รายงานข่าวจากธนาคารพาณิชย์แจ้งว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้ในระหว่างวันที่ 11-16 เม.ย. ธนาคารพาณิชย์ 7 แห่งได้สำรองเงินสดรองรับการเบิกถอนของประชาชนในช่วงวันหยุดยาววงเงินประมาณ 182,176 ล้านบาท เพื่อใช้จ่ายในการเดินทาง-จับจ่ายใช้สอยและท่องเที่ยว ซึ่งปริมาณสำรองปีนี้หากเทียบกับปีที่ผ่านมามีทั้งเพิ่มขึ้นและลดลงขึ้นอยู่กับฐานลูกค้าของธนาคารในแต่ละแห่ง แต่เชื่อว่าการชุมนุมทางการเมืองทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวอาจทำให้ประชาชนมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยในปีนี้มากกว่าปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ธนาคารพาณิชย์ต่างยืนยันว่า ปริมาณเงินสำรองผ่านสาขาและตู้เอทีเอ็มมีเพียงพอในการเบิกถอนและเชื่อว่าไม่มีปัญหาเงินไม่เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของประชาชน ทั้งนี้ธนาคารกรุงไทยจัดสรรวงเงินไว้ 45,700 ล้านบาท ลดลง 11,300 ล้านบาท หากเทียบกับปี 56 ที่มีวงเงิน 57,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสำรองใน กรุงเทพฯ 12,300 ล้านบาท ภูมิภาค 33,400 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้มีตู้เอทีเอ็ม 9,663 แห่ง และสาขา 1,117 แห่ง สำหรับธนาคารกรุงเทพได้สำรองเงินสด ในช่วงวันหยุด 12-15 เม.ย.นี้ วงเงิน 45,000 ล้านบาท ผ่านช่องทางบริการเอทีเอ็มที่มีกว่า 8,500 จุด ทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าสามารถใช้บริการของทางธนาคารผ่านสาขาไมโคร ภายในห้างสรรพสินค้า และจุดชุมชน กว่า 300 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งธนาคารจะเปิดทำการปกติตั้งแต่วันที่ 16 เม.ย. เป็นต้นไป นอกจากนี้ ทางธนาคารยังได้เตรียมความพร้อมสำหรับดำเนินการเพิ่มความถี่ในการเติมเงินยัง ตู้เอทีเอ็มที่ตั้งอยู่ในจุดท่องเที่ยวทั่วประเทศเป็นกรณีพิเศษ ขณะที่ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้สำรองเงินสดสำหรับสาขา และเครื่องเอทีเอ็ม เพื่อรองรับการใช้บริการของลูกค้าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้วงเงิน 35,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 1.5% แบ่งเป็นในเขตกรุงเทพฯ 17,750 ล้านบาท และในเขตต่างจังหวัด 17,250 ล้านบาท โดยปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 1,180 สาขา มีเครื่องเอทีเอ็มรวม 9,202 เครื่อง ส่วนธนาคารทหารไทยได้สำรองเงินช่วงสงกรานต์ปีนี้มีประมาณ 12,000 ล้านบาท จากปีที่แล้วอยู่ที่ 8,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ศูนย์เงินสด 3,700 ล้านบาท สาขาทั่วประเทศ 4,000 ล้านบาท และเอทีเอ็มทั่วประเทศ 4,300 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีเอทีเอ็มทั่วประเทศอยู่ที่ 2,386 แห่ง และสาขาอยู่ที่ 453 แห่ง ด้านธนาคารซีไอเอ็มบีไทยสำรองเงินสดประมาณ 2,300 ล้านบาทผ่านเอทีเอ็ม 1,500 ล้านบาท และสาขา 800 ล้านบาท รายงานข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งว่า