เปิดโครงการจดโดเมน “.th” วันที่ 1–30 มิ.ย. นี้ ชี้ ระบุช่วยให้ชื่อเว็บ สั้น กระชับ จดจำง่าย เตรียมนำผลวิเคราะห์ที่ได้ศึกษาความต้องการใช้เว็บไซต์ นายภาคภูมิ ไตรพัฒน์ กรรมการ บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด ในฐานะอนุกรรมการนโยบายโดเมน มูลนิธิศูนย์สารสนเทศเครือข่ายไทย เปิดเผยว่า ได้เปิดโครงการให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมจดโดเมนระดับ 2 สมัครจดชื่อเว็บไซต์ภาษาอังกฤษภายใต้โดเมน “.th” (ดอททีเอช) โดยไม่ต้องมีรหัสหมวดหมู่องค์กรมาคั่นกลาง อาทิ .co.th หรือ .go.th และ .or.th ให้เหลือแต่ .th เพียงอย่างเดียว ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บไซต์สั้นลง กระชับ และสะดุดตา โดยจะเปิดรับให้จด .th เป็นระยะเวลา 1 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1-30 มิ.ย. 57 คาดว่าจะมีผู้ที่สนใจประมาณ 100 ราย เข้าร่วมโครงการ ซึ่งจะนำผลที่ได้ไปศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบ และรวมรวบข้อมูลสถิติเพื่อวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า รวมถึงเทรนด์ความต้องการแนวทางเพิ่มเอกลักษณ์ให้โดดเด่นของเว็บไซต์ สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะสมัครจดโดเมน ดอททีเอช แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่มีโดเมนอยู่แล้ว 6 หมวดคือ .co.th, .ac.th, .go.th, .or.th, .Mi.th, และ .net.Th ที่ได้คัดกรองมาระดับหนึ่งแล้ว ยกเว้น .in.th เนื่องจากไม่มีเงื่อนไข ใครก็สามารถจดได้ กลุ่มที่สอง คือ กลุ่มที่จดชื่อโดเมนที่มีเครื่องหมายการค้าที่ได้รับการจดทะเบียนจากกรมทรัพย์สินทางปัญหา และกลุ่มที่สาม คือกลุ่มที่ขอจดชื่อโดเมน อาทิ ชื่อบริษัท สถานประกอบการ สถานศึกษา หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ โครงการที่ต้องการประชาสัมพันธ์ รวมถึงชื่อบุคคลที่มีรายชื่อตามทะเบียนบ้าน น.ส.วิไลวัลย์ พนารินทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ที.เอช.นิค จำกัด กล่าวว่า สถิติของการจดชื่อโดเมน .th ในเดือน เม.ย. 57 รวมทั้งสิ้น 63,246 ชื่อ โดยชื่อที่ได้รับความนิยมในการจดมากที่สุดคือ .co.th จำนวน 32,785 รายชื่อ รองลงมาคือ .in.th จำนวน 16,400 รายชื่อ โดยแนวโน้มการจดชื่อโดเมนมีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง เนื่องจากองค์กรทั่วไปหันมาให้ความสนใจประชาสัมพันธ์และทำการตลาดบนโลกออนไลน์มากขึ้น อย่างไรก็ตามค่าใช้จ่ายสำหรับการขอจดโดเมน จะเสียค่าลงทะเบียน 10,000 บาท และจะใช้ระยะเวลาการพิจารณาจำนวน 30 วัน จึงจะประกาศรายชื่อ ทั้งนี้ผู้ที่ผ่านการพิจารณาจะเสียค่าใช้จ่ายธรรมเนียม 1 แสนบาท สำหรับรายปี และ 1 ล้านบาท สำหรับตลอดอายุการใช้งาน.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เปิดจดชื่อโดเมน ‘.th’ ช่วยให้จดจำง่าย
