ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ล้างโครงการค้างท่องบีโอไอ

    ล้างโครงการค้างท่องบีโอไอ

    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยภายหลังตรวจเยี่ยมและให้นโยบายกระทรวงอุตสาหกรรมว่า ได้มอบนโยบายเร่งด่วนให้กระทรวงอุตฯ คือ เร่งอนุมัติโครงการส่งเสริมการลงทุน ที่ยังค้างอยู่ประมาณ 700 โครงการ มูลค่ากว่า 700,000 ล้านบาท ให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน โดยภายในวันที่ 4 มิ.ย. นี้ จะเสนอรายชื่อคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะคสช.พิจารณาอนุมัติแต่งตั้งให้แล้วเสร็จ นอกจากนี้ยังหารือประเด็นปัญหาการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (รง.4)  โดยให้นโยบายว่า ต้องเร่งออกใบอนุญาตรง.4 ให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน จากเดิมกระทรวงฯได้ปรับลดขั้นตอนจาก 90 วัน เหลือไม่เกิน 45 วัน และให้เร่งอนุมัติโรงงานที่ค้างพิจารณาใบรง.4 จำนวน 200 แห่งโดยเร็ว ส่วนโครงการโรงไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์บนหลังคาบ้านที่อยู่อาศัย (โซล่าร์รูฟท็อป) และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ขนาดไม่เกิน 1 เมกกะวัตต์ (1,000 กิโลวัตต์)  ต่อไปไม่ต้องขอใบรง. 4 แล้ว เนื่องจากมีพ.ร.บ.การประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ.2550 ของกระทรวงพลังงานอยู่แล้ว   สำหรับเป้าหมายการพัฒนาอุตสาหกรรมนั้น หัวหน้าคสช. ได้มอบหมายให้เพิ่มการพัฒนาอุตสาหกรรมรองรับเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนเข้าไปด้วย ส่วนกรณีชาวไร่อ้อยเรียกร้องเพิ่มราคาอ้อยขั้นต้นฤดูการผลิตปี 56/57 อีก 160 บาทต่อตัน จะขอสนับสนุนแหล่งเงินกู้จากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธ.ก.ส.) นั้น เรื่องนี้จะกลับไปพิจารณาอีกครั้งเพื่อพิจารณารายละเอียดให้รอบคอบ โดยครั้งนี้ได้พิจารณาอ้อยในภาพรวมที่สำคัญในเรื่องการผลิตและการส่งเสริมและจัดหาพลังงานทดแทน ส่วนความชัดเจนเรื่องนโยบายการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการบริหารรัฐวิสาหกิจ ขณะนี้ได้กำหนดหลักเกณฑ์และคุณสมบัติผู้ที่จะมาเป็นบอร์ดสำคัญไว้แล้ว คือ จะต้องเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถงานด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ  รวมทั้งต้องมีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านในสาขาของของกิจการนั้นๆ และต้องมีความรู้ความสามารถของงานต่างๆ แต่ละหน่วยงานนั้นๆ  โดยคาดว่า การปรับเปลี่ยน หรือการแต่งตั้งบอร์ด จะได้ข้อสรุปภายในเดือนมิ.ย.นี้ 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ล้างโครงการค้างท่องบีโอไอ

