เดือน: ตุลาคม 2014

  • ชง “นครแม่สอด” นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    ชง “นครแม่สอด” นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ

    นายวีรพงศ์ ไชยเพิ่ม ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยถึงผลการหารือกับคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ว่า ที่ประชุมมีมติให้ใช้ร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทย ที่เสนอให้เทศบาล ต.แม่สอด เป็นพื้นที่นำร่องทดลองการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนภายใต้ ชื่อนครแม่สอด โดยเตรียมจัดระเบียบบริหารแบบใหม่ รวมทั้งจะให้อำนาจในการอนุมัติ ออกใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการตั้งธุรกิจและโรงงาน“เขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดนี้ จะกำหนดโซนนิ่งพื้นที่อย่างชัดเจน ไม่ใช่การประกาศครอบคลุมทั้งอำเภอ โดยหลังจากนี้กระทรวงมหาดไทยจะนำร่างกฎหมายตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดเ ข้าสู่ที่ประชุมครม. จากนั้นจะส่งกลับไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาอีกครั้ง จากนั้นจะส่งกลับมาที่ ครม. และส่งไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพื่อพิจารณาและประกาศเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป”ส่วนการพิจารณาทบทวนร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษ พ.ศ.2548 เพื่อปรับเปลี่ยนโครงสร้างการทำงานของ กนอ. เพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ซึ่งจะเพิ่มบทบาทให้ กนอ. ออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ มีอำนาจในการก่อสร้างดำเนินกิจการท่าเรื่ออุตสาหกรรม สาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่จำเป็นในนิคมฯ และเปิดให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม และพาณิชยกรรมที่เป็นคนต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์อาคารชุดได้ ตามที่คณะกรรมการ กนอ. เห็นสมควร ซึ่งขอบข่ายทั้งหมดจะจำกัดอยู่เฉพาะภายในนิคมอุตสาหกรรม โดยไม่รวมในส่วนของพื้นที่พาณิชย์ และที่อยู่อาศัย เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักลงทุนอย่างเต็มที่ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาในการพิจารณา 60-90 วัน จากนั้นก็จะเสนอให้ ครม. พิจารณาสำหรับยอดรวมการขาย หรือเช่าที่ดินในนิคมฯปีนี้อยู่ที่ 3,900 ไร่ สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 3,500 ไร่ มีมูลค่า 4,950 ล้านบาท ส่วนปี 58 ตั้งเป้าหมายว่าจะขายที่ดินให้ได้ 4,000 ไร่ มีรายได้เพิ่ม 5% หรือมีมูลค่า 5,250 ล้านบาท โดยจะส่งเสริมการตั้งนิคมอุตสาหกรรมในรูปแบบ กนอ. ร่วมดำเนินงานกับเอกชนให้ได้ 10 นิคมฯ และจะพัฒนานิคมอุตสาหกรรมภายใต้กลุ่มอุตสาหกรรม 7 กลุ่ม ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมยางพารา ที่ จ.สงขลา , นิคมฯอากาศยาน และศูนย์ซ่อมอากาศยาน จ.นครราชสีมา , นิคมฯบริการเพิ่มรองรับอุตสาหกรรมสื่อบันเทิงครบวงจร โดยจะประกาศเชิญชวนเอกชนเสนอพื้นที่ใน จ.สมุทรปราการ และปทุมธานี , นิคมฯบริการโลจิสติกส์ นิคมบริการเพื่อรองรับอุตสาหกรรมท่องเทียวและบริการ ,นิคมฯด้านสิ่งแวดล้อมหรือพลังงาน และนิคมฯป้องกันประเทศ“ไม่เพียงแต่จะสนับสนุนในกลุ่มอุตสาหกรรมแล้ว กนอ. ยังจะส่งเสริมการพัฒนานิคมภายใต้กลุ่มจังหวัด เช่น โครงการจัดตั้งนิคมฯในเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 5 จังหวัดเป้าหมาย และตั้งนิคมฯในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เหลืออีก 5 จังหวัด ได้แก่ จ.ขอนแก่น ,นครพนม ,สกลนคร ,อุบลราชธานี ,และมุกดาหารและจะเดินหน้าโครงการจัดตั้งบริษัทในเครือเพื่อตอบสนองการลงทุนในต่างประเทศ”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชง “นครแม่สอด” นำร่องเขตเศรษฐกิจพิเศษ

