เดือน: ตุลาคม 2014

  • “อคส.”หวังล้างภาพองค์กรทุจริต

    “อคส.”หวังล้างภาพองค์กรทุจริต

    นางจินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้มอบนโยบายกับพนักงานอคส.ว่าทุกคนต้องช่วยกันปรับปรุงภาพลักษณ์ของอ คส.ใหม่ เพื่อล้างภาพลักษณ์เดิมๆ ที่สังคมมักจะมองว่า อคส.เป็นองค์กรที่มีแต่การทุจริต ไม่โปร่งใส โดยต้องการให้เป็นองค์กรที่ปลอดจากการคอรัปชัน หรือซีโร่ คอรัปชัน ตามแนวนโยบายของน.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่ต้องการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดไม่มีการทุจริต ซึ่งต้องเริ่มลงมือดำเนินการในทันที “ที่ผ่านมา อคส.ทำงานตามใบสั่งมา จึงมีปัญหาด้านภาพลักษณ์ ซึ่งเป็นปัญหาสะสมจากการทำตามคำสั่ง ทำให้อคส.เป็นหน่วยงานที่สังคมยี้ ดังนั้น ต้องกลับลำใหม่ ทุกคนต้องร่วมมือที่จะไม่มีการคอรัปชัน พร้อมทั้งไม่คอรัปชันเวลาทำงานด้วย ถ้าใครทำไม่ได้ก็อยู่ร่วมกันไม่ได้ เชื่อว่า ภาพลักษณ์ของอคส.จะดีขึ้นในเร็วๆ นี้แน่นอน” สำหรับปัญหาการทุจริตที่ผ่านมาของอคส.นั้น ในส่วนของพนักงาน ส่วนใหญ่จะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับภาคเอกชน ที่เป็นเจ้าของโกดังและคลังสินค้า รวมถึงบริษัทตรวจสอบคุณภาพสินค้าเกษตร (บริษัทเซอร์เวย์) ลักลอบขนสินค้าเกษตร ที่รัฐบาลฝากเก็บไว้ในโกดัง หรือคลังสินค้าไปขาย ส่งผลให้รัฐบาลเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาล ซึ่งอคส.ได้แจ้งความดำเนินคดีไปแล้วหลายคดี โดยเอาผิดตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด ทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา รวมถึงมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อเอาผิดทางวินัยด้วย นอกจากนี้ ที่ผ่านมา ยังได้สั่งหมุนเวียนเจ้าหน้าที่อคส.ในจังหวัดต่างๆ เพื่อไม่ให้ฝังรากลึก หรือกลายเป็นผู้มีอิทธิพล ขณะนี้ อคส.อยู่ระหว่างการเร่งรัดการคืนหลักทรัพย์ค้ำประกันให้กับภาคเอกชนที่เข้าร่วมโครงการต่างๆ กับอคส. คิดเป็นมูลค่ากว่า 1,000 ล้านบาท เช่น โรงสีที่เข้าร่วมโครงการรับจำนำข้าวในช่วงที่ผ่านมา ที่บางรายอาจส่งมอบข้าวสารเข้าโกดังกลางไม่ทันตามกำหนด ซึ่ง อคส.ต้องสอบถามถึงสาเหตุที่แท้จริงที่ทำให้ส่งมอบข้าวล่าช้า หากพิจารณาแล้วเห็นว่าสมเหตุผล และไม่มีเจตนาจะทุจริต ก็จะให้มาจ่ายค่าปรับ และคืนค้ำประกันให้ทันที โดยล่าสุดได้คืนค้ำประกันให้กับโรงสีในภาคเหนือ และภาคอีสานเสร็จแล้ว ส่วนแผนการหารายได้เข้าองค์กร หลังจากรัฐไม่มีโครงการรับจำนำแล้วนั้น ขณะนี้ กำลังเร่งเจรจาขายข้าวของอคส.ให้กับหลายประเทศ เช่น จีน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “อคส.”หวังล้างภาพองค์กรทุจริต