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

เปิดจดชื่อโดเมน ‘.th’ ช่วยให้จดจำง่าย
-

กสท.วางเกณฑ์ใบอนุญาตจัดเรตติ้งทีวี-วิทยุ
กสท.เล็งประชาพิจารณ์ผู้ขอใบอนุญาตจัดเรตติ้ง ทีวี-วิทยุ ระบุ ผู้ขอใบอนุญาตจะต้องตัดปัญหาหุ้นต่างด้าว ห้ามต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 25% ตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 นายพสุ ศรีหิรัญ รักษาการผู้อำนวยการกลุ่มงานวิชาการและจัดการทรัพยากรกระจายเสียงและโทรทัศน์ ในคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้กระบวนการให้ใบอนุญาตแบบประยุกต์ ประเภทการสำรวจความนิยมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (เรตติ้ง) คืบหน้ามากแล้ว โดย วันที่ 26 มิ.ย. 57 จะนำร่างประกาศดังกล่าวออกรับฟังความเห็นสาธารณะ (ประชาพิจารณ์) และจะนำเสนอบอร์ด กสท. อนุมัติภายในเดือน ก.ค. 57 คาดว่าจะประกาศในราชกิจจานุเบกษาต้นเดือน ส.ค. 57 อย่างไรก็ตาม ปัจจุบัน การสำรวจเรตติ้งโทรทัศน์ในประเทศไทยมีเพียงรายเดียว คือ บริษัท เอซี เนลสัน ซึ่งการให้ใบอนุญาตของ กสท. เพื่อต้องการปลดล็อกการสำรวจเรตติ้งให้มีมากกว่า 1 ราย โดยสามารถสำรวจได้ทั้งโทรทัศน์และวิทยุ และต้องส่งรายชื่อผู้ที่มีความชำนาญในการตรวจสอบความถูกต้องอย่างน้อย 5 ราย ทั้งนี้ จากผลการศึกษาหลายประเทศพบว่า บริษัทสำรวจเรตติ้งในประเทศควรมีมากสุด 2-3 รายเท่านั้น เพื่อให้เรตติ้งที่ออกมามีคุณภาพและไม่สร้างความสับสนมากเกินไป นายพสุ กล่าวว่า สำหรับผู้ที่มีสิทธิขอใบอนุญาตเรตติ้งได้ จะต้องเป็นผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.ประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2551 คือ ห้ามต่างชาติถือหุ้นในสัดส่วนไม่เกิน 25% ดังนั้น หากผู้ประกอบการรายเดิมต้องการเข้าสู่กระบวนการใบอนุญาต จะต้องปรับเงื่อนไขสถานะบริษัทให้มีคนไทยถือหุ้น 75% นอกจากนี้ ผู้ที่มีสิทธิได้รับใบอนุญาตจะต้องมีรายละเอียดของกลุ่มตัวอย่างชัดเจน เช่น จำนวนและการกระจายกลุ่มตัวอย่างให้หลากหลาย รูปแบบและประเภทของการวัดผล โดยเมื่อได้รับใบอนุญาตแล้ว จะต้องจ่ายค่าธรรมเนียมในอัตรา 2% ต่อปี.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.วางเกณฑ์ใบอนุญาตจัดเรตติ้งทีวี-วิทยุ -

‘LG G3’ สมาร์ทโฟนมากด้วยเทคโนโลยี
แม้จะไม่ได้ยืนอยู่บนสถานะผู้นำอันดับ 1 ในตลาดสมาร์ทโฟนของไทย แต่ “แอลจี” ที่มีชื่อเสียงไม่เป็นรองใครในฐานะผู้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ในตลาดโลก ก็ยังคงเดินหน้ารุกตลาดสมาร์ทโฟนของไทยอย่างต่อเนื่อง เมื่อมีการเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ๆ ของแอลจีในตลาดโลก แน่นอนว่าไทยก็เป็นเป้าหมายที่แอลจีจะนำผลิตภัณฑ์ลงสนามแข่งกันชิงส่วนแบ่งในตลาดที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่องทุก