เดือน: ตุลาคม 2014

  • สรรพากรเก็บภาษีพลาดเป้า

    สรรพากรเก็บภาษีพลาดเป้า

    นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ ปีงบประมาณ 57 ต่ำกว่าเป้าหมาย 160,000 ล้านบาท เป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบหลาย 10 ปี จากเป้าหมายที่ 1.89 ล้านล้านบาท โดยเฉพาะการจัดเก็บรายได้จากภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) จากการนำเข้าที่หายไปกว่า 69,000 ล้านบาท รวมถึงผลกระทบจากปัญหาการเมืองตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมา และแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้ากว่าที่คาดการณ์ เป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ขณะที่ แนวโน้มการจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 58 ที่ 1.96 ล้านล้านบาทนั้น เชื่อว่าจะเป็นไปได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่มีทิศทางดีขึ้น จากการเร่งอัดฉีดวงเงินเข้าระบบของรัฐบาล รวมถึงการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งสร้างความเชื่อมั่นให้ภาคเอกชน ทำให้หลายภาคอุตสาหกรรม ทั้งรับเหมาก่อสร้าง และการจ้างงานต่าง ๆ ฟื้นตัวดีขึ้น และส่งผลต่อแนวโน้มความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้ปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย “ช่วง ต.ค. – ธ.ค.57 กรมฯ ยังมีความเป็นห่วงเกี่ยวกับการจัดเก็บรายได้ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาว่าอาจจะดูต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนค่อนข้างมาก เนื่องจากปีก่อนใช้ฐานการคำนวณภาษีแบบ 5 ขั้นบันได ทำให้ตัวเลขจัดเก็บอยู่ในระดับสูง แต่ปีนี้ใช้ฐานใหม่ก็อาจจะมีผลต่อตัวเลขจัดเก็บบ้าง ซึ่งต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิด” นายประสงค์ กล่าวถึงความคืบหน้าเกี่ยวกับการจัดทำร่าง พ.ร.บ. ภาษีมรดก ว่า กฤษฎีกาน่าจะส่งร่างกฎหมายดังกล่าวมายังกระทรวงการคลังในช่วงเดือน ต.ค. นี้ หรืออย่างช้าไม่เกินกลางเดือน พ.ย. ซึ่งหลังจากนี้กระทรวงการคลัง และกรมสรรพากรจะต้องเร่งสรุปรายละเอียดต่าง ๆ ให้เรียบร้อย เพื่อนำเสนอให้ครม. พิจารณา ก่อนเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้อาจต้องมีการออกเป็นกฎหมายลูกเกี่ยวกับการแก้ประมวลรัษฎากรของกรมสรรพากร มาตรา 42 เกี่ยวกับเงินที่ได้รับการยกเว้นภาษี ที่ปัจจุบันยกเว้นการให้โดยศีลธรรมจรรยาไม่ต้องเสียภาษี เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการใช้ช่องทางนี้ในการโอนทรัพย์สินเพื่อไม่ต้องเสียภาษีมรดก โดยอาจมีการกำหนดเป็นเพดานในการยกเว้นให้มีความชัดเจนมากขึ้น ขณะเดียวกัน วันที่ 9 ต.ค.ที่ผ่านมา  กรมฯ ได้ลงนามบันทึกความตกลงการให้บริการยื่นแบบแสดงรายการ และชำระภาษีทางอินเทอร์เน็ต กับธนาคาร เดอะรอยัลแบงก์อ๊อฟสกอตแลนด์ พีแอลซี สาขากรุงเทพฯ   เพื่อเปิดให้บริการยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษี ผ่านอินเทอร์เน็ตทุกประเภทภาษี ซึ่งเพิ่มศักยภาพด้านการให้บริการช่วยให้ผู้เสียภาษีได้รับบริการที่ดี สะดวก รวดเร็ว โดยปี 57 มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการและชำระภาษีผ่านทางอินเทอร์เน็ตกว่า 10 ล้านราย ©

