปรับขึ้นราคาขายปลีกแอลพีจี ภาคขนส่ง และราคาก๊าซเอ็นจีวีเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นไปตามมติคณะรักษาความคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีผลวันที่ 1 ต.ค.นี้เป็นต้นไปโดยราคาก๊าซแอลพีจี ภาคขนส่ง ปรับขึ้น 0.62 บาทต่อกิโลกรัม จาก 21.38 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 22.00 บาทต่อกิโลกรัม ส่วนราคาขายปลีกก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลจะปรับขึ้น 1 บาทต่อกิโลกรัม จากเดิม 10.50 บาทต่อกิโลกรัม เป็น 11.50 บาทต่อกิโลกรัม และให้คงราคาขายปลีกเอ็นจีวี สำหรับรถโดยสารสาธารณะ เช่น รถแท็กซี่ รถโดยสารของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) รวมทั้งรถร่วมบขส. และรถร่วม ขสมก. ไว้ที่ 8.50 บาทต่อกิโลกรัมเช่นเดิม เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อค่าครองชีพของประชาชนส่วนใหญ่การปรับราคาเอ็นจีวี และแอลพีจีครั้งนี้ จะช่วยให้ราคาสะท้อนต้นทุนที่แท้จริงมากขึ้น และลดการอุดหนุนราคาเอ็นจีวี จากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) เพื่อนำรายได้ไปขยายสถานีบริการเอ็นจีวี รวมถึงขยายท่อส่งก๊าซเพื่อให้บริการทั่วถึงทุกภูมิภาคมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีสถานีบริการเอ็นจีวี 497 สถานีทั่วประเทศเบื้องต้นจะเร่งดำเนินร่วมกับทางสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ขยายสถานีบริการในพื้นที่ภาคกลาง และภาคอีสาน และจะขยายเพิ่มเติมในภาคอื่น ๆ ต่อไป เพื่อที่จะรองรับกับจำนวนรถที่ใช้ เอ็นจีวี ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่มากกว่า 450,000 คันนอกจากนี้ ที่ประชุม กบง. เห็นชอบปรับเพิ่มอัตราเงินส่งเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงของน้ำมันดีเซลขึ้น 0.40 บาทต่อลิตร จากเดิมจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันฯ สำหรับดีเซล 1.70 บาทต่อลิตร ปรับเป็นจัดเก็บ 2.10 บาทต่อลิตร โดยไม่มีผลต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลแต่อย่างใด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไฟเขียวขึ้นราคา LPG 62 สต. NGV 1 บาท