  • เบรคกพช.ลุยโครงสร้างพลังงาน

    เบรคกพช.ลุยโครงสร้างพลังงาน

    รายงานข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) 22 ต.ค.นี้ กระทรวงพลังงาน จะยังไม่เสนอแผนการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งน้ำมัน เอ็นจีวี และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคขนส่ง และครัวเรือน ให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากที่ผ่านมา เริ่มทยอยปรับราคาไปบ้างแล้ว และต้องรอพิจารณาโครงสร้างราคาพลังงานบางประเภทให้ชัดเจากว่านี้สำหรับวาระการพิจารณาของกพช. เช่น การกำหนดอัตราราคารับซื้อไฟฟ้าจากผู้ประกอบการ ที่ลงทุนผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน และพลังงานชีวมวลทุกประเภท ยกเว้นพลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะกำหนดสัดส่วนผลตอบแทนการลงทุน อายุสัญญาแต่ละโครงการขั้นต่ำ 20 ปี เพื่อป้องกันการทิ้งงานกลางอายุสัญญา ส่วนผลตอบแทนการลงทุน กระทรวงพลังงานได้เสนอให้มีผลตอบแทนให้กับผู้ประกอบการขั้นต่ำ 10% ของแต่ละโครงการ โดยแต่ละโครงการ และแต่ละประเภทเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า จะมีผลตอบแทนขั้นต่ำที่แตกต่างกันนอกจากนี้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) จะเสนอให้ที่ประชุมกพช. รับทราบถึงความจำเป็นที่ไทย ต้องเร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียม รอบที่ 21 บนพื้นที่บนบก และในทะเลรวม 27 แปลง เพื่อเปิดให้เอกชนมาลงทุนสำรวจ และขุดเจาะแหล่งพลังงานในประเทศ รองรับความต้องการในอนาคต เพราะการลงทุนในแหล่งปิโตรเลียม ต้องใช้เวลา 3-5 ปี จึงต้องเร่งเปิดประมูลสัมปทานดังกล่าว หาก กพช.ให้ความเห็นชอบ ชธ. ต้องกลับมาทำข้อมูลว่าจะเปิดสัมปทานในพื้นที่ใดบ้าง เสนอกลับไปให้กพช.พิจารณาในครั้งต่อไปสำหรับความคืบหน้าของแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า(พีดีพี) ปี 58-79 กระทรวงพลังงานจะเสนอรายละเอียดให้ กพช.พิจารณาว่า ตามอายุของแผนพีดีพี ดังกล่าว ไทยควรมีเชื้อเพลิงชนิดใดผลิตไฟฟ้าเป็นเชื้อเพลิงหลัก และเชื้อเพลิงรอง เพื่อลดการผูกขาดของก๊าซธรรมชาติ ที่ขณะนี้ไทยใช้เป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้ากว่า 75% ของเชื้อเพลิงรวม คาดว่าแผนพีดีพีดังกล่าว จะเพิ่มสัดส่วนของถ่านหินสะอาดเพิ่มขึ้น เพื่อทดแทนก๊าซธรรมชาติ รวมทั้งเพิ่มสัดส่วนพลังงานทดแทน พลังงานชีวมวลให้มากขึ้นขณะเดียวกัน ที่ประชุมกพช.จะพิจารณาข้อเสนอของกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน(พพ.) เรื่องขออนุมัติให้พพ. ออกประกาศ พพ.ให้ติดฉลากเครื่องใช้ไฟฟ้าประหยัดพลังงาน หรือเบอร์ 5 กับเครื่องจักรกลการเกษตรขนาดเล็ก 5 ชนิด เช่น รถจักรกลการเกษตร รถไฟถน เครื่องสูบน้ำขนาดเล็ก เพื่อจูงใจให้เกษตรกร ที่ทำการเกษตรหันมาใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 ช่วยลดประหยัดการใช้ไฟฟ้าในระยะยาว รวมทั้งเสนอให้แต่งตั้งนายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการนโยบายบริหารพลังงาน (กบง.) แทนพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม อย่างเป็นทางการ

