ไอบีเอ็มเผยแนวโน้มเทคโนโลยีอนาไลติกส์รุ่ง แต่ขาดแคลนกำลังคน พร้อมจับมือ 9 มหาวิทยาลัยและสมาคมทีเอ็มเอ หนุนเพิ่มทักษะยกระดับความสามารถบัณฑิตไทย นางพรรณสิรี อมาตยกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน บิ๊กดาต้า โมบายล์คอมพิวติ้ง และคลาวด์คอมพิวติ้งส่งผลให้เทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและอนาไลติกส์ กลายเป็นกลไกสำคัญของการทำธุรกิจ สร้างโอกาส และส่งผลให้เกิดความต้องการบุคลากรด้านไอทีที่มีศักยภาพสูงขึ้น ซึ่งไอดีซีคาดว่าเทคโนโลยีบิ๊กดาต้าและธุรกิจบริการจะเติบโตเฉลี่ย 27% ต่อปี จนมีมูลค่า 32.4 พันล้านดอลลาร์ในปี 2560 หรือสูงกว่า 6 เท่าเมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของตลาดไอซีทีโดยรวม ขณะที่ตลาดการให้บริการเทคโนโลยีอนาไลติกส์จะเติบโตในอัตรา 10.8% ต่อปี ไปจนถึงปี 2560 ส่วนตลาดแรงงาน การ์ทเนอร์ระบุมีความต้องแรงงานด้านนี้ 4.4 ล้านอัตราทั่วโลกภายใน ปี พ.ศ.2558 แต่จะมีบุคลากรที่พร้อมเพียงหนึ่งในสามเท่านั้น เพราะปัญหาการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะความชำนาญที่เหมาะสม ล่าสุดไอบีเอ็มร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.เกษตรศาสตร์ ม.ขอนแก่น ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ม.แม่โจ้ ม.มหิดล ม.เทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ม.รังสิต ม.ธรรมศาสตร์ และสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย หรือทีเอ็มเอ ในการนำความรู้ความสามารถด้านอนาไลติกส์เสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับบุคลากรไทย พร้อมเชื่อมต่อภาคการศึกษาและเอกชน เพื่อต่อยอดธุรกิจ ภายใต้ความร่วมมือนี้ ผู้เชี่ยวชาญของไอบีเอ็มจะถ่ายทอดทักษะความรู้ด้านอนาไลติกส์ให้แก่อาจารย์ผู้สอน พร้อมนำองค์ความรู้จากไอบีเอ็มเข้าร่วมพัฒนาวิชาในสาขาที่เกี่ยวข้อง 36 รายวิชา ขยายความร่วมมือด้านการสร้างศูนย์บ่มเพาะความเป็นเลิศเพิ่มจากเดิมที่มี 3 แห่งเป็น 5 แห่งในปีนี้ นอกจากนี้ยังมีการอบรม การสอบรับประกาศนียบัตร และฝึกงานในสภาพแวดล้อมจริงทางธุรกิจ ทั้งนี้สามารถใช้ซอฟต์แวร์และคลาวด์ในฐานะโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย คาดว่าปีนี้จะมีนักศึกษากว่า 5,000 คนที่ได้เรียนรู้ทักษะดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการเพิ่มบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีอนาไลติกส์ของไทยจากเดิมที่มีประมาณ 2 หมื่นคน ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอบีเอ็มหนุนสร้างกำลังคนด้านอนาไลติกส์
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

ไอบีเอ็มหนุนสร้างกำลังคนด้านอนาไลติกส์
-

เอไอเอสเตรียมกำหนดวงเงินซื้อแอพ