ๆ ปี ล่าสุดทาง บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ได้จัดงานเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ แอลจี จี 3 (LG G3) ที่ประเทศสิงคโปร์ และได้เชิญสื่อมวลชนจากประเทศไทยเข้าร่วมงานพร้อมสื่อมวลชนประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาคนี้ ซึ่งสิงคโปร์เป็น 1 ใน 6 เมืองสำคัญทั่วโลก นอกเหนือจาก ลอนดอน นิวยอร์ก ซานฟรานซิสโก กรุงโซล และอิสตันบูล ที่ได้รับเลือกให้เป็นสถานที่จัดงานเปิดตัว พร้อมกันในครั้งนี้ แอลจี จี 3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงที่ทางแอลจี ประเทศไทย จะนำมาใช้แข่งกับคู่แข่งรายอื่น ๆ ในตลาดไทยช่วงครึ่งหลังของปี 57 นี้ โดยถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่ได้รวมเทคโนโลยีไว้มากที่สุดเหนือว่าทุกรุ่นที่แอลจีเคยมีมา พัฒนาขึ้นภายใต้ แนวคิด “Simple is the new smart LG G3” ดร.จง ซอก ปาร์ค ประธานและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด กล่าวว่า แอลจี จี 3 คือที่สุดของการวิจัยผู้บริโภค ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของแอลจี โดยรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดเท่าที่มีอยู่ในปัจจุบันไว้ด้วยกัน เป็นการสร้างสรรค์ความลงตัวระหว่างเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ากับการใช้งานที่เรียบง่าย ทั้งนี้สำหรับ แอลจี จี3 รองรับ 3จี และ 4จี แอลทีอี ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.4.2 คิทแคท หน่วยประมวลผลควอลคอมม์ สแนปดรากอน 801 (2.5 GHz) หน้าจอ quad HD 5.5 นิ้ว ความละเอียด 538ppi มากกว่าหน้าจอเอชดี (HD) ถึง 4 เท่า และมากกว่า ฟูล เอชดี (Full HD) เกือบสองเท่า ส่งผลให้หน้าจอมีความคมชัด และสีสวยสมจริง ซึ่งเป็นจุดเด่นของแอลจีที่หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้สัมผัสมาแล้ว ส่วนกล้องหลังความละเอียด 13 เมกะพิกเซล พร้อมเทคโนโลยี เลเซอร์ ออโต้ โฟกัส สามารถถ่ายภาพได้คมชัดด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีของกล้องสมาร์ทโฟนทั่วไป ส่วนฝาหลังเมทัลลิค น้ำหนักเบา ป้องกันรอยนิ้วมือ ออกแบบปุ่มกดด้านหลังแบบ RearKey ขอบจอถูกออกแบบให้บางเฉียบทั้ง 4 ด้าน จึงให้สัดส่วนหน้าจอสูงถึง 76.4% ให้ความรู้สึกเหมือนถือสมาร์ทโฟนหน้าจอขนาดเล็กกว่า ส่วนแบตเตอรี่มีขนาด 3,000 mAh รองรับการใช้งานยาวตลอดวัน ส่วนกล้องหน้า 2.1 เมกะพิกเซล เซ็นเซอร์รับภาพใหญ่กว่าเดิม สามารถถ่ายภาพเซลฟี่ ด้วยโหมด Gesture Control ใช้การกำมือเพื่อเป็นสัญญาณจับเวลาถ่ายภาพย้อนหลัง 3 วินาที ทำให้ถ่ายภาพได้ง่าย พร้อมฟังก์ชัน Virtual Flash ช่วยให้ถ่ายภาพเซลฟี่ได้คมชัดแม้ที่แสงน้อย อย่างที่บอกว่า “แอลจี