เดือน: ตุลาคม 2014

  • ททท.รุกตลาดลองสเตย์ญี่ปุ่น

    ททท.รุกตลาดลองสเตย์ญี่ปุ่น

    นางศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ช่วงเดือน พ.ย.ททท.เตรียมนำภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญตลาดลองสเตย์จากไทย เข้าร่วมออกบูธในงานลองสเตย์ แฟร์ที่โตเกียว บิ๊กไซท์ ซึ่งเป็นงานซื้อขายและเจรจาธุรกิจด้านตลาดลองสเตย์ขนาดใหญ่ ที่จัดขึ้น โดยเจแปน ลองสเตย์ ฟาวเดชั่น เพื่อร่วมพูดคุย และ หาแนวทางเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายลองสเตย์ เนื่องจากชาวญี่ปุ่นจะให้ความสนใจเรื่องลองสเตย์ในประเทศไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ถือเป็นนักท่องเที่ยวศักยภาพที่จะสร้างรายได้ทาง การท่องเที่ยวให้กับประเทศได้ สำหรับรูปแบบการ เข้าร่วมในครั้งนี้ จะมีทั้งการนำผู้ประกอบการที่ทำตลาดลองสเตย์จากไทย, สมาชิกหอการค้า และผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้เรื่องกฎหมายด้านอสังหาริมทรัพย์สำหรับชาวต่าง ชาติ, ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพ, ผู้เชี่ยวชาญด้านไลฟ์สไตล์หรือศิลปวัฒนธรรมไทย ซึ่งเป็นคนญี่ปุ่นที่รู้จักสินค้ากลุ่มนี้ในไทยเป็นอย่างดี ไปออกบูธรวม 9 คูหา “การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ ผู้ประกอบการจะได้ร่วมพูดคุยกับกลุ่มเป้าหมายชาวญี่ปุ่นอย่างใกล้ชิดภายใน งาน เพื่อตอบข้อซักถามสำหรับคนที่สนใจเลือกไทยเป็นที่พำนักระยะยาวหลังเกษียณ อายุ พร้อมกันนี้จะมีการจัดสัมมนาเชิญผู้เชียวชาญต่างๆ มาให้ข้อมูลต่อผู้ฟังที่สนใจถึงข้อกำหนดและเงื่อนไข รวมถึงความน่าสนใจต่างๆ ของจุดหมายลองสเตย์ในไทยด้วย” นอกจากนี้ด้านความ คืบหน้าในการเตรียมเข้าร่วมงาน ไชน่า อินเตอร์เนชั่นแนล ทราเวล เทรดโชว์ใหญ่ประจำปีของจีนระหว่างวันที่ 14-16 พ.ย.นี้ ททท.จะจัดงานแบ่งเป็น2 ส่วนได้แก่ งาน บิสซิเนส ทอล์ค เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยสร้างเครือข่ายทำความรู้จักกับผู้ประกอบ การท่องเที่ยวชั้นนำและสื่อมวลชนกว่า 150 รายจากจีนที่เชิญเข้าร่วมพิเศษ ก่อนจะเข้าสู่งานไทยไนท์ ภายใต้แนวคิด “ปีการท่องเที่ยววิถีไทย” ที่จะมีพิธีเปิดจากนายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ ททท.และตามด้วยการอัพเดทสินค้าท่องเที่ยวใหม่ประจำปี 58 ให้ตลาดจีนได้รับทราบพร้อมกันด้วย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.รุกตลาดลองสเตย์ญี่ปุ่น

  • สลากฯประสานตำรวจขายเกินราคาปรับแน่

    สลากฯประสานตำรวจขายเกินราคาปรับแน่

    พล.ต.ฉลองรัฐ นาคอาทิตย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า สำหรับการออกรางวัล 1 พ.ย.นี้ สำนักงานสลากฯ ได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสลากฯขายเกินราคาเป็นขั้นรุนแรง โดยประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่รายวัน เพื่อตรวจสอบผู้ค้าสลากฯ หากพบว่าผู้ค้าสลากฯ ขายสลากฯ เกินกว่าราคาควบคุมไว้ที่ 90 บาท จะให้ดำเนินการปรับตาม พ.ร.บ.สลากฯ พ.ศ.2517 โดยมีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาททันที ซึ่งเชื่อว่าการใช้กฎหมายในครั้งนี้จะช่วยให้ราคาปรับลดลงตามราคาที่ควบคุม ไว้ ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สำนักงานสลากฯ ได้ดำเนินมาตรการขึ้นทะเบียนผู้ค้าสลากฯ และการ ปั๊มสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมจัตุรัสด้านขวาสีน้ำเงินบนสลาก เพื่อให้ทราบว่า สลากดังกล่าวเป็นสลากฯของผู้ค้ารายย่อย ที่ต้องนำไปขายเองในราคาที่ควบคุมไว้ที่ 90 บาท  หากพบว่า ผู้ค้าสลากฯ ขายสลากฯ เกินกว่าราคาควบคุมหรือนำสลากฯ ไปรวมชุดก็จดชื่อ เพื่อเรียกให้ผู้ค้ามารับทราบ และหากกระทำผิดเป็นครั้งที่ 2 ก็จะยึดโควตาคืนทันที แต่มาตรการดังกล่าวยังพบว่ามีการขายเกินราคาควบคุมไว้ โดยขายอยู่ที่ใบละ 110 บาท ประกอบกับการนำสลากฯไปรวมชุดต่างสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำให้สำนักงานสลากฯ จึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายเพิ่มเติม ตาม พ.ร.บ.สลากฯ พ.ศ.2517 “สำนักงานสลากฯ ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ประสานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบการขาย สลากฯ ทุกพื้นที่ หากพบว่าผู้ค้าสลากฯ รายใด ขายสลากฯเกินราคาที่ควบคุมไว้ที่ 90 บาท ก็สามารถจับและปรับตามกฎหมายได้ทันที เพราะถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย ตาม พ.ร.บ.สลากฯ พ.ศ.2517 และเป็นการกระทำผิดซึ่งหน้าต่อเจ้าพนักงาน” สำหรับวันที่ 30 ต.ค. สำนักงานสลากฯ จะหารือ ถึงแนวทางแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ พ.ศ.2517 แบ่งเป็น 3 เรื่องหลัก ทั้งวัตถุประสงค์ ที่จะกำหนดว่าควรมีสลากฯ ประเภทใดบ้าง การจัดสรรรายได้และการนำเงินไปใช้จ่าย เพื่อดูแลสังคมของสำนักงานสลากฯ โดยจะนำ 4 ร่างที่เคยเสนอของผู้ทรงคุณวุฒิและนักวิชาการ ที่เสนอแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ พ.ศ.2517 ประกอบด้วย ร่างของม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ที่เคยดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง สมัยปี 49, ร่างของนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต ปี 50, ร่างของนายไชยา พรหมา อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงินการคลัง การธนาคาร และสถาบันการเงิน สภาผู้แทนราษฎร ปี 56 และร่าง พ.ร.บ.กิจการสลากเพื่อสังคม ของ นายมณเฑียร บุญตัน สว.สรรหา ปี 56 มาประกอบการพิจารณา เพื่อประเมินถึงข้อเสนอต่างๆ และนำมาปรับปรุงไว้ในการแก้ไขกฎหมาย เพราะต้องการให้การแก้ไข พ.ร.บ.ครั้งนี้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สลากฯประสานตำรวจขายเกินราคาปรับแน่

  • ลุ้นราคาไข่ไก่ขึ้นที่ฟองละ 3.5-3.6 บาท

    ลุ้นราคาไข่ไก่ขึ้นที่ฟองละ 3.5-3.6 บาท

    นายอรรณพ อัครนิธิยานนท์ นายกสมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มโรงแรมและร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวทยอยสั่งออเดอร์ไข่ไก่ทั้งจากฟาร์มและพ่อค้า เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศที่จะเข้าเที่ยวในช่วงไฮซีชั่น ส่งผลให้ราคาไข่ไก่มีแนวโน้มที่ปรับตัวขึ้นดีและคาดว่าช่วงพีคที่สุดราคาหน้าฟาร์มน่าจะอยู่ในระดับ 3.5-3.6 บาทต่อฟองหรือราคาขายปลีกเฉลี่ยที่ 3.8 – 4 บาทต่อฟอง ซึ่งจะทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่เริ่มมีกำไรมาบ้างหลังจากในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาทุกรายประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักเพราะไข่ไก่หน้าฟาร์มราคาลงเหลือ 2.4 บาทต่อฟอง ซึ่งต่ำสุดในรอบหลายปี “ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาเป็นช่วงโรงเรียนปิดเทอมประกอบกับเป็นช่วงเทศกาลกินเจทำให้ ราคาไข่ไก่ลดลง ทำให้เกษตรกรจำนวนมากต้องประสบปัญหาขาดทุน เพราะต้นทุนประมาณ 3 บาทต่อฟอง อย่างไรก็ตามเกษตรกรก็ต้องยอมรับและหามาตรการในประกอบให้ฟาร์มไก่ไข่อยู่รอด เพราะราคาสินค้าเกษตรจะเป็นช่วงเวลาที่ราคามีทั้งสูงและมีลง ดังนั้นในช่วงที่ราคาไข่ไก่ขึ้นก็อยากให้ผู้บริโภคเข้าใจด้วย” ทั้งนี้สมาคมฯหวังในช่วงปลายปีการท่องเที่ยวจะกลับมาคึกคักเหมือนปีก่อนๆ โดยเฉพาะในส่วนของประเด็นการยกเลิกกฎอัยการศึกในบางพื้นที่ของเมืองท่อง เที่ยว แต่ก็เชื่อว่าหากพื้นที่ใดมีความสงบฝ่ายความมั่นคงน่าจะยกเลิกกฎอัยการศึก ได้ และหากนักท่องเที่ยวไปพักโรงแรมเยอะก็จะมีความต้องการรับประทานเมนูที่มีไข่ ไก่มากตามไปด้วย นายอรรณพ กล่าวว่า ในวันที่ 22 ต.ค. นี้สมาคมฯจะมีการหารือกันอย่างไม่เป็นทางการเกี่ยวกับการทำแผนช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงไก่ไข่ ในการสร้างรายได้ที่มั่นคงทั้งระยะสั้น กลาง และ ยาว รวมถึงแนวทางที่จะให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือหากราคาไข่ไก่มีปัญหาความผันผวน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ลุ้นราคาไข่ไก่ขึ้นที่ฟองละ 3.5-3.6 บาท