นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้เริ่มใช้หลักสูตรสอบข้อเขียนทำใบขับขี่รถยนต์มาตรฐานใหม่แล้ว โดยปรับเกณฑ์สอบผ่านจาก 75% เพิ่มเป็น 90% หรือต้องทำข้อสอบได้ถูกต้องไม่ต่ำกว่า 45 ข้อ จากทั้งหมด 50 ข้อ เพิ่มจากเดิมที่ต้องผ่าน 23 ข้อ จาก 30 ข้อ พร้อมกับนำข้อสอบพร้อมเฉลยทั้งหมด 1000 ข้อ มาลงเผยแพร่ในเว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th ให้ประชาชนทุกคนเข้าไปอ่าน และทำความเข้าใจก่อนเข้าสอบได้ “ไม่อยากให้ประชาชนกังวลใจมากไปกับ เพราะกรมฯได้นำข้อสอบทั้งหมดเผยแพร่ในเว็บไซต์แล้ว และในการสอบแต่ละครั้งก็จะสุ่มคัดเลือกข้อสอบจากเว็บไซต์ 50 ข้อจากในนี้มาสอบ ดังนั้นหากอ่านทั้งหมดแล้วเข้าใจ จำได้ ต้องสอบผ่านแน่นอน ซึ่งเป็นแนวทางช่วยให้ประชาชนมีความรู้มากขึ้น และช่วยทำให้อุบัติเหตุบนท้องถนนลดลงด้วย พร้อมทั้งสั่งให้ขนส่งจังหวัดทุกแห่งดำเนินการเรื่องขอใบอนุญาตขับรถยนต์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อป้องกันปัญหาบางพื้นที่สอบผ่านง่ายกว่าบางพื้นที่” นายอัฌษไธค์กล่าวต่อว่า บรรยากาศการปรับมาตรฐานสอบใบขับขี่วันแรก วันที่ 2 มิ.ย. 57 ยังเป็นไปปกติ มีประชาชนติดต่อทำใบขับขี่ใกล้เคียงกับวันทั่วไป โดยมีผู้ยื่นขอทำทดสอบทำใบขับขี่วันละ 200 คน แต่กรมสามารถให้บริการได้เพียง 150 คนต่อวัน จึงเกิดปัญหาบริการไม่เพียงพอและต้องรอคิวนาน ดังนั้นกรมฯ จึงได้เพิ่มช่องทางการสอบใบขับขี่ โดยได้ร่วมกับสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เปิดอบรม 4 ชั่วโมงก่อนเข้าสอบเพื่อลดการเข้าคิว แต่ยืนยันว่าไม่มีแผนเพิ่มเวลาการอบรม ยังคงใช้ 4 ชั่วโมงเท่าเดิม
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ขนส่งเริ่มสอบใบขับขี่แบบเข้มข้น
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ขนส่งเริ่มสอบใบขับขี่แบบเข้มข้น
-

สิ่งทอฯเร่งพัฒนาแฟชั่นมุสลิม
นายวิวัฒน์หิรัญพฤกษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาธุรกิจ สถาบันพัฒนาอุตสาหกรรมสิ่งทอ กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 28-29 พ.ค.ที่ผ่านมา สถาบันฯได้จัดกิจกรรมการอบรม“เทคนิคพันผ้าให้มีชีวิต” ให้กับผู้ประกอบการสิ่งทอฯ ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อส่งเสริมการพัฒนาแฟชั่นเสื้อผ้ามุสลิม โดยเฉพาะการพันผ้าผืนเดียว โดยการผูกและไม่ใช้เข็มหมุดหรือเย็บด้วยด้ายซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการเป็นอย่างมาก“สถาบันฯ จะมุ่งต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องแต่งกายมุสลิม5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยได้ดำเนินการจัดอบรมเพิ่มพูนทักษะองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการในด้านต่างๆ ซึ่งการอบรมในครั้งนี้สถาบันฯ ได้จัดสัมนาเสริมองค์ความรู้ให้กับผู้ประกอบการในเรื่องของการใช้เทคนิค “การพันผ้าให้มีชีวิต” สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการตกแต่งเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์สิ่งทอ5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ” ด้านอาจารย์โสภาส ณ ตะกั่วทุ่ง กล่าวเพิ่มเติมว่ากิจกรรมดังกล่าวเป็นการนำเอาเทคนิคการนำผ้าทั้งผืนมาพันให้เกิดเป็นชุดที่สวยงามอีกทั้งยังเป็นการลดปัญหาการนำเสนอชิ้นงานของผู้ประกอบที่จะต้องตัดเย็บจนเสร็จสมบูรณ์ก่อนแต่เมื่อผู้ประกอบการได้เรียนรู้เทคนิค “การพันผ้าให้มีชีวิต” จนมีความชำนาญก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องตัดเย็บแต่ยังสามารถนำเสนอเอกลักษณ์ของผืนผ้าผ่านการพันและผูกโดยไม่ใช้เข็มหมุดหรือเย็บด้วยด้าย“ความสวยงามของผ้าทั้งผืนมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปแต่จะทำอย่างไรที่จะทำให้ผืนผ้าเหล่านั้นมีชีวิตขึ้นมาได้การอบรมครั้งนี้จะเป็นการเปิดกระบวนความคิดของผู้ประกอบการให้สามารถดึงจุดเด่นของผ้าแต่ละผืนมาแสดงบนตัวหุ่นด้วยการพันให้เป็นชุดซึ่งผู้ประกอบการจำเป็นต้องรู้ว่าเนื้อผ้าเป็นอย่างไร ลวดลายของผ้ามีจุดเด่นตรงไหนและเมื่อนำมาพันเป็นชุดแล้วจะนำจุดเด่นของผ้ามานำเสนอได้อย่างไรให้น่าสนใจ สวยงามและสะดุดตา”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สิ่งทอฯเร่งพัฒนาแฟชั่นมุสลิม -

