ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

    เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

    นายธวัชชัย อรัญญิก ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า เตรียมหารือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และเอกชนในภาคการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาให้ผู้ประกอบการทัวร์ยกเลิกการใช้ตราสัญลักษณ์(โลโก้)ของ ททท. ในการสนับสนุนการจัดงานขายแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างๆ เนื่องจากที่ผ่านมามีหลายบริษัทใช้โลโก้เป็นตัวการันตีความน่าเชื่อถือ แต่เมื่อขายทัวร์และรับเงินจากลูกค้าไปแล้ว เกิดการหลอกลวงผู้บริโภค นักท่องเที่ยวไม่สามารถที่จะไปท่องเที่ยวตามโปรแกรมที่ซื้อไว้ได้ “การให้เอกชนใช้โลโก้ของ ททท. เหมือนเป็นดาบ 2 คม เพราะเป็นผลดีต่อการกระตุ้นยอดขาย เพื่อสนับสนุนเอกชนให้เพื่อมั่นในการจัดงาน และสินค้าที่มีการขายในงานว่า ททท.ได้เลือกมาแล้ว เมื่อผู้ซื้อเห็นโลโก้ของ ททท.เป็นผู้ร่วมจัดงาน ก็มั่นใจว่าจะไม่มีการโกง แต่เมื่อเอกชนไม่รับผิดต่อการคัดเอกชนหรือผู้ที่มาร่วมออกบูธขายทัวร์ จนก่อให้เกิดความเสียหาย และมีการหลอกลวงผู้ซื้อ ส่งผลให้เกิดความเสื่อมเสียต่อแแบรนด์ ของททท. หรือ ใช้ แบรนด์ ททท.เป็นเครื่องมือให้กับผู้ที่หลอกลวงผู้ซื้อ” สำหรับกรณีของการซื้อทัวร์หลอกลวงนักท่องเที่ยว โดยใช้โลโก้ของททท. พบได้มากที่สุดในการขายแพ็กเกจทัวร์ทั้งงาน ไทยเที่ยวไทย งานไทยเที่ยวต่างประเทศ เนื่องจากปัจจุบัน มีการขายแพ็กเกจทั้งจากในห้างสรรพสินค้าและในศูนย์ประชุมแห่งชาติขนาดใหญ่ โดยในระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 30 มี.ค.- 3เม.ย.นี้ มีผู้บริโภคถูกหลอกลวงไปแล้ว ถึง 3 กรณี และที่ผ่านมาก็จะมีให้เห็นทุกๆปี โดยเฉพาะเข้าใกล้ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว(ไฮซีซั่น) นายสมศักย์ ภูรีศรีศักดิ์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า กระทรวงต้องเข้ามาดูแลเรื่องบริษัทเอกชนที่เชิญหน่วยงานต่างๆเข้ามาภายในงานส่งเสริมการท่องเที่ยวต่างๆ โดยอาจจะมีการประสานด้านข้อมูลกับเจ้าภาพการจัดงานว่ามีบริษัทที่ถูกขึ้นบัญชีดำหรือไม่ ทั้งนี้มีหลายบริษัทที่เคยขึ้นบัญชีดำได้จดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อบุคคลอื่นที่เป็นกลุ่มเดียวกัน ดังนั้นการตรวจสอบประวัติบริษัทที่เข้าร่วมงานจะสามารถช่วยคัดกรองบริษัทที่ไม่น่าไว้ใจได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ดี แนวทางการช่วยเหลือผู้เสียหายครั้งนี้ ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสำรวจความเสียหายทั้งหมดเรียบร้อยก่อน กรมการท่องเที่ยวจึงจะดำเนินการต่อโดยนำวงเงินประกันที่บริษัทจดทะเบียนมาวางไว้มาเยียวยานักท่องเที่ยวที่ได้รับความเสียหาย โดยการหารเฉลี่ยให้นักท่องเที่ยวแต่ละราย อย่างไรก็ตาม อยากให้ผู้เสียหายดำเนินการฟ้องร้องศาลแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายด้วย เพราะกระทรวงฯทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้ อีกทั้งเงินกองทุนช่วยเหลือนักท่องเที่ยวมีเจตนาสำหรับช่วยเหลือนักท่องเที่ยวในกรณีเกิดอุบัติเหตุหรือเสียชีวิตจากภัยพิบัติหรือเรื่องการเมือง นายอานุภาพ ธีรรัฐ รองผู้ว่าการด้านการตลาดในประเทศ ททท. กล่าวว่า กรณีบริษัททัวร์หลอกขายแพคเกจทัวร์ในงานไทยเที่ยวไทยที่ผ่านมาว่า คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นททท.จัดงาน จึงอยากชี้แจงว่าการจัดงานด้านการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นภาคเอกชนจัด แต่มีโลโก้หรือสโลแกนของททท.ในงานนั้นๆ เพราะททท.ให้การสนับสนุนการจัดงานเพื่อกระตุ้นด้านการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นไปตามหน้าที่ของททท.ที่ต้องทำการการส่งเสริมการตลาด กระตุ้นให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศ  ทั้งนี้ที่ผ่านมางานส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวที่จัดโดยททท.มีแค่ 2 งาน คือ งานวันธรรมดาที่ไม่ธรรมดา และงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย แต่ลักษณะงานจะเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ไม่ได้เน้นกิจกรรมด้านการขาย   

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งยกเลิกใช้โลโก้ททท.ขายแพ็กเกจท่องเที่ยว

  • ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน

    ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน

    นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์(ธ.อ.ส.) เปิดเผยว่า ได้สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการธุรกิจพัฒนาที่อยู่อาศัย ประจำไตรมาส 1 ที่ผ่านมา พบว่า ค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบันมีค่า 43.7 ปรับตัวลดลงจากไตรมาส 4 ปี 56 ที่ดัชนี 50.5 และลดลงจากไตรมาสแรก ปี 56 ที่ดัชนี 57.8 ซึ่งถือว่าลดลงต่ำที่สุดในรอบ 9 ไตรมาส นับจากช่วงวิกฤตน้ำท่วมปลายปี 54 หรือ 2 ปี 3 เดือน สะท้อนให้เห็นว่าผู้ประกอบการยังขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะด้านยอดขายและผลประกอบการ นอกจากนี้ยังกังวลด้านการลงทุน การจ้างงาน ต้นทุนการประกอบการ การชะลอเปิดโครงการใหม่ หรือระยะ(เฟส)ใหม่ ทั้งนี้ เมื่อแยกประเภทผู้ประกอบการ พบว่า ผู้ประกอบการที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บมจ.) มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน 45.6 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 56.2 ส่วนผู้ประกอบการที่ไม่ใช่บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีค่าดัชนีความเชื่อมั่นในภาวะปัจจุบัน 41.9 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 44.8 แต่แสดงให้เห็นว่าความเชื่อมั่นลดลงมาก ทั้งผู้ประกอบการไม่ว่าจะรายใหญ่ รายกลาง หรือรายเล็ก ส่วนดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้า ประจำไตรมาสแรกนั้น เท่ากับ 58.2 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ซึ่งมีค่า 62.0 และลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปี 56 ที่ 71.6 โดยในส่วนของบมจ. มีค่าดัชนี 61.9 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 67.2 ส่วนบริษัทที่ไม่ได้จดทะเบียน ดัชนี 54.5 ลดลงจากไตรมาสที่แล้ว ที่ 56.8 เนื่องจากผู้ประกอบการยังกังวลต่ออนาคต จากปัจจัยลบต่าง ๆ ซึ่งยังมีแนวโน้มยืดเยื้อทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง ด้านนายเลอศักดิ์ จุลเทศ รองประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในส่วนของบริษัทนั้น ถือว่าสวนกระแส โดยอาจจะปรับเพิ่มเป้าหมายยอดขายและรายได้อีกครั้งช่วงกลางปีนี้ หลังจากที่ผลประกอบการไตรมาสแรกที่ผ่านมาถือว่าดีมาก เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะเดือนมี.ค.ที่ยอดขายเติบโตมาก ซึ่งมองว่าน่าจะมาจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้อารมณ์ในการซื้อดีขึ้นด้วย ส่วนยอดขายก็ค่อนข้างดี โดยเฉพาะโครงการที่อยู่บริเวณรอบนอกกทม. และปริมณฑล เพราะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากการเมือง ทำให้คาดว่าปีนี้อาจจะพัฒนาโครงการใหม่มากกว่า 50 โครงการ ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 30-50 โครงการได้แน่นอน ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมแห่งใหม่ ชื่อ พลัม คอนโด เอ็กซ์ตร้า พระราม 2 ซึ่งมี 3 เฟส รวม 2,044 ยูนิต มูลค่า 3 เฟส 3,200 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการขยายตลาดคอนโดฯ ติดถนนพระราม 2 เป็นโครงการแรก สำหรับทำเลถนนพระราม 2 ที่เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะใกล้แหล่งงาน แวดล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก ทั้งทางด่วน ห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งเจาะกลุ่มวัยเริ่มต้นทำงาน และครอบครัวขยาย ราคาเริ่มต้นตารางเมตรละ 55,000 บาท หรือยูนิตละ 9 แสนบาทปลาย ๆ ทั้งนี้ได้เปิดตัวโครงการไปสัปดาห์ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีผู้เข้าชมกว่า 700 ราย และมียอดขายแล้วกว่า 200 ยูนิต คิดเป็นยอดขาย 260 ล้านบาท ถือว่าได้รับการตอบรับค่อนข้างดี  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีฯอสังหาริมทรัพย์ต่ำสุดรอบ2ปี3เดือน

  • หุ้นไทยปิดลบ 5.40 จุด

    หุ้นไทยปิดลบ 5.40 จุด

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 เม.ย. ดัชนีไหลลงทันทีที่เปิดตลาด ก่อนจะแกว่งตัวผันผวนในแดนลบแทบทั้งวัน ตามแรงเทขายทำกำไรของนักลงทุน หลังดัชนีปรับขึ้นสูงในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากได้รับปัจจัยหนุนภายนอกที่เสริมให้ดัชนีปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยลดลงต่ำสุด 1,387.95 จุด และทะยานขึ้นสูงสุด1,398.73 จุด จนมาปิดตลาด 1,391.22 จุด ลดลง 5.40 จุด หรือ 0.39 % ด้วยมูลค่าซื้อขาย34,514.26 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1. สุธากัญจน์ ปิดที่ 6.20 บาท เพิ่มขึ้น 2.50  บาท 2. ธ.กรุงเทพ ปิดที่  184.00 บาท เพิ่มขึ้น 0.50 บาท 3. ธ.กสิกรไทย ปิดที่ 181.50  บาท ลดลง 2.00 บาท 4. ธ.ไทยพาณิชย์ ปิดที่  160.00 บาท ลดลง 2.00   บาท 5. เอไอเอส ปิดที่ 223.00 บาท ลดลง 6.00   บาท 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หุ้นไทยปิดลบ 5.40 จุด