จี3” ได้รวมเทคโนโลยีเหนือกว่าทุกรุ่นที่มีมา คนที่ชอบพิมพ์ ชอบแชต จึงหายห่วงด้วย ฟีเจอร์ สมาร์ท คีย์บอร์ด ที่เรียนรู้จากผู้ใช้ทำงานให้พิมพ์ได้เร็วขึ้น ลดการพิมพ์ผิดได้ถึง 75% นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์ สมาร์ท โนทิส (Smart Notice) เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่คอยให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งานในช่วงเวลาสำคัญ โดยอิงจากพฤติกรรมรูปแบบการใช้โทรศัพท์และสถานที่ของผู้ใช้ เตือนสายเรียกเข้าที่ผู้ใช้ปฏิเสธและถามต้องการโทรฯกลับหรือไม่ และหากมีแอพพลิเคชั่นจำนวนมากในเครื่องและกินพื้นที่ เครื่องจะถามว่า ต้องการลบออกจากเครื่องหรือไม่ รวมถึงการปรับเปลี่ยนการแจ้งอุณหภูมิและสภาพอากาศในแต่ละวัน เป็นการให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้งาน เช่น วันนี้ควรพกร่มไปด้วยเพราะฝนจะตกเย็นนี้ ซึ่งถือเป็นความสามารถใช้ภาษาอย่างเป็นธรรมชาติ สำหรับความปลอดภัยและการปกป้องข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานกรณีต้องใช้งานร่วมกับผู้อื่นก็มีฟีเจอร์ Knock code ที่ช่วยปลดล็อกหน้าจอด้วยการเคาะเบา ๆ และสามารถเข้ารหัสส่วนตัวจากตำแหน่งใดก็ได้บนหน้าจอ ส่วนฟีเจอร์ Content Lock จะช่วยซ่อนข้อมูลส่วนตัวไม่ให้มองเห็นเมื่อใช้เครื่องร่วมกับผู้อื่น และป้องกันไม่ให้คอมพิวเตอร์มองเห็นข้อมูลเพื่อความปลอดภัย เมื่อนำไปเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ และหากแอลจี จี 3 ถูกขโมย ไป ผู้ใช้สามารถตัดการใช้งานได้และสั่งล้างข้อมูลส่วนตัวจากระยะไกล ได้ด้วยฟีเจอร์ Kill Switch ด้าน นายยอน โฮ (ไมเคิล) เจิง กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า แอลจี จี 3 ถือเป็นสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียมที่จะนำเข้ามาทำตลาดในไทยช่วงครึ่งหลังของปีนี้ โดยบริษัทได้ตั้งเป้าหมายขึ้นเป็นผู้นำอันดับ 2 ของตลาดสมาร์ทโฟนให้ได้ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า โดยจะร่วมมือกับตัวแทนจำหน่ายสมาร์ทโฟนรายใหญ่ของไทย และผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3 รายในไทยในการทำตลาดร่วมกัน ทั้งนี้แอลจี จี 3 มี 6 สี คือ ดำ ตะกั่ว ขาว ทอง ม่วง และแดงเบอร์กันดี้ เริ่มวางจำหน่าย 170 ประเทศทั่วโลกแล้วตั้งแต่วันเปิดตัว คือ 28 พ.ค. ที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทยจะนำเข้ามาจำหน่ายเพียง 3 สี คือ ขาว ดำ ทอง โดยคาดว่าจะเริ่มวางจำหน่ายได้ประมาณสิ้นเดือน มิ.ย.นี้ ส่วนราคายังไม่ได้กำหนดอย่างเป็นทางการใครที่เป็นแฟนแอลจีเก็บตังค์หยอดกระปุกไว้รอกันได้เลยเพราะน่าใช้จริง ๆ. จิราวัฒน์ จารุพันธ์ JirawatJ@dailynews.co.th
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ‘LG G3’ สมาร์ทโฟนมากด้วยเทคโนโลยี