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สรรพากรเก็บภาษีพลาดเป้า

  • ปณท แจงพร้อมส่งคูปองแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอล

    ปณท แจงพร้อมส่งคูปองแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอล

    วันนี้ (9 ต.ค.) นายปิยะวัตร์ มหาเปารยะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานระบบปฏิบัติการ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด (ปณท) กล่าวว่า ปณท ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง และเป็นหน่วยงานที่เข้าถึง 22 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศพร้อมให้บริการจัดส่งคูปองส่วนลดสำหรับแลกซื้ออุปกรณ์รับชมทีวีระบบดิจิตอลสำหรับภาคพื้นดินหรือส่วนลดทีวีที่มีอุปกรณ์รับสัญญาณระบบดิจิตอล ให้กับประชาชนกลุ่มจังหวัดนำร่อง 21 จังหวัดที่สามารถรับสัญญาณได้ครอบคลุม กว่า 4.64 ล้านครัวเรือน ได้แก่ 1.กรุงเทพมหานคร 2. นนทบุรี 3. นครปฐม 4. ปทุมธานี 5. สมุทรปราการ 6. สมุทรสาคร 7.พระนครศรีอยุธยา 8. สิงห์บุรี 9. อ่างทอง 10. ระยอง 11. สุพรรณบุรี 12. หนองคาย13. สุโขทัย 14. อุดรธานี 15. ฉะเชิงเทรา 16. สมุทรสงคราม 17. พัทลุง 18. สงขลา19. นครนายก 20. ราชบุรี และ 21. ชัยนาทอย่างไรก็ตาม ในการจัดส่งคูปองดิจิตอลทีวีในครั้งนี้ถือเป็นภารกิจที่สำคัญของ ปณท โดยได้มีเตรียมความพร้อมในทุกด้านซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องเข้มงวดเป็นพิเศษกว่าเอกสารทั่วไปและใช้ระบบการจัดส่งเดียวกันกับการจัดส่งเอกสารสำคัญทางราชการ นอกจากนี้ยังมีการซักซ้อมทำความเข้าใจกับบุคลากรรวมไปถึงแนวทางรองรับและการแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการจัดส่งด้วย พร้อมกันนี้จะมีการตรวจสอบคุณภาพในการปฏิบัติงานเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดด้วยโดย ปณท จะเริ่มจัดส่งคูปองทั้งหมดในระบบไปรษณียภัณฑ์ลงทะเบียน ซึ่งมีความรวดเร็วและปลอดภัยตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไปซึ่งคาดว่าจะจัดส่งถึงมือผู้ที่ได้รับสิทธิ์ครบทั้ง 21 จังหวัดภายในวันที่ 18 ตุลาคมนี้สำหรับขั้นตอนในการนำจ่ายไปยังครัวเรือนต้องมีผู้เซ็นรับทุกครัวเรือนเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันการรับคูปอง กรณีที่นำจ่ายแล้วไม่มีผู้รับอยู่บ้านเจ้าหน้าที่จะส่งใบแจ้งให้ไปรับคูปองได้ ณ ที่ทำการไปรษณีย์ เมื่อครบกำหนด 7 วันยังไม่มีผู้มาติดต่อขอรับ ทางเจ้าหน้าที่จะส่งใบเตือนแจ้งให้มารับเป็นครั้งที่ 2 และหากครบกำหนดเวลา 15 วัน ยังไม่มีผู้มารับจะเก็บรักษาคูปองไว้เพื่อรอผู้มาติดต่อขอรับจนกว่าคูปองจะหมดอายุการใช้งานคือ 31 พฤษภาคม 2558 และหากครบกำหนดการใช้คูปอง (31 พฤษภาคม 2558) ยังไม่มีผู้มาติดต่อรับ ทางที่ทำการไปรษณีย์จะเก็บรวบรวม และส่งคืน กสทช. ณ ตู้ปณ. 1200 ปณศ.สามเสนใน กรุงเทพฯ 10400 ทันที ซึ่งเจ้าของบ้านทุกหลังที่ได้รับสิทธิ์สามารถตรวจสอบหมายเลขไปรษณีย์ลงทะเบียนได้จากเว็บไซต์ของ กสทช. จากนั้นนำหมายเลขมาเช็คสถานะการจัดส่งได้ผ่านแอพพลิเคชั่น Track& Trace และเว็บไซต์ www.thailandpost.co.th โดยปณท มั่นใจว่าจะสามารถนำจ่ายคูปองดิจิตอลทีวีได้เสร็จสิ้นทั้ง 4.64 ล้านครัวเรือนของ 21 จังหวัดนำร่อง ภายในวันที่ 18 ตุลาคมนี้