  • ราคาข้าวเปลือกปรับขึ้น

    ราคาข้าวเปลือกปรับขึ้น

     นายมนัสกิจประเสริฐ นายกสมาคมโรงสีข้าวไทย เปิดเผยว่า  ขณะนี้ราคาข้าวเปลือกในประเทศเริ่มปรับราคาขึ้นในระดับ 7,300 – 7,500บาทต่อตัน เพิ่มจากเดือนเม.ย.ที่ผ่านมาเฉลี่ยตันละ300 บาท   เป็นผลจากที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)มีมติให้ตรวจสต๊อกข้าวทั่วประเทศก่อนมีการระบายข้าว ทำให้ปริมาณสินค้าที่จะเข้าสู่ตลาดหายไป ประกอบกับมีความต้องการซื้อจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง   ทั้งนี้ประเมินในเบื้องต้นว่าราคาข้าวจากนี้ไม่น่าจะต่ำกว่าตันละ 7,000 บาท แต่หากต้องการให้ราคาข้าวมีเสถียรภาพการระบายไม่ควรออกมาระบุว่าจะดำเนินการขายในปริมาณเท่าใดและภายในช่วงใด แต่ต้องดำเนินการอย่างโปร่งใสซึ่งสมาคมฯได้หารือกันภายในเพื่อหาแนวทางดูแลราคาข้าวอย่างยั่งยืนเพื่อเสนอให้คสช. “ราคาข้าวขึ้นมา ขานรับที่จะมีการตรวจสต๊อกข้าวรัฐแน่นอนทำให้ข้าวหายออกไปจากตลาดทันที จากเดิมที่จะมีข้าวทยอยออกมาเรื่อยๆ ตามแผนที่รัฐได้ระบายออกไปก่อนหน้านี้ซึ่งราคาข้าวที่ปรับเพิ่มขึ้นไม่ได้ทำให้โรงสีมีกำไรมากเพราะก่อนหน้านี้โรงสีต้องแย่งซื้อข้าวในตลาดเนื่องจากกำลังการผลิตของโรงสีสูงกว่าปริมาณข้าวถึง 3 เท่า”นายเจริญ เหล่าธรรมทัศน์นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า การตรวจสต๊อกข้าวเป็นสาเหตุสำคัญที่ให้ราคาข้าวสารปรับตัวเพิ่มขึ้นประกอบกับการจ่ายเงินค่าข้าวให้ชาวนาที่ร่วมโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2556/57ทำให้รัฐบาลไทยไม่มีแรงกดดันที่ต้องเร่งระบายข้าวเหมือนที่ผ่านมา ทั้งนี้ราคาข้าวสารขาว 5% ณ วันที่ 29 พ.ค. ตันละ 11,200-11,300 บาท เพิ่มขึ้นจากช่วง วันที่ 23 พ.ค. ซึ่งเป็นวันรัฐประหาร ราคาเฉลี่ยตันละ 10,900-11,100บาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาข้าวเปลือกปรับขึ้น

  • ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 มิถุนายน 2257 ปิดบวก 25.21  จุด

    ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 มิถุนายน 2257 ปิดบวก 25.21 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 2 มิ.ย. ดัชนีปรับขึ้นทันทีที่เปิดตลาด และแกว่งตัวในแดนบวกได้อย่างแข็งแกร่งตลอดทั้งวัน เนื่องจากยังไร้ปัจจัยใหม่ๆมากดดัน ประกอบกับสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศยังไร้เหตุการณ์รุนแรง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนยังคงต้องติดตามแผนการฟื้นฟูประเทศ โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ ทั้งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและแผนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะทยอยมีความชัดเจนตั้งแต่กลางเดือน มิ.ย. เป็นต้นไป รวมทั้งโอกาสที่จะยกเลิกเคอร์ฟิวในต่างจังหวัดเพื่อลดผลกระทบด้านท่องเที่ยวด้วย ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,423.57 จุด ปรับขึ้นสูงสุด 1,441.92 จุด จนมาปิดตลาด 1,440.94 จุด เพิ่มขึ้น 25.21 จุด หรือ 1.78% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 55,588.61 ล้านบาทสำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก1.ทรู                          ปิดที่ 7.55 บาท        เพิ่มขึ้น 0.45 บาท2.อิตาเลียนไทย        ปิดที่ 4.84 บาท        เพิ่มขึ้น 0.20 บาท3.ธ.กรุงเทพ              ปิดที่ 191.00 บาท    เพิ่มขึ้น 6.00 บาท4.ธ.ไทยพาณิชย์       ปิดที่ 166.00 บาท     เพิ่มขึ้น 7.00 บาท5.ธ.กสิกรไทย           ปิดที่ 193.50 บาท     เพิ่มขึ้น 6.00 บาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีหุ้นไทยวันที่ 2 มิถุนายน 2257 ปิดบวก 25.21 จุด