วันที่ 4 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14:35 น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 2 โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 50 บาท ทำให้ราคาปัจจุบันอยู่ที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขายบาทละ 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 2 ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 20,300 บาท รับซื้อ 19,510.92 บาท ทองแท่งขาย 19,900 บาท รับซื้อ 19,800 บาท เวลา 14:35 น.ราคาทองคำปรับครั้งที่ 1 คงที่ รูปพรรณขายบาทละ 20,250 บาท รับซื้อ 19,465.44 บาท ทองแท่งขาย 19,850 บาท รับซื้อ 19,750 บาท เวลา 09:24 น.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทอง4เม.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,300บาท
ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

ราคาทอง4เม.ย.57 ปรับครั้งที่2 รูปพรรณขาย20,300บาท
-

หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 4 เมษายน2557 ปิดบวก 1.74จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ (4 เม.ย.) ดัชนีปรับเพิ่มขึ้นทันทีที่เปิดตลาด หลังจากนั้นเคลื่อนไหวในแดนลบสั้นๆ ตามแรงซื้อขายทำกำไร ก่อนจะกลับมาในแดนบวกได้อีกครั้ง โดยนักลงทุนยังคงจับตาการประกาศการชุมนุมครั้งใหญ่ของกลุ่ม กปปส. ในวันที่ 5 เม.ย. นี้ ว่าจะมีทิศทางออกมาเป็นอย่างไรบ้าง กดดันให้ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,392.96จุด เพิ่มขึ้น 1.74 จุด หรือ 0.12% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 12,960.49ล้านบาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 4 เมษายน2557 ปิดบวก 1.74จุด -

เศรษฐกิจซบลูกค้าแห่คืนเงินกู้
นายพัชร สมะลาภา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในช่วงไตรมาส 1/57 ธนาคารได้ปล่อยสินเชื่อใหม่ให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 100,000 ล้านบาท เน้นลูกค้ารายเดิมเป็นหลัก ขณะที่ผู้ประกอบการรายใหม่มีสัดส่วนน้อยลง เพราะส่วนใหญ่เป็นการขอวงเงินหมุนเวียนมากกว่าวงเงินกู้ในระยะยาว นอกจากนี้ลูกค้าบางรายที่ไม่มีความจำเป็นใช้เงินกู้ได้คืนเงินกู้เป็นจำนวนมากเช่นกัน ทำให้ยอดสินเชื่อในภาพรวมปีนี้ทรงตัวอยู่ที่ 500,000 ล้านบาท ส่งผลให้ธนาคารปรับลดเป้าการเติบโตสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้เหลือ 6-8% จากเดิมอยู่ที่ 10-17% ด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ทรงตัวอยู่ที่ 2.80 % “ช่วงที่ผ่านมาลูกค้าเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง ได้ขอยืดระยะเวลาการชำระหนี้ไปแล้ว 10,000 ล้านบาท และมียอดการชำระหนี้ล่าช้าเพิ่มขึ้น 1,000 ล้านบาท แต่ยังไม่เข้าเกณฑ์เป็นหนี้เอ็นพีแอล โดยธนาคารได้เข้าไปช่วยเหลือด้วยการยืดหนี้ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย ซึ่งพิจารณาลูกค้าเป็นรายกรณี” สำหรับปัญหาความไม่สงบทางการเมือง และการชะลอตัวของเศรษฐกิจทำให้ ธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับผลกระทบในเรื่องของยอดขายเพียงเล็กน้อย เนื่องจากส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค และจากการสำรวจพบว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับผลกระทบเป็นบางพื้นที่เท่านั้น ดังนั้นในภาพรวมแล้วยังเติบโตดี ซึ่งในช่วง 3 ปีที่ผ่านมาการให้สินเชื่อธุรกิจแฟรนไชส์มียอดสินเชื่อ 1,296 ล้านบาท จำนวนลูกค้า 477 ราย หนี้เสียน้อยมาก จากมูลค่าตลาดรวมแฟรนไชส์อยู่ที่ 200,000 ล้านบาทหรือเติบโต 20% นอกจากนี้ธนาคารได้ร่วมกับ 6 หน่วยงาน เช่น สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม, บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หอการค้าไทย สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ และ บริษัท บิสิเนสโค้ชแอนด์คอนซัลติ้ง จำกัด ช่วยเจ้าของสิทธิ์ หรือแฟรนไชส์ซอร์ และผู้ซื้อสิทธิ์ หรือแฟรนไชส์ซี ให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีศักยภาพ ด้วยการให้ความรู้ คำปรึกษา การสนับสนุนทางด้านการเงิน และสิทธิพิเศษโปรโมชั่นต่าง ๆ แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์เ โดยตรียมวงเงินสินเชื่อสนับสนุนทางด้านการเงิน 1,000 ล้านบาท นายเวทย์ นุชเจริญ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่คืนเงินทุนหมุนเวียนส่วนใหญ่เป็นภาคการเกษตร เนื่องจากผลผลิตยังไม่ออกสู่ตลาด ส่วนเอสเอ็มอีมีสัดส่วนที่น้อย ยกเว้นผู้ประกอบการายใหญ่ที่ยังไม่มีความจำเป็นในการลงทุน เพราะไม่มั่นใจในภาวะเศรษฐกิจจะคืนเงินกู้มากกว่าผู้ประกอบการรายอื่น แต่ที่เป็นห่วงในช่วงหนี้คือความสามารถในการชำระหนี้ โดยเฉพาะลูกหนี้รายย่อยอาจมีปัญหาบ้างเห็นได้จากตัวเลขหนี้การค้างชำระ 1 เดือนแต่ไม่เกิน 2 เดือนเริ่มมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น ซึ่งพยามยามติดตามลูกหนี้อย่างใกล้ชิด และควบคุมเอ็นพีแอลไม่ได้เกิน 2% จากปกติที่เอ็นพีแอลอยู่ที่ 2.6% อย่างไรก็ตาม เตรียมพิจารณาปรับทบทวนเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีในปีนี้ใหม่ จากเดิมที่ตั้งไว้ว่าจะเติบโต 10-15% คาดว่าจะได้ข้อสรุปชัดเจนในสัปดาห์หน้า
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เศรษฐกิจซบลูกค้าแห่คืนเงินกู้