เตรียมเงินสดรองเงินสดผ่านตู้กรุงศรีเอทีเอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ รวม 16,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 56 จำนวน 1,597 ล้านบาทแบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านตู้กรุงศรีเอทีเอ็ม จำนวน 12,839 ล้านบาท และผ่านสาขาของธนาคารจำนวน 3,737 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 611 สาขา และตู้กรุงศรีเอทีเอ็มจำนวน 4,633 ตู้ทั่วประเทศ รายงานข่าวจากธนาคารกรุงศรีอยุธยาแจ้งว่า เตรียมเงินสดรองเงินสดผ่านตู้กรุงศรีเอทีเอ็ม และสาขาของธนาคารทั่วประเทศ รวม 16,576 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 56 จำนวน 1,597 ล้านบาทแบ่งเป็นเงินสดสำรองสำหรับบริการผ่านตู้กรุงศรีเอทีเอ็ม จำนวน 12,839 ล้านบาท และผ่านสาขาของธนาคารจำนวน 3,737 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันธนาคารมีสาขาทั้งสิ้น 611 สาขา และตู้กรุงศรีเอทีเอ็มจำนวน 4,633 ตู้ทั่วประเทศรายงานข่าวจากธนาคารกสิกรไทยแจ้งว่า ธนาคารสำรองเงินสดวันยุดยาวในเทศกาลสงกรานต์ 12-15เม.ย. 25,600 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 5,000 ล้านบาท แบ่งเป็นสำรองเงินสดผ่านช่องทางสาขา จำนวน 8,800 ล้านบาท ขณะที่ผ่านตู้เอทีเอ็ม9,023 เครื่อง ทั่วประเทศวงเงิน 16,800 ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แบงก์แห่สำรองธนบัตรรับสงกรานต์
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

แบงก์แห่สำรองธนบัตรรับสงกรานต์
-

พาณิชย์เตรียมระบายข้าวอีก 8 แสนตัน
ที่กระทรวงพาณิชย์ วันที่ 4 เม.ย. 57 รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์แจ้งว่า ในสัปดาห์หน้า กระทรวงพาณิชย์ จะเปิดระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลรวมปริมาณ 8แสนตัน แบ่งเป็น วันที่ 9 เม.ย.เปิดระบายข้าวสารสต๊อกรัฐบาลผ่านการประมูลตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าแห่งประเทศไทย(เอเฟต) 2 แสนตันและวันเดียวกันกรมการค้าต่างประเทศจะเปิดให้เสนอราคาซื้อข้าวรายภูมิภาคปริมาณ 1.69แสนตัน ที่จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมกันนี้ในวันที่ 10 เม.ย.กรมการค้าต่างประเทศจะเปิดประมูลข้าวสารสต๊อกรัฐบาลเป็นการทั่วไปเพื่อใช้ในประเทศและส่งออก 4.24 แสนตัน แบ่งเป็นชนิดข้าวหอมมะลิ 100% ชั้น 2ข้าวหอมจังหวัด ข้าวปทุมธานี ข้าวขาว 5% ข้าวขาว 10% ข้าวท่อนหอมมะลิ และปลายข้าวขาวเอวันเลิศที่ได้จากโครงการรับจำนำข้าวเปลือกปี 2554/55 ปี 2555/56 และปี 2556/57 และยังเปิดระบายข้าวสารเสื่อมสภาพและข้าวเปียกน้ำปริมาณ1.36 หมื่นตัน ที่ได้จากโครงการรับจำนำนาปี 2549/50 นาปรัง 2555 และปีการผลิต2555/56 ในวันเดียวกัน นายสมชาติสร้อยทอง อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า กรมได้เสนอผลการประมูลข้าวเอเฟตรอบ 8ต่อนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์พิจารณาอนุมัติขายให้กับผู้ประกอบการที่เสนอราคาส่วนต่างเข้ามา โดยมีปริมาณขาย 7-8หมื่นตัน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาทซึ่งราคาส่วนต่างที่อนุมัติขายอยู่ที่ประมาณ -2 บาท/กก. “เร็วๆนี้ก็จะมีการเปิดประมูลเอเฟตในรอบ 9 วันที่ 9 เม.