ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • คนจนทุกหย่อมหญ้า

    คนจนทุกหย่อมหญ้า

    น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นักวิชาการมูลนิธิสถาบันอนาคตไทยศึกษา เปิดเผยผลสำรวจเรื่องความเหลื่อมล้ำของครัวเรือนไทย ว่า ปัญหาความเลื่อมล้ำของไทยไม่ได้ปรับตัวดีขึ้นในช่วง 25 ปีที่ผ่านมา โดยกว่า 2 ล้านครัวเรือน จาก 22 ล้านครัวเรือนที่มีอยู่ทั้งประเทศ เป็นกลุ่มครัวเรือนที่จนที่สุด มีรายได้เฉลี่ยเพียงเดือนละ 4,300 บาทเท่านั้น ต่างจากกลุ่มที่รวยที่สุดซึ่งมีรายได้เฉลี่ยถึงเดือนละ 90,000 บาท และส่วนใหญ่กลุ่มครัวเรือนที่จนที่สุดนั้น เป็นครอบครัวที่มีคนชราเป็นหัวหน้าครอบครัว ไม่ใช่ชาวนา หรือเกษตรกรอย่างที่เข้าใจกัน มีรายได้หลักมาจากเงินที่ลูกหลานส่งมาให้ รองลงมาเป็นครอบครัวเกษตรกร และประกอบอาชีพอิสระ เช่น พ่อค้า แม่ค้า ซึ่งกลุ่มครัวเรือนที่จนนี้กว่า 44% เป็นครัวเรือนที่อยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือขณะเดียวกันเมื่อพิจารณาถึงเรื่องทรัพย์สินแล้ว ยังเป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) หรือผู้ที่เป็นตัวแทนของประชาชน เป็นครัวเรือนที่อยู่ในกลุ่มที่รวมที่สุด โดยจากการสำรวจข้อมูลล่าสุดของส.ส.ของไทยจำนวน 500 คน ที่ได้รับการเลือกตั้งมาเมื่อปี 54 แต่ละครัวเรือนของส.ส.มีทรัพย์สินเฉลี่ย 81 ล้านบาท มากกว่ามูลค่าทรัพย์สินของครัวเรือนไทย 99.999% หรือมีมูลค่ารวมกันประมาณ 40,000 ล้านบาท มากพอ ๆ กับทรัพย์สินของครัวเรือนไทย 2 ล้านครัวเรือนรวมกันทั้งนี้เมื่อเปรียบเทียบทรัพย์สินของนายกรัฐมนตรี กับกลุ่มครัวเรือนที่มีทรัพย์สินสุทธิอยู่กึ่งกลาง หรือเป็นกลุ่มครัวเรือนที่อยู่ตรงกลางระหว่างผู้ที่มีทรัพย์สินมากที่สุดกับน้อยที่สุด พบว่า ผู้นำของไทยมีมูลค่าทรัพย์สินสูงกว่าถึง 9,000 เท่า ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมากเมื่อเทียบกับประเทศอื่น เช่น อินเดีย ที่ห่างกัน 2,000 เท่า ฟิลิปปินส์ 600 เท่า ซึ่งน่าสังเกตว่า ผู้เข้ามาเป็นคนที่กำหนดนโยบายของประเทศเหล่านี้มีฐานะไม่ได้ใกล้เคียงประชาชนส่วนใหญ่แทนที่จะเป็นตัวแทนให้ จึงอาจจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ปัญหาความเหลื่อมล้ำของไทยไม่ได้ถูกแก้ไขเสียที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คนจนทุกหย่อมหญ้า

  • คุมเข้มสิงห์รถบรรทุก

    คุมเข้มสิงห์รถบรรทุก

    นายอัฌษไธค์ รัตนดิลก ณ ภูเก็ต อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมมือกับสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย และสมาคมผู้ประกอบการธุรกิจวัตถุอันตราย กำหนดบทบัญญัติ 10 ประการ สร้างมาตรฐานด้านรถบรรทุก เพื่อให้ผู้ประกอบการรถบรรทุกทั้งระบบกว่า 9.7 แสนคัน นำไปปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเพื่อลดอุบัติเหตุ หลังจากที่ผ่านมาอุบัติเหตุจากรถบรรทุกได้สร้างความสูญเสียมากกว่ารถประเภทอื่น “สถิติการเกิดอุบัติเหตุรถบรรทุกประเภทต่าง ๆ ในปีที่ผ่านมามีถึง 126 ราย มีอุบัติเหตุจากรถบรรทุกถึง 73 ราย อุบัติเหตุจากรถพ่วง 35 ราย และอุบัติเหตุจากรถวัตถุอันตราย 18 ราย โดยสาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากคนขับหรือพนักงานขับรถบรรทุก ขับรถด้วยความประมาท ใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และมักหลับในขณะขับรถตามลำดับ ซึ่งสาเหตุเหล่านี้ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงและนำมาซึ่งความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนอย่างมาก” สำหรับบทบัญญัติ 10 ประการ ได้แก่ จัดทำประวัติและตรวจสอบใบอนุญาตให้ตรงประเภท ห้ามเสพสุราขณะขับขี่ ขับขี่สี่ชั่วโมงติดต่อกันต้องหยุดพัก น้ำหนักไม่เกินที่กำหนด รถบรรทุกวัตถุอันตรายต้องติดตั้งจีพีเอส ต้องใส่ใจผู้ใช้รถใช้ถนนรอบข้าง  ใช้รถอย่างถูกต้องตามกฎหมาย  ไม่ละเลยให้สัญญาณต้องจอดนิ่ง ห้ามขับซิ่งเพราะจะเกิดอันตราย และไม่ลืมทวิสต์ล็อก ในรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ นายอัฌษไธค์ กล่าวว่า ปัจจุบันการขนส่งด้วยรถบรรทุกถือว่ามีความสำคัญในการพัฒนาทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการขนส่งวัตถุอันตราย จำเป็นต้องมีความรู้และเข้าใจในกฎระเบียบต่าง ๆ ที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดร่วมกัน ซึ่ง โครงการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนด้านความปลอดภัยในการขนส่งด้วยรถบรรทุกครั้งนี้ คาดหวังให้ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าด้วยรถบรรทุก ตระหนักถึงหน้าที่ความรับผิดชอบ และปฏิบัติร่วมกันตามข้อกำหนดอย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยด้านการขนส่งด้วยรถบรรทุกให้เกิดความเชื่อมั่นต่อผู้ใช้บริการ ส่วนการแก้ปัญหาการให้บริการรถเมล์สาย 8 ได้รวบรวมข้อมูลการกระทำความผิดของผู้ประกอบการรถเมล์สาย 8 ทุกราย เพื่อเสนอให้คณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง พิจารณาทบทวนการออกใบอนุญาต การเปลี่ยนรถ และการเพิ่มหรือลดจำนวนรถแล้ว รวมทั้งข้อมูลของรถเมล์สายอื่นๆ ที่เข้าข่ายการกระทำผิดด้วย  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : คุมเข้มสิงห์รถบรรทุก

  • จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน

    จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน

    นางมาลีโชคล้ำเลิศ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์กล่าวภายหลังการเปิดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงครั้งที่ 2 จังหวัดหนองคายว่า กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับจังหวัดหนองคาย จัดงานมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขง ระหว่างวันที่ 3- 8เม.ย. 57 ณ สนามกีฬาองค์การบริหารส่วนตำบลจังหวัดหนองคาย ลานน้ำพุพญานาคเป็นการส่งเสริมและพัฒนาการค้าชายแดนการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านตามนโยบายรัฐบาล และกระทรวงพาณิชย์ในการขยายความเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจ การลงทุนและการตลาดภายใต้กรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเสริมสร้างความสัมพันธ์ในทุกระดับสำหรับกิจกรรมที่สำคัญเช่น การแสดงและการจำหน่ายสินค้าจากของไทยและประเทศเพื่อนบ้านว่า 400คูหา เป็นสินค้าโอทอป ซีเล็คสินค้าเอสเอ็มอีจากประเทศในกลุ่มอาเซียน เช่น ลาวเวียดนาม เป็นต้นขณะเดียวกันก็มีการสัมมนาเพื่อส่งเสริมการค้าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านให้แก่ผู้ประกอบการและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยวิทยากรจากผู้มีประสบการณ์จากหอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีการประชุมเชื่อมโยงความสำพันธ์เพื่อลดปัญหาอุปสรรคของการค้า ระหว่าง 20 จังหวัดภาคตะวันออกตะวันออกเฉียงเหนือกับประเทศลาว เวียดนาม รวมถึงการจัดการเจรจาคู่ธุรกิจระหว่างผู้ประกอบการไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งสิ้น 20 คู่ มูลค่า 20 กว่า ล้านบาทโดยสินค้าหลักๆที่มีการเจรจาธุรกิจคือ สินค้าวัสดุก่อสร้างสินค้าเกษตรและเครื่องจักรทางการเกษตร สินค้าอาหารและเครื่องดื่ม โรงแรม ร้านอาหารและธุรกิจบริการท่องเที่ยว

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : จัดมหกรรมการค้าลุ่มน้ำโขงดันเอสเอ็มอีไทยขยายตลาดเพื่อนบ้าน