ผู้เขียน: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • พาณิชย์ร่วมใจ  ช่วยเหลือชาวนา

    พาณิชย์ร่วมใจ ช่วยเหลือชาวนา

    นางศรีรัตน์รัษฐปานะปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวน บุคลากรของกระทรวงฯ ทั้งในส่วนกลางส่วนภูมิภาค และในต่างประเทศรวมทั้งพันธมิตรและเครือข่ายของกระทรวงฯ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาโดยได้เปิดบัญชี ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) สาขากระทรวงพาณิชย์ ชื่อ “ กองทุนร่วมใจช่วยเหลือชาวนา(กระทรวงพาณิชย์) ”ประเภทออมทรัพย์ เลขที่บัญชี385-0-12503-3รวมทั้งตั้งกล่องรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนา ณสำนักงานกระทรวงพาณิชย์ในภูมิภาคทุกจังหวัด และสำนักงานพาณิชย์ในต่างประเทศทั่วโลก“กระทรวงพาณิชย์ได้เริ่มรณรงค์ขอรับบริจาคเงินช่วยเหลือชาวนาตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย. นี้และจะนำเงินที่ได้ทั้งหมดไปให้ชาวนาทั่วประเทศผ่านกองทุนช่วยเหลือชาวนา ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรต่อไป ”นางศรีรัตน์กล่าวว่า ก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์ได้ร่วมกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจัดครูมาสอนงานฝีมือแก่กลุ่มชาวนาที่เดือดร้อนจากกรณีที่ไม่ได้เงินจากโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาลและมาปักหลักชุมนุมอยู่ที่กระทรวงพาณิชย์ เพื่อใช้เวลายามว่างให้เป็นประโยชน์และนำความรู้ที่ได้ไปประกอบเป็นอาชีพเสริมเพื่อนำความรู้ไปประกอบอาชีพเสริมในช่วงที่ว่างเว้นจากการทำนา

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : พาณิชย์ร่วมใจ ช่วยเหลือชาวนา

  • หอการค้าฯเล็งปรับจีดีพีรอบ 3

    หอการค้าฯเล็งปรับจีดีพีรอบ 3

    นายธนวรรธน์พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ในวันที่ 20มี.ค. 57 ศูนย์จะปรับประมาณการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทยในปี 57ใหม่เป็นครั้งที่ 3 จาก 4-5% เหลือ 2-3% เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง รวมถึงความล่าช้าในการได้รัฐบาลชุดใหม่เพื่อมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจและในอนาคตอาจจะปรับประมาณการณ์อีกหากสถานการณ์ทางการเมืองรุนแรงมากกว่านี้จนเกิดการปะทะกันหรือ รัฐบาลชุดใหม่สามารถจัดตั้งได้ล่าช้าหลังไตรมาสที่ 2 หรือ 3 ของปี"ในครั้งแรกทางศูนย์ได้คาดการณ์จีดีพีไทยปี57 ที่ระดับ 4-5% ในช่วงเดือน ธ.ค. 56 แล้วมาเปลี่ยนใหม่ครั้งที่ 2 ในช่วงม.ค. 57ที่ระดับ 3-4% และในเดือน มี.ค. ก็จะปรับใหม่ในระดับ 2-3% แต่ในเดือน มี.ค. นี้ถือว่าเป็นประกาศปรับตัวเลขอย่างเป็นทางการในครั้งแรกเนื่องจากทางศูนย์ฯเริ่มเห็นสัญญาณต่างๆที่ชัดเจนมากขึ้นจากก่อนหน้านี้ถือว่าเป็นปรับตัวเลขที่ยังไม่เป็นทางการ”ทั้งนี้ สาเหตุที่ศูนย์ประเมินว่าโอกาสที่ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจในปี57 ที่มีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุดคือ 2-3% นั้นมาจากสมมุติฐานว่า ประเทศไทยสามารถได้รัฐบาลชุดใหม่ในช่วงไตรมาสที่ 2ของปีไม่ว่าจะมาจากการเลือกตั้งหรือแต่งตั้งก็ตามเพื่อที่จะช่วยขับเคลื่อนเม็ดเงินลงทุนของภาครัฐที่จะมีประมาณปีละ 400,000 ล้านบาทรวมถึงได้สามารถเร่งความเชื่อมั่นแก่นักลงทุน นักท่องเที่ยว ภาคการบริโภคและการส่งออกได้เพราะในปัจจุบันกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยเกือบทุกภาคดับเกือบหมดยกเว้นการท่องเที่ยวที่ยังพยุงเศรษฐกิจไทยให้ขยายตัวได้อย่างไรก็ตามหากสถานการณ์ทางการเมืองไทยยังไม่สามารถหาข้อยุติจนทำให้ประเทศไทยได้รัฐบาลชุดใหม่ในไตรมาสที่3 ของปี ก็อาจทำให้อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยอยู่ในระดับ 0-2% แต่หากปัญหายังลากยาวจนตั้งรัฐบาลใหม่ได้ในไตรมาสที่4 ของปีก็จะทำให้เศรษฐกิจติดลบทันที

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : หอการค้าฯเล็งปรับจีดีพีรอบ 3

  • ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 12 ปี

    ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 12 ปี

    นายธนวรรธน์พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.พ. 57 อยู่ระดับ 69.9 เป็นอัตราที่ต่ำสุดรอบ 148 เดือน หรือ 12 ปี 4 เดือน นับตั้งแต่เดือนพ.ย. 44 เนื่องจากความกังวลของการขุมนุมทางการเมือง การชัดดาวน์กรุงเทพฯ ผลการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ.ที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้การประกาศใช้ พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเวลา 60 วัน ความล่าช้าในการจ่ายเงินในโครงการรับจำนำข้าว ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำโดยเฉพาะยางพาราคาที่ราคา60 บาทต่อกก.ต่อต่ำกว่า 2-3ปีก่อนที่ราคา 180 บาทต่อกก. และปัญหาค่าครองชีพที่อยู่ในระดับสูง“ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่เป็นอยู่ในขณะนี้ถือว่าอยู่ในสถาวะที่ถดถอยมากจนผู้บริโภคไม่มีความเชื่อมั่นทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โดยปัญหาหลักๆเป็นเรื่องปัญหาทางการเมือง การประกาศพ.ร.ก. ฉุกเฉินที่กระทบต่อการลงทุนและการท่องเที่ยวอย่างมากรวมถึงกรณีความล่าช้าในการจ่ายเงินโครงการรับจำนำข้าวที่ทำให้การบริโภคในต่างจังหวัดลดลงอย่างมากเนื่องจากชาวนาไม่มีเงินในการซื้อสินค้า”สำหรับสถานการณ์ทางการเมืองซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของการชะลอตัวการบริโภคนั้นภาคธุรกิจและประชาชนต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องเร่งเจรจาในการหาทางออกของประเทศให้เร็วที่สุดรวมถึงการเร่งยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นขององค์กร 7 เอกชนก็เคยเสนอต่อรัฐบาลไปก่อนหน้านี้แล้วเพราะจะมีผลกระทบต่อการท่องเที่ยว และการลงทุน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเพราะปัจจุบันกระแสของชะลอการมาเที่ยวในไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติเริ่มลดลงและเงินทุนต่างชาติบางส่วนก็เปลี่ยนแปลงจากเดิมมาไทยไปประเทศเพื่อนบ้านแทน

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดรอบ 12 ปี