นายเพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร เปิดเผยว่า การค้าอุตสาหกรรมอาหารของไทยในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ไทยนำเข้ากลุ่มผลไม้มูลค่า 17,994.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.79 % เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าแอปเปิ้ลสด จากประเทศจีนมากกว่า 50 % ที่เหลือนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา นิวซีแลนด์ , องุ่นสดนำเข้าจากจีน เปรู อินเดีย ออสเตรเลีย , ส้มนำเข้าจากจีน ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา โดยคนไทยมีแนวโน้มบริโภคผลไม้นำเข้ากลุ่มนี้เพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากราคาผลไม้จากต่างประเทศลดลงมาก สามารถซื้อได้ทั่วไป ส่งผลให้ผลไม้ในประเทศมีคู่แข่ง และประสบปัญหาล้นตลาดบางช่วงที่ผลผลิตออกมามากอย่างต่อเนื่องสำหรับภาพรวมการนำเข้าวัตถุดิบ และอาหารของไทยมีมูลค่ารวม 322,104.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.12 % มีปริมาณนำเข้า 11.01 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 29.60 % เฉพาะเดือนส.ค. มีมูลค่านำเข้า 45,140.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.83% ส่วนใหญ่เป็นการนำเข้าวัตถุดิบ เพื่อแปรรูป โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำมีมูลค่ามากที่สุดถึง 73,105.73 ล้านบาท หรือ 22.70 % ของมูลค่านำเข้าทั้งหมด สินค้าที่นำเข้ามากที่สุด ได้แก่ ปลาโอทองแถบ (สกิปแจ็คแช่แข็ง) ปลาทะเลอื่น ๆ แช่แข็ง ทูน่าครีบเหลืองแช่แข็ง อัลบาคอร์แช่แข็ง และหมึกแช่แข็ง รองลงมา คือ กากของเหลือจากการผลิตน้ำมัน เพื่อใช้เป็นวัตถุดิบอาหารสัตว์ 19.43% เมล็ดถั่วเหลืองเพื่อการผลิตน้ำมันพืชและอาหารสัตว์ 10.01% นมผงสำหรับทารก 9.03% และกลุ่มข้าวสาลีส่วนมูลค่าส่งออกอาหารอยู่ที่ 695,583.91 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.48% ปริมาณส่งออก 24.55 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 12.10 % เดือนส.ค.มีมูลค่าส่งออก 110,510 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 50.83% โดยการส่งออกเนื้อไก่แปรรูป เป็นสินค้าส่งออกอันดับ 1 มีมูลค่าส่งออกสูงถึง 50,189.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.92 เนื่องจากญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ เวียดนาม ฮ่องกง เกาหลีใต้ แอฟริกาใต้ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับมานำเข้าไก่สดจากไทยอย่างไรก็ตามภาวะการค้าอาหารไทย กับกลุ่มประเทศอาเซียน ที่จะร่วมกันเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) นั้น ไทยได้ส่งออกสินค้าอาหารไปยังอาเซียน 5.79 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 8.83 % มูลค่า 151,649.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.83 % ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าอาหารจากสมาชิกอาเซียนทั้งสิ้น 1.66 ล้านตัน มูลค่า 51,785.44 ล้านบาท“ไทยอยู่ในฐานะเกินดุลการค้าอาหารกับอาเซียนโดยสินค้าส่งออก คือ น้ำตาลจากอ้อย มีสัดส่วน 11.4 % ของมูลค่าส่งออกทั้งหมดในช่วง 8 เดือนของปีนี้ มีมูลค่า 17,271.62 ล้านบาท ปริมาณส่งออก 1.347 ล้านตัน โดยตลาดหลัก คือ อินโดนีเซีย มีสัดส่วน 80% ของมูลค่าส่งออกสินค้าชนิดนี้ในอาเซียน”ด้านสินค้าที่มีมูลค่าส่งออกเป็นอันดับ 2 คือ เครื่องดื่มที่ไม่อัดลมพร้อมบริโภคทันที โดยไม่ต้องเจือจาง เป็นสินค้าที่มีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูง ซึ่งตลาดหลัก คือ เวียดนาม และเมียนมาร์ เนื่องจากสินค้าของไทยได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพดี รสชาติอร่อย และราคาแข่งขันได้ และข้าวหอมมะลิของไทย เป็นที่ต้องการสำหรับตลาดบนอย่างสิงคโปร์ และบรูไน มีแนวโน้มขยายตัวในระดับสูงเช่นกัน“เมื่อพิจารณาในตลาดอาเซียน จะพบว่า ช่วงนี้ที่อุตสาหกรรมอาหารในประเทศสมาชิกใหม่อย่างกัมพูชา สปป.ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ยังอยู่ในช่วงกำลังพัฒนา จึงจำเป็นต้องพึ่งพาการนำเข้าสินค้าอาหารแปรรูปจากไทยอยู่ ผู้ประกอบการไทยจำเป็นต้องหาแนวทางการทำธุรกิจที่ยั่งยืนในอนาคต เพราะขณะนี้นักลงทุนต่างชาติที่มีศักยภาพสูงในด้านอุตสาหกรรมอาหาร ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน และจีน ต่างก็ขยายการลงทุนเข้าสู่ทั้ง 4 ประเทศ เนื่องจากเล็งเห็นว่ามีความพร้อม ด้านการเป็นแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหาร ดังนั้นหากไทยไม่มองลู่ทางในระยะยาว อาจจะเสียโอกาสในอนาคต”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนไทยเห่อกินผลไม้นอก 8 เดือนทะลัก 1.7 หมื่นล้าน
เดือน: ตุลาคม 2014
-

คนไทยเห่อกินผลไม้นอก 8 เดือนทะลัก 1.7 หมื่นล้าน
-

ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินชาวนาพรุ่งนี้
รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า วันนี้ ธนาคารยังไม่ได้จ่ายเงินให้ชาวนา ไร่ละ 1,000 บาท ตามการปลูกข้าวจริง ไม่เกินครัวเรือนละ 15 ไร่ หรือไม่เกิน 15,000 บาท เนื่องจาก ธ.ก.ส.ต้องปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว เพื่อให้พนักงานลงทะเบียน และรายละเอียดข้อมูลชาวนา เข้าระบบถึงเวลา 22.00 น.ก่อนจะเตรียมจ่ายเงินให้ชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ในวันที่ 22 ต.ค.นี้ โดยจะเริ่มโอนเงินให้ชาวนาที่ได้รับการตรวจสอบข้อมูลอย่างถูกต้องแล้วได้ตั้งแต่เวลา 07.00 น.เป็นต้นไปขณะที่ กระแสข่าวว่า ธ.ก.ส.หยุดแจกเงินชาวนาที่จังหวัดพะเยา เพราะต้องรอมติจาก ครม.นั้น ยืนยันว่า การจ่ายเงินชาวนาสามารถดำเนินการได้ทันที และไม่ต้องเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. แต่สาเหตุที่ชาวนาที่จังหวัดพะเยา ยังไม่ได้รับเงินดังกล่าว เนื่องจากต้อง รอข้อมูลจากสำนักงานเกษตรจังหวัดพะเยา ที่กำลังเร่งดำเนินการสำรวจจำนวนเกษตรกรชาวนา ที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับทาง สำนักงานเกษตรอำเภอทั้ง 9 แห่ง ซึ่งเมื่อตรวจสอบเสร็จสิ้นก็จะเข้าสู่กระบวนการของธนาคาร ที่ต้องตรวจสอบเอกสาร ก่อนที่จะโอนเข้าบัญชีของชาวนาโดยตรงตามลำดับ
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.เริ่มจ่ายเงินชาวนาพรุ่งนี้ -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 0.53 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (21ต.ค) ดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน สลับบวกลบตลอดวัน โดยมีแรงซื้อเก็งกำไรผลประกอบการไตรมาส3 ผลักดันดัชนีได้ในระยะสั้น แต่ทิศทางเงินทุนต่างชาติยังไม่มีความต่อเนื่องประกอบกับตลาดยังอยู่ในช่วงปรับฐาน และไร้ปัจจัยหนุนใหม่อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ระหว่างวันดัชนีลดลงต่ำสุด1,520.89จุด และทะยานขึ้นสูงสุด1,530.84 จุดจนมาปิดตลาดที่1,526.14จุด ลดลง 0.53จุด หรือ0.03%ด้วยมูลค่าซื้อขาย36,278.40 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด5อันดับแรก1.ทีพีไอโพลีนปิดที่ 1.80 บาท ลดลง 0.21 บาท2.ธ.กสิกรไทย ปิดที่232.00บาท เพิ่มขึ้น 1.00 บาท3.ทรู.ปิดที่10.80บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท4.ปตท.ปิดที่353.00บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท5.เอไอเอสปิดที่223.00บาท ลดลง 3.00 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 21 ตุลาคม 2557 ปิดลบ 0.53 จุด