ใครจะไปนึกว่าเกมคุกกี้รัน (cookie run) จะกลายเป็นประเด็นทอล์ก ออฟ เดอะทาวน์ของคนไทย ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุเกิดจากลูกค้าของเอไอเอส 3จี หลายสิบราย ในระบบรายเดือน ต่างได้รับใบแจ้งหนี้รอบบิลปัจจุบัน แล้วเกิดอาการบิลช็อกกับหนี้ค่าใช้บริการและซื้อสินค้าหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสน เมื่อตรวจสอบกับคอลเซ็นเตอร์พบว่า เป็นการใช้งานจริงที่เกิดจากการซื้อไอเท็มในเกมคุกกี้รัน ซึ่งคนไทยกำลังฮิตเล่นกันทั่วบ้านทั่วเมือง จนทำเอาคนที่ไม่เล่นบ่นพึมพำ แทบจะลบเบอร์ออกจากเครื่อง เพราะวัน ๆ ได้รับแต่คุกกี้รันมาให้ นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานตลาด เอไอเอส เล่าให้ฟังว่า ระบบการเก็บเงินโดยโอปเรเตอร์ นั้น เป็นบริการของกลุ่มสิงเทล ซึ่งเอไอเอสเป็นหนึ่งในนั้น ออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งระบบเติมเงินและรายเดือน ที่ไม่มีบัตรเครดิต หรือไม่ต้องการใช้บัตรเครดิต ซื้อแอพพลิเคชั่นในสโตร์ทั้งกูเกิลเพลย์ สโตร์ และแอพสโตร์ เปิดบริการครั้งแรกเมื่อเดือนเมษายน แต่ช่วงสิ้นเดือนพฤษภาคม ระบบตรวจสอบมียอดเงินจากการใช้งานในแอพสูงผิดปกติ และมีการร้องเรียนจากลูกค้า จึงปิดระบบทันที เมื่อตรวจสอบก็พบว่า เป็นยอดเงินที่เกิดจากการใช้งานจริง กดซื้อจริง “ระบบจะกำหนดเลยว่า เวลาซื้อไอเท็มแต่ละครั้ง จะต้องมีการยืนยันและส่งใบเสร็จยืนยัน แต่มีข้อมูลที่ได้รับการยืนยันจากหลายคนว่า เล่นแบบนี้แล้วฟรี ไปแฮกแบบที่มีให้ดูบนวิดีโอคลิป ซึ่งจุดนี้ทำให้เอไอเอสกังวลมาก เพราะทำไปแล้วทำให้เกิดค่าใช้จ่าย เพราะมีการใช้งานเกิดขึ้น ไม่สามารถจะไปหยุดบิลได้ แต่เมื่อลูกค้าเดือดร้อนจริง ๆ เพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ มียอดเก็บเงินสูงมาก จึงเลือกจะดูแลลูกค้าทุกคนก่อน แม้เวลานี้การหารือกับกูเกิล ซึ่งเป็นเจ้าของร้านค้าจะยังไม่มีข้อสรุป “กลุ่มที่ยอดสูงมาก ๆ มีจำนวนประมาณหกสิบคน ที่เหลือเป็นยอดสูงปานกลาง ต่ำสุดหลักร้อยบาท สูงสุดประมาณหกแสนบาท เอไอเอส รับทราบข้อมูลก่อนจะรู้จากสื่อ เริ่มดูแลมาตั้งแต่ต้น เพราะลูกค้ารู้เท่าไม่ถึงการณ์จริง ๆ ไม่มีใครตั้งใจโกง เพราะถ้ารู้ว่า ใช้งานแล้วจะเสียเงินมากขนาดนี้ คงไม่มีใครกล้า” ผู้บริหารเอไอเอส ยอมรับว่า ระบบการชำระเงิน แม้จะเป็นมาตรฐานโลก มีความปลอดภัยสูง แต่ร้านค้าเป็นผู้กำหนดการจ่ายเงิน การจ่ายเงินผ่านเอไอเอสจึงไม่ได้กำหนดวงเงินค่าใช้จ่าย ต่อไปนี้เอไอเอสจะมีระบบกั้นไว้อีกชั้น เพื่อกำหนดวงเงินซื้อสินค้า เหมือนที่กำหนดวงเงินค่าโทรฯ เพื่อความสบายใจและมั่นใจของลูกค้า คาดว่า จะเริ่มให้บริการได้ภายในเดือนกรกฎาคม ขณะนี้ กำลังหารือเรื่องวงเงินที่จะกำหนดเอาไว้เป็นค่ากลาง ลูกค้าสามารถกำหนดได้ด้วยตัวเอง เป็นรายบุคคล นอกจากนี้ จะเน้นเรื่องให้ความรู้การใช้งานสมาร์ทโฟนว่ามีเครื่องมือ หรือมีแอพพลิเคชั่นใหม่ ๆ อะไรบ้างที่ควรระมัดระวังเรื่องการใช้งาน คาดว่าภายใน 1 สัปดาห์นับจากนี้ จะเห็นการรณรงค์เรื่องนี้จากสื่อทุกช่องทาง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นการใช้งานที่เกิดขึ้นจริง ๆ สิ่งแรกที่ควรคำนึงก็คือ อย่าเชื่อทุกอย่างบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มาชัดเจน หากไม่แน่ใจควรสอบถามจากคอลเซ็นเตอร์ของเอไอเอสโดยตรง” ปัญหานี้ ส่วนใหญ่เกิดกับผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ เพราะเป็นระบบปฏิบัติการที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด. วิธีการตั้งรหัสผ่านโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์ก่อนซื้อของในกูเกิลเพลย์ เพื่อป้องกันเด็ก ๆ เผลอกดซื้อของในเกม วิธีการตั้งรหัสให้เข้าไปที่แอพ PlayStore สโตร์ผ่านทางสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต แล้วเลือกที่แท็บตรงมุมด้านบนซ้ายมือจากนั้นกดที่ การตั้งค่า > ต้องป้อนรหัสผ่านเพื่อสั่งซื้อ > เลือกที่สำหรับการสั่งซื้อทั้งหมดผ่านทางกูเกิลเพลย์ บนอุปกรณ์นี้จากนั้นก็ทำการกรอกรหัสผ่าน จีเมลเป็นการยืนยันรหัส เมื่อทำการตั้งค่าเช่นนี้แล้วเวลาที่กดซื้อคอนเทนต์ทั้งหมดผ่านกูเกิล ก็จะต้องทำการกรอกรหัสเพื่อยืนยันคำสั่งซื้อทุกครั้ง (โดยจะใช้เป็นรหัสจีเมลของเรา) ส่วนผู้ใช้ระบบปฏิบัติการไอโอเอสของแอปเปิล สามารถเลือกปิด In-App Purchases โดยตั้งค่าง่าย ๆ ไปที่ Settings >General >Restrictions > Enable Restrictions> In-App Purchases > OFF
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เอไอเอสเตรียมกำหนดวงเงินซื้อแอพ -

TACGA พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยรับทีวีดิจิตอล
นายนิธิพัฒน์ สมสมาน นายกสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ไทยหรือ TACGAเปิดเผยว่า สมาคมฯ พร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการด้านแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์กราฟิกส์ของไทยอย่างเต็มที่เพื่อรองรับความต้องการทั้งในส่วนของคอนเทนท์ ไม่ว่าจะเป็นการผลิตการ์ตูนแอนิเมชั่นการสร้างภาพเคลื่อนไหวในรูปแบบของคอมพิวเตอร์กราฟิก (CG)และเทคนิคพิเศษ (VFX)สำหรับงานโทรทัศน์งานโฆษณาและภาพยนตร์ รวมถึงการนำเทคโนโลยีและคอมพิวเตอร์คุณภาพสูงมาใช้ในการผลิตงานทั้งนี้จากข้อมูลปี 2554 ที่ผ่านมา ระบุว่ามูลค่าทางด้านการตลาดของเนื้อหาดิจิตอลหรือ ดิจิตอลคอนเทนท์ มี 3 ประเภท ประกอบด้วย แอนิเมชั่น และ อีเลิร์นนิ่ง คิดเป็นมูลค่าทางด้านการตลาดรวมกันประมาณ16,467 ล้านบาท แยกเป็นตลาดเกมส์ประมาณ 8,806 ล้านบาท ตลาดแอนิเมชั่น 5,623 ล้านบาท และตลาด 2,038 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดของการสร้างภาพเคลื่อนไหวและคอมพิวเตอร์กราฟฟิคมีมูลค่าการตลาดอยู่ประมาณ 424 ล้านบาท แบ่งออกเป็นCGสำหรับภาพยนตร์โฆษณา 241 ล้านบาท และCGสำหรับภาพยนตร์ 183 ล้านบาท โดยประเมินว่ากลุ่มCGจะได้รับอานิสงค์จากดิจิทัลทีวีมากที่สุด เพราะอุตสาหกรรมโทรทัศน์ของไทยต้องการลงทุนและพัฒนาการสร้างภาพเคลื่อนไหวทั้งในรูปของคอมพิวเตอร์กราฟิค(CG)และ เทคนิคพิเศษ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในปีนี้ในส่วนสื่อโทรทัศน์จะมีการเติบโตของคอนเทนต์เพิ่มขึ้น 