ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

    หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

    สภาพดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง ส่งผลกระทบต่อพืชผลทุกชนิด ปัจจุบันการเกษตรจะพึ่งพาธรรมชาติอย่างเดียวคงไม่ได้ ต้องนำเอาเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มคุณค่า และเพิ่มผลผลิตให้มากขึ้น และถ้าเราไม่ปรับตัว ก็จะก้าวไม่ทันโลก เพราะต้องการให้เกษตรกรไทย ได้รู้จักเทคโนโลยีใหม่ ๆ พร้อมทั้งเตรียมผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการเกษตร วีเอ็นยู เอ็กซิบิชั่นส์ เอเชีย แปซิฟิค จึงได้ร่วมกับ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร  กรมวิชาการเกษตร องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมผู้ส่งออกดอกกล้วยไม้ไทย เตรียมจัดงาน ‘ฮอร์ติ เอเชีย 2014’ ขึ้นในวันที่ 8 – 10 พ.ค. 57 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ‘ฮอร์ติ เอเชีย 2014’ เป็น งานแสดงเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพืชพรรณ ผัก ผลไม้ ดอกไม้ และกล้วยไม้แห่งภูมิภาคเอเชียที่ครบวงจรที่สุดตั้งแต่ต้นน้ำของการผลิตจนถึงมือผู้บริโภค ในงานมีบริษัทชั้นน้ำระดับสากลกว่า 140 บริษัท จากกว่า 20 ประเทศ และมีพาวิลเลียนระดับประเทศอีก 6 ประเทศ ทั้ง ประเทศไทย เนเธอร์แลนด์ เกาหลีใต้ จีน ไต้หวันและเยอรมนี  โดยมีพื้นที่การจัดงานกว่า 4,000 ตารางเมตร ไฮไลต์ของงานอยู่ที่การเจรจาจับคู่ธุรกิจ โดยมีโครงการ “มังคุดคีรีวงศ์” เป็นโครงการนำร่อง นอกจากนี้ยังมี ‘อิฟเทค เอเชีย 2014’ หรือ พาวิลเลียนแสดงสินค้าและเจรจาธุรกิจดอกไม้แห่งภูมิภาคเอเชีย โดยเชิญผู้ซื้อจากประเทศในอาเซียนมาเพื่อเจรจาซื้อขายดอกไม้ภายในงาน  เพื่อให้ครอบคลุมธุรกิจและส่งเสริมการลงทุนภายในประเทศ ดร.เศรษฐพงศ์ เลขะวัฒนะ ปฏิบัติหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ด้านส่งเสริม และจัดการการผลิตพืช ผัก ไม้ดอก ไม้ประดับ และพืชสมุนไพร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า  กรมส่งเสริมการเกษตร ส่งเสริม และผลักดันให้ประเทศไทยส่งออกพืชสวนที่มีคุณภาพ เป็นอันดับหนึ่งในเอเชีย สำหรับงานฮอร์ติ เอเชีย 2014 กรมส่งเสริมการเกษตรได้ร่วมกับกรมวิชาการเกษตร จัดพาวิลเลียนประเทศไทย ภายใต้คอนเซปต์ ‘วาไรตี้ ควอลิตี้ อินโนเวชั่น : ความหลากหลาย คุณภาพ นวัตกรรมใหม่ ๆ’ มีเจ้าหน้าที่คอยให้ความรู้ด้านการเกษตร มีนิทรรศการแสดงผลผลิตสด และผลผลิตแปรรูป  “ไม้ผลสุดยอดผลไม้เมืองร้อน มะม่วง ลำไย กล้วย ประเทศไทยเราเป็นอันดับหนึ่งในการผลิตและส่งออก ส่วนไม้ดอก กล้วยไม้ ทั้งต้นและตัดดอก ประเทศไทยส่งออกเป็นอันดับหนึ่งของโลก ส่วนไม้ประดับ หน้าวัวใบ ประเทศไทยส่งของอินโดนีเซียมากที่สุด” ภายในงาน ยังมีกิจกรรมสัมมนาที่น่าสนใจมากมาย อาทิ  เริ่มต้นทำอาชีพเกษตรอย่างไรไม่ให้หลงทาง, เคล็ดลับธุรกิจเมล่อนเงินล้าน, ก้าวต่อไปของธุรกิจปลูกพืชโดยไม่ใช้ดิน, ประเทศไทยกับการเป็นศูนย์กลางผัก ผลไม้ ไม้ดอก ไม้ประดับในยุคเออีซี อนันต์ ดาโลดม นายกสมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย  กล่าวว่า “พืชสวนไทยมีศักยภาพสูงสุดในเออีซี ยกเว้นปาล์มที่ด้อยกว่าอินโดนีเซียและมาเลเซีย แต่ไม้ดอก ไม้ประดับ เห็ด ไทยเราเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มอาเซียน แต่เราก็ยังคงต้องพัฒนานวัตกรรม ใช้เทคโนโลยีเข้ามาเพิ่มผลผลิต งานนี้จัดเพื่อเกษตรกรจริง ๆ ภายในงานมีการสัมมนาคู่ขนานไปกับนิทรรศการ นอกจากเกษตรกรจะได้ชมนวัตกรรมใหม่ ๆ ยังได้รับความรู้จากการสัมมนาควบคู่กันไปด้วย” ผู้สนใจ สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานล่วงหน้าได้ฟรี ที่ www.hortiasia.net

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หนุนไทยเป็นฮับการเกษตร พืชสวน ผัก ผลไม้ ไม้ตัดดอก

  • แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม

    แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม

     ทุกวันนี้อุตสาหกรรมการผลิตในประเทศไทยต้องพึ่งพาแรงงานต่างชาติเป็นจำนวนมาก เรามาดูกันว่าอนาคตแรงงานต่างชาติในไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่าง ไรบ้าง ในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าประเทศไทยมีจำนวนคนว่างงานน้อยที่สุดคือไม่ถึง 1% เมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐอเมริกา หรือยุโรปที่มีอัตราการว่างงานอยู่เกือบ 10% นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้น และผู้คนกำลังพะวงว่าประเทศไทยอาจจะขาดแรงงาน  ซึ่งความจริงประเทศไทยได้ขาดแรงงานมานานแล้วในภาคเกษตร เพราะว่าภาคเกษตรนั้นคนไทยที่มีอันจะกิน หรืออยากจะมีรายได้มากขึ้นก็เข้าเมือง ยิ่งไปกว่านั้นคือการเดินทางไปทำงานในต่างประเทศ วันนี้มีคนไทยไปทำงานในต่างประเทศกว่า 1 ล้านคน ทำรายได้ให้ประเทศเป็นจำนวนมาก   แต่ละปีมีการส่งเงินกลับประเทศเป็นจำนวนหลายหมื่นล้านบาท ถ้าเรากลับมามองในบ้านเราว่า ขณะที่แรงงานในประเทศไทยกำลังพะวงว่าจะขาดแคลนแรงงาน เมื่อเกิดการยกเลิกชายแดนกับเพื่อนบ้านของเราในปีค.ศ. 2015 คาดว่าจะมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในประเทศไทยมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ แน่นอนตอนนั้นก็จะทำให้แรงงานที่จะใช้ในภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การบริการ จะมีคนให้ใช้อย่างเหลือเฟือ        ดังนั้น ถ้าหากรวมแรงงานเมียนมาร์ ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เข้าด้วยกัน ไทยจะมีประชากรแรงงานกว่า 200 ล้านคน ซึ่งจะมีมากอย่างเหลือเฟือ จึงไม่ต้องกังวลว่าอนาคตเราจะขาดแรงงาน และเมื่อมีคนมากมายขนาดนั้น สังคมไทยก็จะต้องมีการจัดสรรงบประมาณทางด้านการศึกษาและสุขภาพ รองรับการขยายตัวของคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้… วิกรม กรมดิษฐ์

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แรงงานและสังคมที่จะเปลี่ยนแปลง – มองโลก แบบวิกรม