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เบรคกพช.ลุยโครงสร้างพลังงาน

  • ต่างด้าวแห่ลงทุนไทย 6 หมื่นล้าน

    ต่างด้าวแห่ลงทุนไทย 6 หมื่นล้าน

    นางสาวผ่องพรรณ เจียรวิริยะพันธ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เปิดเผยว่า ช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา คณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เห็นชอบให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทย 354ราย มีเงินลงทุน 60,142 ล้านบาท เป็นมูลค่าที่สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 44,543 ล้านบาท เนื่องจากต่างชาติมีความมั่นใจการลงทุนในไทยมากขึ้นช่วงเดือนต.ค.นี้ ที่ประชุมคณะกรรมฯ อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจในประเทศไทย 41ราย วงเงินลงทุน 2,065ล้านบาท และมีการจ้างงานคนไทย589 คน ซึ่งธุรกิจที่ได้รับอนุญาต เช่น ธุรกิจบริการให้แก่บริษัทในเครือ หรือในกลุ่มและบริษัทคู่ค้า25รายเงินลงทุน 1,672ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นบริการให้กู้ยืมเงินบริการด้านการตลาด บริการจัดหา และติดตั้งเครื่องจักร และบริการรับจ้างผลิต โดยประเทศที่ได้รับอนุญาตได้แก่ญี่ปุ่น ฮ่องกง สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ จีน ไอร์แลนด์ ไต้หวัน สวีเดน และเยอรมนีด้านธุรกิจค้าปลีกและค้าส่ง7ราย เงินลงทุน 44ล้านบาท เช่น การค้าปลีกแม่พิมพ์ที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อของยานพาหนะ และเครื่องจักรกลอื่น ๆ ให้แก่ลูกค้าที่ว่าจ้างให้ผลิตชิ้นส่วนเหล็กหล่อ ที่ผลิตจากแม่พิมพ์ การค้าส่งตู้บรรจุสินค้า เกียร์พิเศษ และเครนติดหลังรถบรรทุก เป็นต้น ประเทศที่ได้รับอนุญาตคือ ญี่ปุ่น สิงคโปร์และฝรั่งเศสสำหรับธุรกิจสำนักงานผู้แทน6ราย เงินลงทุน 18ล้านบาท ส่วนใหญ่จะเป็นการรายงานความเคลื่อนไหวทางธุรกิจเกี่ยวกับสภาวะเศรษฐกิจ การผลิต การตลาด การลงทุน ตลอดจนความต้องการใช้สินค้าและบริการต่างๆ รวมทั้งหาแหล่งจัดซื้อสินค้าและวัตถุดิบ ตรวจสอบและควบคุมคุณภาพและปริมาณของสินค้าในประเทศไทยให้สำนักงานใหญ่ประเทศที่ได้รับอนุญาต ได้แก่ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และสวิตเซอร์แลนด์นอกจากนี้ยังมีธุรกิจนายหน้าตัวแทนจากประเทศญี่ปุ่น, คู่สัญญาภาครัฐ หรือ รัฐวิสาหกิจ คือบริการขุดเจาะปิโตรเลียมให้แก่ บริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จากประเทศสิงคโปร์ เป็นต้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ต่างด้าวแห่ลงทุนไทย 6 หมื่นล้าน