เงินเฟ้อเดือน พ.ค. สูงสุด 14 เดือน
นางอัมพวัน พิชาลัย ที่ปรึกษาการพาณิชย์ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่าดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ หรือเงินเฟ้อเดือนพ.ค. 57 เท่ากับ 107.90 สูงขึ้น2.62% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเป็นอัตราขยายตัวสูงสุดรอบ 14 เดือนนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 56ที่เงินเฟ้อสูงขึ้น 2.69% ส่งผลให้เงินเฟ้อช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) 2557 สูงขึ้น 2.21% เนื่องจากได้รับกระทบจากราคาสินค้าอาหารและเป็นช่วงเปิดเทอมทำให้ชุดนักเรียนรวมถึงอุปกรณ์การเรียนปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้กลุ่มสินค้าที่มีการปรับราคาเพิ่มขึ้นมาจากหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ เช่น เนื้อสัตว์ เป็ดไก่และสัตว์น้ำ ราคาเพิ่ม 8.03%, ไข่และผลิตภัณฑ์นม 2.34%, เครื่องประกอบอาหาร 5.22%, อาหารบริโภคนอกบ้าน 5.82%, อาหารบริโภคในบ้าน 5.06% ส่วนดัชนีหมวดอื่นๆไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มสูงขึ้น 1.68% สินค้าที่มีราคาแพงขึ้น เช่น น้ำมันเชื้อเพลิง 5.70% ค่าเช่าบ้าน ค่าเช่าหอพัก 1.73% เบียร์ เหล้า บุหรี่ 6.22% เป็นต้น สำหรับแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อไตรมาส 2คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 2.5% ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อช่วงครึ่งปีแรกจะสูงขึ้น 2.25% สูงกว่าการคาดการณ์เดิมที่คาดว่าเงินเฟ้อครึ่งปีแรกจะสูงขึ้น2.2% ส่วนครึ่งปีหลังต้องติดตามทิศทางการควบคุมดูแลราคาสินค้าและทิศทางค่าเงินบาทหากอ่อนตัวมากก็จะทำให้การนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตสินค้ามีต้นทุนเพิ่มขึ้นและสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกด้วย แต่เชื่อว่าเงินเฟ้อทั้งปี 57 คงเป็นไปตามกรอบที่กำหนดไว้2-2.8% ทั้งนี้ในเดือน พ.ค. ของทุกปีจะเป็นช่วงเปิดภาคเรียนของสถานศึกษาทั่วประเทศ ผู้ปกครองที่มีบุตรหลานจะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการซื้อเครื่องแบบนักเรียนใหม่ให้แก่บุตรหลาน ในปีการศึกษาใหม่ โดยจากการสอบถามผู้ประกอบการพบว่า ผู้ผลิตรายเล็กได้มีการปรับราคาชุดนักเรียนสูงขึ้น เนื่องจากไม่สามารถแบกรับภาระค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นได้ แต่ก็ไม่ได้สูงขึ้นมากนัก ในขณะที่ผู้ค้ารายย่อยที่ซื้อชุดนักเรียนโดยผ่านพ่อค้าคนกลาง จำเป็นต้องปรับราคาจำหน่ายชุดนักเรียนเพิ่มสูงขึ้นโดยปรับราคาสูงขึ้นจากเดิม 5 – 20บาทต่อตัว ขึ้นอยู่กับขนาดของชุด จะส่งผลให้ราคาชุดนักเรียนโดยเฉลี่ยทั้งประเทศในปีนี้ปรับตัวสูงขึ้น 3.3% ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อของประเทศปรับตัวสูงขึ้นเพียง 0.0054% “ที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์ ได้ขอความร่วมมือผู้ผลิตรายใหญ่ให้ตรึงราคาชุดนักเรียนโดยขอให้จำหน่ายชุดนักเรียนในราคาเดิม และผู้ผลิตรายใหญ่ได้ให้ความร่วมมือแม้ว่าจะมีภาระต้นทุนที่สูงขึ้นจากค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ และค่าบริหารจัดการที่มีการปรับราคาสูงขึ้นตลอดเวลาโดยผู้ผลิตส่วนใหญ่ยังไม่ขอปรับราคาสูงขึ้นและจำหน่ายชุดนักเรียนในราคาเดิม”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เงินเฟ้อเดือน พ.ค. สูงสุด 14 เดือน