  • สิทธิมนุษยชนอาเซียน…สิทธิที่ยังคลุมเครือ

    สิทธิมนุษยชนอาเซียน…สิทธิที่ยังคลุมเครือ

    ต้องยอมรับว่าเรื่องสิทธิมนุษยชนในกลุ่มประเทศอาเซียนเป็นปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน ซับซ้อน และลุกลามจนกลายเป็นปัญหาระหว่างประเทศ เมื่อมีการรวมกลุ่มก้อนกันเป็นอาเซียนและกำลังจะรวมเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างเป็นทางการปลายปี  2558 ประเทศใดประเทศหนึ่งจึงไม่อาจแก้ไขปัญหานี้ได้โดยลำพัง “สิทธิมนุษยชน” หมายถึง สิทธิที่ติดตัวมนุษย์มาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งไม่สามารถจำหน่าย จ่าย โอน หรือ แจกให้กับผู้หนึ่งผู้ใดได้ สิทธิดังกล่าวนี้มีความเป็นสากลและเป็นนิรันดร์ จากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (Universal Declaration of Human Rights) ซึ่งยกร่างโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ภายใต้องค์การสหประชาชาติ เพื่อเป็นกฎเกณฑ์ระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องสิทธิมนุษยชน โดยสหประชาชาติได้มีมติรับรองเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2491 โดยในข้อ 1 กล่าวว่า “มนุษย์ทั้งปวงเกิดมามีอิสระและเสมอภาคกันทั้งศักดิ์ศรีและสิทธิ ทุกคนได้รับการประสิทธิประสาทเหตุผลและมโนธรรม และควรปฏิบัติต่อกันด้วยจิตวิญญาณแห่งภราดรภาพ” คณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน หรือ AICHR (The ASEAN Intergovernmental Commission  on Human Rights) จึงมีการจัดประชุมตัวแทนจากกลุ่มประเทศสมาชิกครั้งที่ 15 ขึ้นล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมี ฯพณฯ อู จ่อ ติน สี เป็นประธาน ซึ่งมีการหารือร่วมกับสำนักงานเลขาธิการอาเซียน คณะกรรมการผู้แทนถาวรประจำอาเซียน และเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสวัสดิการสังคมและการพัฒนา การประชุมครั้งนี้มีการหาแนวทางเพื่อวางกรอบการดำเนินงานและกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในปี ค.ศ.2015 รวมทั้งเวิร์กช็อปที่จะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 3-4 กรกฎาคม ณ กรุงฮานอยของเวียดนาม และการวางข้อกำหนดสำหรับการประชุมที่กรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 27-28 มิถุนายน โดยรายงานฉบับสมบูรณ์นั้นจะเสนอเข้าพิจารณาระหว่างการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของอาเซียนในเดือนสิงหาคมนี้ ซึ่งจะมีการวางแนวทางการปฏิบัติและทิศทางที่จะเกิดขึ้นสำหรับปี 2558 ด้วย ซึ่งต่างมุ่งเน้นไปที่การสร้างความแข็งแกร่งให้กับคณะกรรมาธิการระหว่างรัฐบาลของอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน โดยหัวข้อที่ได้รับความสนใจและให้ความสำคัญมากที่สุดคือเรื่องของสิทธิสตรี ซึ่งจะมีการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้นเพื่อการก้าวสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนอย่างมั่นคง AICHR เป็นองค์กรที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นตามข้อ 14 ของกฎบัตรอาเซียน เพื่อปฏิบัติภารกิจในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคตามขอบเขต อำนาจหน้าที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เมื่อเดือนกรกฎาคม 2552 โดยคณะกรรมาธิการฯ ประกอบด้วยผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศละ 1 คน มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี และอาจได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องได้ไม่เกินอีก 1 วาระ ทำงานโดยมีการเชื่อมโยงประเด็นของ 3 ส่วนหลัก ๆ คือ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กฎบัตรอาเซียน และตราสารสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งในส่วนของการทำงานกระบวนการ เน้นการเจรจา การทำความเข้าใจ ตีความหมาย ขยายความ และสร้างบริบทที่สอดคล้องกับอาเซียน การสร้างความครอบคลุม ซึ่งก็จะมีข้อจำกัดเรื่องการสร้างความจำเพาะเจาะจงของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และการสร้างมูลค่าเพิ่ม หรือความใหม่ นอกจากนั้นก็จะต้องเป็นประเด็นที่เป็นฉันทามติร่วมของประเทศสมาชิกทั้งหมด โดยมีการใช้เทคนิควิธีต่าง ๆ ทั้งการโอ้โลม ปฏิโลม การทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ที่มีความเห็นร่วมกัน โดยมีหน้าที่ในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคตามขอบเขตอำนาจหน้าที่ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ซึ่งรวมถึงการสร้างความตระหนักรู้เรื่องสิทธิมนุษยชนในหมู่ประชาชน ให้คำปรึกษาและเสริมสร้างศักยภาพของภาครัฐ การพัฒนาบรรทัดฐานด้านสิทธิมนุษยชนในภูมิภาค การขอรับข้อมูลจากประเทศสมาชิกรวมทั้งการปรึกษาหารือกับผู้มีส่วนได้เสียและองค์กรระดับชาติระดับภูมิภาคและระดับโลกเกี่ยวกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ตลอดจนทำการศึกษาและทำรายงานประเด็นสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ เพื่อเสนอต่อรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ทว่ากลไกหลักในการส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในอาเซียน ยังต้องปฏิบัติงานภายใต้เงื่อนไขของลักษณะเฉพาะของประเทศและภูมิภาค การเคารพซึ่งกันและกันในเบื้องหลังทางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และศาสนาที่แตกต่างกัน และการคำนึงถึงความสมดุลระหว่างสิทธิและหน้าที่ ซึ่งแม้จะมีการจัดประชุมทั้งแบบเป็นทางการและไม่เป็นทางการอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ยังไม่มีภาพที่ชัดเจน ขณะที่ห้วงเวลาการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนก็งวดเข้ามาทุกที.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : สิทธิมนุษยชนอาเซียน…สิทธิที่ยังคลุมเครือ