ย.ก็จะระบายข้าวผ่านเอเฟตตามกรอบที่กำหนดไว้ ซึ่งราคาที่ได้ก็ถือว่าเป็นราคาเหมาะสมเพราะหากรายไหนเสนอราคามาต่ำ ก็จะไม่อนุมัติขาย อย่างการพิจารณาเอเฟตในรอบ 8ที่นำข้าวมาประมูลประมาณ 2 แสนตัน แต่ก็อนุมัติขายแค่ 7-8 หมื่นตันที่เหลือให้ราคาต่ำก็ไม่ขาย” แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์กล่าวว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้นำเงินที่ได้จากการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลส่งคืนกระทรวงการคลังประมาณเกือบ 6,000 ล้านบาท ซึ่งรวมกับช่วง 2สัปดาห์ก่อนที่ได้ส่งเงินคืนกระทรวงการคลังอีก 4,000 ล้านบาทรวมเดือนมี.ค.ได้ส่งเงินแล้วเกือบ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อนำไปสมทบการจ่ายคืนงบกลาง 2หมื่นล้านบาท ที่ยืมมาจ่ายค่าข้าวให้กับชาวนาก่อน
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์เตรียมระบายข้าวอีก 8 แสนตัน -

หวั่นบอลโลกกระทบแผนลดใช้ไฟภาคใต้
นายสุนชัย คำนูณเศรษฐ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้กำชับให้กฟผ.ร่วมกับ บมจ.ปตท. จัดทำแผนการส่งไฟฟ้า และเตรียมเชื้อเพลิงสำรอง เพื่อรับมือการปิดซ่อมก๊าซแหล่งก๊าซในพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย(เจดีเอ) ระหว่างวันที่ 13มิ.ย.-10 ก.ค. 57 เพราะหากเกิดปัญหาจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ภาคใต้แน่นอน ประกอบกับช่วงเวลาดังกล่าวตรงกับการจัดการแข่งขันฟุตบอลโลก ที่ประเทศบราซิล ระหว่างวันที่ 12 มิ.ย. -13 ก.ค. คาดว่า ประชาชน จะให้ความสนใจในการดูฟุตบอลโลก จะมีการใช้ไฟฟ้ามาก จึงต้องรณรงค์ให้ประชาชน และภาคอุตสาหกรรม ลดการใช้พลังงานด้วย ส่วนผลประกอบการของกฟผ.ปีนี้ คาดว่า กำไรสุทธิอยู่ที่ 31,200 – 32,000 ล้านบาท ลดลงประมาณ 5,000 ล้านบาท เทียบกับปี 56 เนื่องจากประชาชน และภาคธุรกิจมีการใช้ไฟฟ้าลดลง จากผลกระทบภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยปริมาณการใช้ไฟในไตรมาส 1 ลดลง 3.5 % ซึ่งจะทำให้เงินรายได้นำส่งกระทรวงการคลังในอัตรา 45% ลดลงไปด้วย คาดว่า ปีนี้จะนำส่งอยู่ที่ 14,400 ล้านบาท ลดลง 2,250 ล้านบาท เทียบกับปีที่ผ่านมา เพราะได้กำไรลดลง “เมื่อรายได้และกำไรลด ทำให้กฟผ.ต้องจัดทำแผนการควบคุมรายจ่ายอย่างใกล้ชิด แม้สถานภาพการลงทุนต่อหนี้ของกฟผ.จะดี คือ ลงทุน 3 ส่วน ต่อหนี้ 1 ส่วนเท่านั้น โดยปีนี้งบลงทุนจริงอยู่ที่ 40,000 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้การใช้ไฟฟ้าสูงสุดหรือพีค ลดลงแล้ว 5.7% ทำให้กฟผ.ปรับคาดการณ์พีคสูงสุดของปีนี้เหลือ 26,752 เมกะวัตต์ เติบโตไม่ถึง1% จากเดิมคาดการณ์ว่าพีคจะมากกว่า27,000 เมกะวัตต์ และคาดว่าจะเกิดขึ้นช่วง10วันสุดท้ายของเดือนเม.ย.”
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หวั่นบอลโลกกระทบแผนลดใช้ไฟภาคใต้