เดือน: ตุลาคม 2014

  • อคส.ปิ๊งไอเดีย! โกยรายได้ใหม่

    อคส.ปิ๊งไอเดีย! โกยรายได้ใหม่

    นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ดอคส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบนโยบายให้ อคส. จัดทำแผนงานในการหารายได้เข้าองค์กรเพิ่มเติมเพื่อทดแทนรายได้สำคัญของ อคส. ที่มาจากโครงการรับจำนำข้าว หลังจากถูกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)และรัฐบาลชุดปัจจุบันยกเลิกได้เพราะมีปัญหาเรื่องความไม่โปร่งใสของของโครงการและเป็นโครงการประชานิยมที่รัฐบาลต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมหาศาล เบื้องต้นต้องเพิ่มการบริการแบบ เดลิเวอรี่ และการหาลูกค้าที่หลากเหมือนกับบริษัทไปรษณีย์ไทย เช่น กลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี, โอทอป และการขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นต้นทั้งนี้ในอนาคต อคส. อาจเพิ่มการให้บริการโลจิสติกส์หรือการรับส่งออเดอร์ของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีให้กับลูกค้า เนื่องจาก อคส.มีข้อได้เปรียบคู่แข่งด้านนี้คือมีคลังเก็บสินค้าหลายแห่ง แต่ทั้งหมดต้องดูว่าตามกฎหมายของ อคส.ได้จะเปิดช่องทำให้ดำเนินการได้มากน้อยแค่ไหนในการขยายกลุ่มไปยังธุรกิจเอสเอ็มและโอทอป“ที่ผ่านมา อสค. มีรายได้จากการบริหารจัดการโครงการรับจำนำข้าวประมาณ 100 บาทต่อตัน เมื่อรายได้ตรงนี้หายไป อคส.ต้องหารายได้อื่นๆเข้ามาทดแทนและเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนกับองค์กรนอกเหนือจากการเข้าไปช่วยเหลือสินค้าเกษตรตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งในเบื้องต้นพบว่าอคส. มีที่ดินจำนวนมากแต่ไม่ค่อยได้พัฒนามูลค่าเท่าที่ควร ดังนั้นจำเป็นต้องพัฒนาตรงนี้ก็จะช่วยให้ อคส. มีรายได้จำนวนมหาศาล”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : อคส.ปิ๊งไอเดีย! โกยรายได้ใหม่

  • สองแถวขอขึ้นค่ารถ 3 บาท

    สองแถวขอขึ้นค่ารถ 3 บาท

    นายฉัตรชัย ภู่อารีย์ ประธานชมรมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางหมวด 4เอกชน กรุงเทพมหานคร (รถสองแถว) เปิดเผยว่า สัปดาห์นี้ตัวแทนชมรมฯ จะเข้าพบเพื่อยื่นหนังสือต่อ พอ.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม ที่กระทรวงคมนาคม เพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรถสองแถว และขอปรับขึ้นค่าโดยสารรถร้อน 3 บาท หรือขึ้นจาก 7 บาท เป็น 10 บาท ส่วนรถปรับอากาศขอเพิ่มอีก 1บาท ตามระยะทาง จากเริ่มต้น 12 บาท เป็น 13 บาท เพื่อลดภาระขาดทุน เพราะขณะนี้ผู้ประกอบการรถสองแถวที่วิ่งให้บริการในกทม.กว่า 50% หรือประมาณ 2,000 คัน จากทั้งหมด 4000 คัน ตัดสินใจเลิกกิจการไปแล้วทั้งนี้สาเหตุทำให้ผู้ประกอบการรถสองแถวประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนัก มาจากนโยบายการจัดระเบียบรถตู้และมอเตอร์ไซด์ของคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ(คสช.) ที่ทำให้จำนวนรถจักรยานยนต์รับจ้างเข้ามาสู่ระบบจำนวนมากเกินไป จนแย่งลูกค้ารถสองแถวที่วิ่งอยู่ภายในซอยต่างๆ นอกจากนี้รถสองแถวยังได้รับผลกระทบ จากมติคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.)ที่อนุมัติปรับขึ้นราคาแอลพีจี 0.62 บาทต่อกก. และเอ็นจีวีอีก 1 บาทต่อกก. เมื่อวันที่ 1ต.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากส่งผลให้ต้นทุนค่าโดยสารรถสองแถวปรับเพิ่มทันที 30% โดยปัจจุบันรถสองแถวประมาณ 40% มีการใช้เชื้อเพลิงเป็นก๊าซ โดยแบ่งออกเป็น แอลพีจี10% และเอ็นจีวี30% ส่วนอีก 60% ที่เหลือใช้น้ำมันเชื้อเพลิงประเภทดีเซล

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สองแถวขอขึ้นค่ารถ 3 บาท

  • ก.ไอซีทีปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชน

    ก.ไอซีทีปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชน

    กระทรวงไอซีที ปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชมทั่วประเทศ เล็งเลิกศูนย์ที่บริหารจัดการไม่คุ้มทุน พร้อมดึงงบเหลือ 3.7 พันล้านบาท จากโครงการแท็บเล็ตไวไฟ ฯ เชื่อมต่อการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและบริการสาธารณสุขทั่วประเทศนายพรชัย รุจิประภา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กล่าวว่า อยู่ระหว่างติดตามผลการติดตั้งศูนย์ไอซีทีชุมชน ที่ปัจจุบันมีการติดตั้งไปแล้วกว่า 2,000 แห่ง ทั่วประเทศ โดยจะต้องดูว่าที่ติดตั้งไปแล้วนั้นประสบความสำเร็จมากน้อยเพียงใด และพื้นที่ไหนบ้างที่ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่ประสบความสำเร็จเพราะอะไร และควรจะบริหารต่อในจุด ๆ นั้นหรือไม่ เพราะต้องใช้งบประมาณบริหารประมาณเดือนละ 7,000 บาทต่อจุด ซึ่งถึงแม้ว่าค่าบริหารจัดการจะไม่สูงแต่ก็ต้องดำเนินการให้เกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับในส่วนที่จะต้องติดเพิ่มเติมตามโครงการอีก 300 แห่ง งบประมาณ 40 ล้านบาทนั้น อยู่ระหว่างดำเนินการ ทั้งนี้ กระทรวงไอซีทีจะร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข นำงบประมาณจำนวน 3.7 พันล้านบาท ที่เหลือจากโครงการแท็บเล็ตไวไฟ มาดำเนินการเพื่อให้บริการประชาชนทั้งในเรื่องของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและการเข้ารับบริการในสถานพยาบาลพื้นที่ห่างไกลให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น“ใน 1 เดือนนี้ ทั้ง 4 กระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องสรุปโมเดลให้แล้วเสร็จว่าจะเชื่อมต่อที่จุดไหนบ้าง ดูว่าจุดไหนไม่ได้ผลเป็นเพราะอะไร ที่ไหนประสบความสำเร็จเพราะอะไร และควรเอาจุดไหนออกบ้าง ซึ่งหากสรุปเรียบร้อยแล้วก็จะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เพื่อบริหารจัดการให้ศูนย์ไอซีทีชุมชนทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและอยู่ได้” นายพรชัย กล่าว.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ก.ไอซีทีปัดฝุ่นศูนย์ไอซีทีชุมชน