  • ยอดใช้แอลพีจีอุตสาหกรรม-ครัวเรือนวูบ

    ยอดใช้แอลพีจีอุตสาหกรรม-ครัวเรือนวูบ

    นายชิษณุพงศ์ รุ่งโรจน์งามเจริญ  นายกสมาคมผู้ค้าก๊าซปิโตรเลียมเหลว(แอลพีจี) เปิดเผยว่า ยอดจำหน่ายแอลพีจี(ก๊าซหุงต้ม) ภาคครัวเรือนขณะนี้ภาพรวมยังคงลดลงประมาณ 13-14% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน  คาดว่า มาจากปัจจัยภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งหากรัฐบาล จะเดินหน้าปรับโครงสร้างราคาแอลพีจีทั้งระบบ เพื่อให้สะท้อนต้นทุนราคาหน้าโรงแยกก๊าซธรรมชาติ จะทำให้ราคาแอลพีจีครัวเรือนและขนส่งต้องปรับขึ้นอีกนั้นเห็นว่าเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการแต่ควรคงมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยไว้เช่นเดิมซึ่งปัจจุบันมาตรการดังกล่าวเริ่มมีผู้มาใช้สิทธิมากขึ้นโดยเฉพาะร้านค้า หาบเร่ แผงลอยอาหาร “ เศรษฐกิจชะลอทำให้การใช้ลดตามไปด้วย โดยครัวเรือนที่ขยายก็จะต้องใช้มากแต่ขณะนี้การขยายตัวของที่อยู่อาศัยเป็นแนวสูงคือประเภทคอนโดมิเนียมจำนวนมากส่วนนี้ก็มีผลให้การใช้แอลพีจีลดลงไปด้วย เชื่อว่าปี 58 เศรษฐกิจดีขึ้นก็จะทำให้การใช้แอลพีจีกลับมาขยายตัวตามปกติประมาณ 5-10%  ส่วนการใช้แอลพีจีในภาคขนส่งยังคงเพิ่มขึ้นเพราะแม้ว่ารัฐจะทยอยปรับราคาเพิ่มเพื่อให้เท่ากับครัวเรือนแต่ราคาก็ยังต่ำกว่าน้ำมัน” รายงานข่าวจากกรมธุรกิจพลังงาน(ธพ.) กล่าวว่า สถานการณ์การใช้แอลพีจี 8 เดือนของปีนี้(ม.ค.-ส.ค.57) รวม 19.75 ล้านกก.ต่อวัน  เพิ่มขึ้น 0.3 % จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  โดยแยกเป็นภาคครัวเรือน   อยู่ที่ 5.83 ล้านกก.ต่อวัน ลดลงประมาณ 13.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ภาคอุตสาหกรรมอยู่ที่ 1.562 กก.ต่อวันลดลง 5.2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน  แอลพีจีภาคขนส่ง 5.60  ล้านกก.ต่อวันเพิ่มขึ้น 9.3%  เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แอลพีจีภาคปิโตรเคมี 6.75 ล้านกก.ต่อวันปรับขึ้น 4.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน “ภาคครัวเรือนที่ลดมาจากเศรษฐกิจชะลอตัวอีกส่วนหนึ่งจากการที่รัฐเข้มงวดการจับกุมการลักลอบใช้ข้ามประเภทที่ผ่านมา ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมที่ลดลงปัจจัยหลักน่าจะมีจากภาวะเศรษฐกิจและบางรายหันไปใช้เชื้อเพลิงอย่างอื่นแทนเพราะแอลพีจีอุตสาหกรรมมีราคาที่สูงขึ้น”

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ยอดใช้แอลพีจีอุตสาหกรรม-ครัวเรือนวูบ

  • เล็งเพิ่มร้านปลอดภาษีในสนามบิน ลดปัญหาผูกขาด

    เล็งเพิ่มร้านปลอดภาษีในสนามบิน ลดปัญหาผูกขาด

    พล.อ.อ. ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า มีแนวคิดเปิดให้มีผู้ให้บริการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี) ในสนามบินมากกว่า 1 ราย เพื่อให้เกิดการแข่งขันอย่างเป็นธรรม โดยขณะนี้ได้ให้นโยบายที่ประชุมฝ่ายเศรษฐกิจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) ไปตั้งคณะทำงานศึกษารายละเอียดเรื่องนี้แล้ว พร้อมทั้งเห็นด้วยกับการวางระบบเชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์ซื้อขายสินค้าของร้าน ค้าปลอดภาษี ของบริษัทคิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี กับบริษัทท่าอากาศยานไทย จำกัด หรือ ทอท.ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพื่อให้สามารถรับทราบข้อมูลการซื้อขายสินค้าที่แท้จริง และมีผลต่อการคำนวณส่วนแบ่งรายได้ “ที่ผ่านมามีคนมาพูดว่าการทำธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีควรจะเพิ่มให้มีการแข่งขัน และควรเข้าไปตรวจสอบตัวเลขที่แท้จริงได้ เพื่อให้รับทราบยอดขายและผลตอบแทนว่าต้องเป็นเท่าไร จึงเห็นควรให้มีแหล่งที่ตรวจสอบได้ เพราะมีผลต่อภาพรวมเศรษฐกิจและเงินภาษี ซึ่งกำลังคิดว่าจะให้ฝ่ายเศรษฐกิจของ คสช.เข้าไปดู เพราะในหลายประเทศก็มีการเปิดให้แข่งขันเปิดร้านดิวตี้ฟรีหลายราย” นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานบอร์ด ทอท. กล่าวว่า ในเรื่องการวางระบบเชื่อมต่อข้อมูลการขายสินค้าปลอดภาษีให้กับ ทอท. ได้รับรายงานว่าอยู่ในขั้นตอนดำเนินการอยู่ เพื่อให้รับรู้ยอดการขายในแต่ละวัน แต่ในความเป็นจริงแม้ไม่มีการวางระบบ ก็สามารถตรวจสอบยอดการขายต่างๆได้อยู่แล้ว ส่วนการเปิดให้มีผู้ประกอบการร้านค้าปลอดภาษี (ดิวตี้ฟรี)มากกว่า 1 ราย เพื่อให้เกิดการแข่งขันเพิ่มขึ้นนั้น ทอท.ไม่ขัดข้องหากเป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะทอท.เป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้น ทั้งในแง่ของรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ และส่วนแบ่งรายได้จากการขายสินค้า อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันจะมีบริษัทคิงเพาเวอร์ฯ เป็นผู้ให้บริการเพียงรายเดียวจนถูกมองว่ามีการผูกขาดธุรกิจ แต่ในภาพรวมการดำเนินการก็ต้องยอมรับว่า ร้านปลอดภาษีของบริษัทคิงเพาเวอร์นั้น ได้รับการยอมรับจากนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของราคาสินค้าที่สามารถแข่งขันกับดิวตี้ฟรีต่างประเทศได้ “ ทอ ท.ไม่มีปัญหาหากจะต้องเปิดให้มีผู้ให้บริการดิวตี้ฟรีเพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่ว่ารายใหม่ที่เข้ามาจะแข่งขันกับรายเดิมได้หรือไม่ เพราะคิงเพาเวอร์มีความได้เปรียบด้านเครือข่ายที่สามารถเจรจากับเจ้าของสิน ค้าแบรนด์เนมชั้นนำระดับโลกเข้ามาได้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย และต้องยอมรับว่าราคาของคิงเพาเวอร์ถูกจนเป็นที่ยอมรับของนักช๊อปปิ้งด้วย” แหล่งข่าวจาก ทอท. กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สมาคมผู้ค้าปลีกไทยได้ยื่นข้อเสนอให้กับรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ขอให้ส่งเสริมผู้ประกอบการรายอื่นเข้ามาดำเนินธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีในสนามบิน เพื่อให้มีการแข่งขันอย่างเสรีทั้งในสนามบินและร้านค้าปลอดอากรขาออกในเมือง โดยมีธุรกิจค้าปลีกหลายรายสนใจเข้ามาขยายธุรกิจ เช่น ลอตเต้ ผู้นำธุรกิจดิวตี้ฟรีในประเทศเกาหลี ส่วนผู้ประกอบการไทยมีทั้งกลุ่มเดอะมอลล์ และเซ็นทรัล 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งเพิ่มร้านปลอดภาษีในสนามบิน ลดปัญหาผูกขาด