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ปณท แจงพร้อมส่งคูปองแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอล

  • “ประจิน”ไขลานงบทางหลวงชนบท

    “ประจิน”ไขลานงบทางหลวงชนบท

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยหลังเป็นประธานเปิดงานกรมทางหลวงชนบทครบรอบ 12 ปีว่า มอบนโยบายให้กรมทางหลวงชนบท เร่งเบิกจ่ายงบประมาณที่ได้รับจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล 370 ล้านบาท ไปบำรุงรักษาถนน และซ่อมแซมทางสายหลักโดยเร็ว เพื่อก่อให้เกิดการสร้างงาน กระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี พร้อมให้ทำหน้าที่พัฒนาเส้นทางเชื่อมโยงถนนในประเทศ และประเทศเพื่อนบ้าน ตามยุทธศาสตร์พัฒนาโครงสร้างพื้นประเทศไทย 10 ปี   “เมื่อวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา ครม.มีมติจัดสรรงบประมาณใช้บำรุงรักษาทาง และอำนวยความปลอดภัย 3,898 ล้านบาท โดยในจำนวนนี้เป็นโครงการของกรมทางหลวงชนบท ได้รับมาฟื้นฟูถนนและสะพานที่ชำรุดจากพายุไต้ฝุ่นรามสูร และพายุไต้ฝุ่นคัลแมกิ 72 โครงการ วงเงิน 370.985 ล้านบาท แยกเป็นงานก่อสร้างสะพานและท่อลอดเหลี่ยม 24 แห่ง งานป้องกันการกัดเซาะถนน 17 แห่ง และซ่อมบำรุงผิวทางและระบบระบายน้ำ 31 แห่ง โดยกรมจะต้องเร่งทำโดยเร็ว พร้อมกับดำเนินงานอย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ด้วย”  นายชาติชาย  ทิพย์สุนาวี อธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ได้กำชับให้สำนักงานทางหลวงชนบทในพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยดูแลเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมทั้งรายงานผลความเสียหายให้รับทราบต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดมีสายทางที่เสียหาย 16 จังหวัด 38 สายทาง แบ่งเป็นภาคเหนือ ได้แก่ พะเยา นครสวรรค์ เชียงใหม่ น่าน รวม 6 สายทาง ภาคใต้ ได้แก่ ตรัง สตูล ภูเก็ต พังงา สุราษฎร์ธานี ระนอง รวม 13 สายทาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ กาฬสินธุ์ สกลนคร มหาสารคาม รวม 14 สายทาง ภาคตะวันออก ได้แก่ ชลบุรี สระแก้ว ปราจีนบุรี จำนวน 5 สายทาง   “ปัจจุบันได้รับการแก้ไขโดยใช้งบประมาณฉุกเฉินและเปิดการจราจรเบื้องต้นได้แล้ว จำนวน 36 สายทาง และมีน้ำท่วมขังสูงยังไม่สามารถเปิดการจราจรได้ จำนวน 2 สายทาง ซึ่งอยู่ระหว่างดำเนินการแก้ไขเบื้องต้น ได้แก่ สาย สต.3007 แยกทางหลวงหมายเลข 416-บ้านสะพานวาอำเภอละงู,ทุ่งหว้า จังหวัดสตูล สาย สต.3014 แยกทางหลวงหมายเลข 416-ถ้ำเจ็ดคต อำเภอละงู,มะนัง จังหวัดสตูล” สำหรับงบประมาณที่กรมทางหลวงชนบทได้รับจัดสรรปี 58 มีทั้งสิ้น 4 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่นำมาก่อสร้างถนนใหม่ ซ่อมบำรุง และปรับปรุงทางให้สามารถใช้งานได้ เช่น โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ ถนนสนับสนุนพื้นที่โครงการหลวงสายแยกทางหลวงหมายเลข 118 – ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น(ตอนที่ 3) จังหวัดเชียงราย  โดยมีโครงการสำคัญที่จะเปิดให้บริการปลายปีนี้ คือ สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณถนนนนทบุรี 1    

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “ประจิน”ไขลานงบทางหลวงชนบท