2% หรือคิดเป็นมูลค่า 70,800 ล้านบาทสำหรับการเปลี่ยนแปลงของวงการโทรทัศน์ไทยสู่โทรทัศน์ระบบดิจิตอล 48 ช่อง ซึ่งในจำนวนนี้ 3 ช่องเป็นช่องสำหรับเด็กโดยเฉพาะภาพยนตร์การ์ตูนแอนิเมชั่นจึงเป็นที่ต้องการอย่างมากแต่การผลิตในประเทศไม่เพียงพอ ทำให้ตอนนี้มีการนำเข้าการ์ตูนจากต่างประเทศเป็นหลักเพื่อให้มีจำนวนพอเพียงตามช่วงเวลา จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการไทยที่จะสร้างคาร์แรคเตอร์ใหม่ๆและการ์ตูนแอนิเมชั่นเรื่องใหม่ๆ ให้กับช่องทีวีที่มีความต้องการการ์ตูนเพิ่มขึ้น“แต่เนื่องจากโทรทัศน์ระบบดิจิตอลต้องการคอนเทนต์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการส่งสัญญาณภาพที่มีความละเอียดสูง(HD)โดยมีขนาดภาพที่ใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า ดังนั้นในส่วนของการผลิตงานการ์ตูนแอนิเมชันการสร้างภาพเคลื่อนไหวทั้งในรูปแบบคอมพิวเตอร์กราฟิกส์และเทคนิคพิเศษ จึงจำเป็นต้องมีการลงทุนเพิ่มในหลายๆด้านทั้งทางด้านบุคลากรอุปกรณ์และเทคโนโลยี”ด้าน นายธนัช จุวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อิ๊กดราซิล กรุ๊ปจำกัด ในฐานะคนทำงานเบื้องหลังเปิดเผยว่า“ยิ่งภาพคมชัดมากขึ้นเท่าไหร่ยิ่งเห็นรายละเอียดมาก จากเดิม 720×576 กลายมาเป็น 1920×1080 ภาพใหญ่กว่าเดิมถึง 5 เท่า ลูกค้าก็ต้องการงานที่มีคุณภาพที่สูงขึ้นการทำงานยิ่งต้องปราณีตขึ้น แต่เราก็ต้องลงทุนเพิ่ม ทั้งคอมพิวเตอร์เครื่องเรนเดอร์ เซิร์ฟเวอร์ รวมถึงระบบจัดเก็บข้อมูลด้วยสอดคล้องกับนายวรนันท์ ธรรมภักดิ์โภคิน กรรมการผู้จัดการบริษัท ดิจิตอล เมจิค เอฟเฟ็ค เฮาส์จำกัด ที่ให้ข้อมูลว่า“งานมากขึ้นแต่การทำงานก็ต้องละเอียดขึ้น ใช้เวลามากขึ้น คนทำงานเองก็ต้องพัฒนาทักษะและฝีมือตนเองให้สูงขึ้นตามไปด้วยและแน่นอนยังมีความต้องการคนทำงานเบื้องหลังอย่างพวกComputerGraphicเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ค่าใช้จ่ายในด้านบุคลากรและเครื่องไม้เครื่องมือก็เลยต้องเพิ่มสูงขึ้นไปด้วยทั้งนี้ การมาของทีวีดิจิตอลจึงส่งผลให้ปริมาณของงานในภาคธุรกิจดังกล่าวจะมีเพิ่มมากขึ้นสร้างโอกาสในการขยายงานและสร้างให้เกิดผู้ประกอบการหน้าใหม่เกิดขึ้นอีกมากรวมทั้งความต้องการบุคลากรในสาขานี้ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานอยู่เบื้องหลังจึงเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทั้งการดึงตัว และการรับนักศึกษาที่จบใหม่เข้าทำงานแต่ทางสมาคมฯ เองมีความเป็นห่วงในเรื่องของงบประมาณการผลิตที่ดูจะไม่สอดคล้องต่อระยะเวลาในการทำงานและปริมาณงานที่เพิ่มมากขึ้นเพราะเมื่อเทียบกันแล้ว ระยะเวลาและงบประมาณที่มีให้กลับน้อยลงหรือเท่าเดิมในขณะที่ผู้ผลิตงานต้องใช้เวลาทุ่มเท ใส่ใจและพิถีพิถันมากขึ้นและต้องลงทุนกับอุปกรณ์และเทคโนโลยีใหม่ๆ อีกด้วย
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : TACGA พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการไทยรับทีวีดิจิตอล