ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ธ.ก.ส.เล็งขยายกองทุนช่วยเหลือชาวนา

    ธ.ก.ส.เล็งขยายกองทุนช่วยเหลือชาวนา

    นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย รักษาการ รมช.คลัง และฐานะประธานคณะกรรมการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คาดว่าเดือนพ.ค.นี้ เงินกองทุนช่วยเหลือชาวนา จะจนครบตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ 20,000 ล้านบาท ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิม ที่ตั้งเป้าหมายจะครบในเดือนมิ.ย.นี้ โดยส่วนตัวจะให้ขยายระดมเงินเข้ากองทุนฯ อีก 20,000 ล้านบาท เนื่องจากขณะนี้ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) เริ่มนำเงินมาสบทบเข้ากองทุนได้แล้ว หลังจากที่ได้รับหนังสือยืนยันว่ากรมบัญชีกลางแล้วว่า ไม่ผิดระเบียบราชการ โดยเงินของอปท.ที่ใช้หมุนเวียนอยู่นั้นมีถึง 200,000 ล้านบาท หากนำมาฝากไว้ในกองทุนแค่ 10% หรือคิดเป็นเงิน 20,000 ล้านบาททั้งนี้ที่ผ่านมา ธ.ก.ส.ได้ประเมินแนวทางการหาเงิน เพื่อนำมาจ่ายจำนำข้าวที่ยังค้างอยู่อีก 90,000 ล้านบาท จากวงเงินทั้งหมด 190,000 ล้านบาท ซึ่งการใช้เครื่องมือที่ ธ.ก.ส.มีอยู่ช่วยได้บางส่วน อาทิ กองทุนช่วยเหลือชาวนา ที่ล่าสุดมีเงินมาฝาก และบริจาคแล้วกว่า8,000 ล้านบาท และการนำเงินออกไปจ่ายให้ชาวนาแล้วกว่า 3,000 ล้านบาท โดยจะทยอยจ่ายให้ชาวนาอีกวันละ 1,000ล้านบาท จนกว่าจะหมด“รัฐบาลกำลังหาแนวทางมาจ่ายเงินจำนำข้าวที่เหลือให้เร็วที่สุด โดยอยากจ่ายให้หมดภายในเดือนมิ.ย.นี้ คาดว่าจะมีแนวทางการหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวอีก 2-3 แนวทาง ซึ่งเป็นทั้งแนวทางเดิม และแนวทางใหม่ โดยเชื่อว่าจะมีข้อสรุปภายในเดือนเม.ย. และเริ่มดำเนินการในเดือนพ.ค.นี้ แต่ก็ไม่อยากพูดรายละเอียดมานัก ยืนยันว่ามีข่าวดีออกมาแน่นอน”รายงานข่าวจากธ.ก.ส.ระบุว่าการหาเงินมาจ่ายจำนำข้าวนั้น จะมาจากทั้งการกู้เงิน การออกพันธบัตร จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือชาวนา และจากงบกลาง โดยรัฐบาลเร่งให้ธ.ก.ส.ออกพันธบัตร เพื่อหาเงินมาจ่ายจำนำข้าว ซึ่งธ.ก.ส.ยืนยันไปแล้วว่ารัฐบาลต้องมาค้ำประกันพันธบัตรดังกล่าว โดยได้รายงานเรื่องการออกพันธบัตรออมทรัพย์ของธ.ก.ส.ให้ที่ประชุมรับทราบแล้วว่า ยังอยู่ระหว่างการประเมินความน่าเชื่อถือ ซึ่งการออกพันธบัตรต้องใช้เวลาในการดำเนินการ4 เดือน เริ่มดำเนินการไปเมื่อเดือนเม.ย.คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนปลายเดือนก.ค.57นอกจากนี้ เพื่อเป็นการหาเงินเพิ่มเติมให้มาสบทบเข้ากองทุน เพื่อช่วยเหลือชาวนาอีก 20,000 ล้านบาทนั้น ขณะนี้ธ.ก.ส.กำลังพิจารณาข้อเรียกร้องของผู้ฝากเงินรายใหญ่ที่ต้องการดอกเบี้ยมากกว่า 0.63%โดยยังมีข้อถูกเถียงกันมาก เนื่องจากดอกเบี้ยในอัตราดังกล่าวนั้น สูงกว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์ในปัจจุบันที่ธนาคารพาณิชย์จ่ายให้ไม่เกิน0.5%ส่วนการใช้เงินจากงบกลางอีก 40,000 ล้านบาทนั้น คงต้องนำมาพิจารณา และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์นำเงินมาคืนงบกลางแล้วในช่วงเดือนพ.ค. ขณะนี้คืนมาแล้ว 16,000 ล้านบาทและยังเหลือเงินคืนอีก 4,000 ล้านบาท

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ธ.ก.ส.เล็งขยายกองทุนช่วยเหลือชาวนา

  • ภาษาเดียวกัน วันที่ 30 เมษายน 2557

    ภาษาเดียวกัน วันที่ 30 เมษายน 2557

    ศูนย์ข้อมูลประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดทำคู่มือแบบย่อเพื่อให้ผู้ประกอบการที่คิดจะไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านซึ่งเป็นกลุ่มประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียน 4 ประเทศที่เรียกสั้น ๆ ว่า CLMV ซึ่งได้แก่ กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม ได้รับทราบถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในกลุ่มประเทศที่ว่า ซึ่งล้วนแต่เป็นประเทศที่กลุ่มนักลงทุนทั้งจากไทยและต่างประเทศให้ความสนใจ การรวมตัวกันเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนไม่เพียงแต่เป็นการเปิดเสรีทางด้านการค้า การบริการ การลงทุน การเคลื่อนย้ายแรงงานฝีมือ และการเคลื่อนย้ายเงินทุนอย่างเสรีเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความมั่นคง และสังคม-วัฒนธรรมด้วย การที่ผู้ประกอบการจะเข้าไปประกอบธุรกิจในอาเซียนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศดังกล่าวข้างต้น ซึ่งจะแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการเข้าไปทำธุรกิจร่วมกัน ซึ่งหากท่านทราบถึงการปฏิบัติตัวดังกล่าวแล้ว ก็ย่อมจะได้รับความร่วมมือที่ดีกลับมา ในบทความนี้ศูนย์ฯ จะขอเล่าถึงสิ่งที่ควรและไม่ควรทำในประเทศกัมพูชา ซึ่งผู้ประกอบการควรปฏิบัติตัวดังนี้ 1. ในการประชุมไม่ควรให้ประธานฝ่ายกัมพูชาและผู้ที่อาวุโสที่สุดเริ่มรับประทานอาหารก่อน 2. ผู้หญิงควรแต่งตัวเรียบร้อย มิดชิด ผู้ชายควรใส่เสื้อมีปก สวมกางเกงขายาว 3. ควรก้มหัวเล็กน้อยเมื่อเดินผ่านบุคคลที่กำลังสนทนากันอยู่ 4. ควรใช้มือทั้ง 2 ข้างหรือมือขวาในการส่งของให้กัน 5. ไม่ควรวิจารณ์การเมือง 6. ไม่ควรถ่ายภาพสัญลักษณ์ทางทหาร 7. การมอบของขวัญที่ระลึกไม่ควรใช้กระดาษห่อของขวัญสีขาว เพราะสื่อถึงการไว้ทุกข์ ควรใช้กระดาษที่มีสีสัน 8. ไม่ควรวางหรือสัมผัสมือชาวกัมพูชาในระหว่างถ่ายรูป เพราะเป็นการเสียมารยาท 9. ชาวกัมพูชาสามารถฟังภาษาอังกฤษและภาษาไทยได้ดี จึงไม่ควรพูดลับหลังและใช้คำสุภาพในการประชุม 10. สามารถใช้จ่ายเงินได้ทุกสกุล แต่ส่วนมากจะใช้เงินสกุลเรียลของกัมพูชา ดอลลาร์สหรัฐ และเงินบาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ภาษาเดียวกัน วันที่ 30 เมษายน 2557

  • คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน

    คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน

    คิวทีซี เอ็มอี เตรียมเปิดสำนักงานแห่งใหม่ รองรับการเติบโตของธุรกิจกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ตั้งเป้าก้าวขึ้นเป็น TOP 10 ในตลาดอาเซียน ภายในปีค.ศ. 2020       นายธิติวรการ เงินนำโชค กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี เอ็มอี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ ซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าเดิมกว่า 4 เท่า ด้วยงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท สำหรับรองรับการขยายตัวของธุรกิจ เพื่อสร้างความพร้อมในการให้บริการลูกค้า รวมถึงยังเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับเข้าแข่งขันในตลาดอาเซียน จากประสบการณ์กว่า 14 ปี ในวงการนี้ บริษัทได้สะสมชื่อเสียงที่ดีมาโดยตลอด ทำให้ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า และทำให้ธุรกิจของ คิวทีซีเอ็มอี เจริญเติบโตอย่างต่อเนื่อง “เราจะเริ่มจากการเข้าตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า เพื่อระดมทุนสำหรับเตรียมความพร้อมในการบุกตลาดอาเซียน เรามองเห็นศักยภาพของตลาดอาเซียน ว่าคนไทยสามารถเข้าไปแข่งขันได้เป็นอย่างดี และได้วางวิสัยทัศน์ไว้แล้วอย่างชัดเจน ในการก้าวขึ้นเป็น TOP 10 ของผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบที่ดีที่สุดในตลาดอาเซียน ภายในปีค.ศ. 2020” ทั้งนี้ คิวทีซี เอ็มอี เป็นผู้ให้บริการงานวิศวกรรมระบบ (MEP) สำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ มีผลงานมาแล้วมากมาย อาทิ ศูนย์ราชการถนนแจ้งวัฒนะ, สนามบินภูเก็ต, โครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน, เดอะไนน์ ทาวเวอร์, อาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ยูนิลีเวอร์ (ยูเพลส), สีลมคอมเพล็กซ์, โรงงานยาสูบแห่งใหม่, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, อาคารสำนักงาน, โรงพยาบาล, โรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตไฟฟ้า เป็นต้น โดยในปี 2556 ที่ผ่านมามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 600 ล้านบาท ในปี 2557 คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้จริงประมาณ 800 ล้านบาท.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คิวทีซี เอ็มอีขยายออฟฟิศ รองรับงานตลาดอาเซียน