ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ

  • ไมโครซอฟท์ชวนทายบุคลิกผ่านแอพ  Pin Yourself

    ไมโครซอฟท์ชวนทายบุคลิกผ่านแอพ Pin Yourself

    สำหรับผู้ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ โฟน  เพียงจัดหน้าจอ Live Tile ด้วยแอพที่บ่งบอกความเป็นตัวคุณให้สวยงามแล้ว capture ภาพหน้าจอ (screenshot) ส่งมาร่วมสนุกผ่านทางแอพพลิเคชั่น“Pin Yourself” (โหลดได้จาก Windows Phone Store ที่http://bit.ly/PinYourselfApp) แล้วแชร์ภาพพร้อมรับคำทำนายว่าคุณเป็นคนเช่นไรบนFacebook  ส่วนผู้ใช้สมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการอื่นสามารถร่วมสนุกได้โดยผ่านแอพ เฟซบุ้ก (Facebook)  เพียงคลิกhttp://bit.ly/JoinPinYourself ก็สามารถแชร์ภาพพร้อมรับคำทำนายมันๆได้เช่นกันโดยจะประกาศผลผู้โชคดีทุกสัปดาห์ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 27มิถุนายนนี้ ที่ www.facebook.com/nokiathailand 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไมโครซอฟท์ชวนทายบุคลิกผ่านแอพ Pin Yourself

  • ไอซีทีหวังรวมทีโอที-กสท  สร้างโครงข่ายแห่งชาติ

    ไอซีทีหวังรวมทีโอที-กสท สร้างโครงข่ายแห่งชาติ

    ปลัดไอซีที หวังควบรวม “ทีโอที-กสท” เพื่อกิจการโทรคมนาคม หลัง รมว.ไอซีทีหลายสมัยพยายามแต่ไม่สำเร็จ พร้อมดึง 3 ค่ายมือถือไทย ร่วมสร้างโครงการโครงข่ายแห่งชาติ นายสุรชัย ศรีสารคาม ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ต้องการผลักดันให้ บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เกิดการควบรวมกันให้สำเร็จ ซึ่งจะเป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยให้ทั้ง 2 องค์กรสามารถอยู่รอดต่อไปได้ หลังจากที่ไม่มีรายได้จากสัมปทานที่เคยได้รับจากผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เอกชน อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที หลายรัฐบาล ได้มีความพยายามที่จะควบรวมทั้ง 2 รัฐวิสาหกิจ เพื่อลดความซ้ำซ้อนในการดำเนินธุรกิจโดยเฉพาะการลงทุน ซึ่งการควบรวมจะทำให้เหลือองค์กรโทรคมนาคมของประเทศเพียงแห่งเดียว แต่มีความแข็งแรงด้านโครงข่ายที่ช่วยเสริมซึ่งกันและกัน โดย กสท มีโครงข่ายเคเบิลใยแก้วใต้น้ำ โครงข่ายไฟเบอร์ออฟติก ขณะที่ทีโอที มีจุดแข็งในเรื่องของการเข้าถึงผู้ใช้บริการ “หากผลักดันให้เกิดการควบรวมได้สำเร็จ จะมีโครงการโครงข่ายแห่งชาติ ที่จะดึงผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือทั้ง 3ราย คือ เอไอเอส ดีแทค และ ทรูมูฟเอช เข้าร่วมโครงการนี้ เพื่อช่วยขยายและวางโครงข่ายโทรคมนาคมให้เข้าถึงประชาชนได้ทั้งประเทศ” ด้านนายกิตติศักดิ์ ศรีประเสริฐ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กสท กล่าวว่า หากเป็นนโยบายที่ต้องการให้ควบรวมและเห็นว่าเกิดประโยชน์จริงจากการควบรวม ทางกสท ก็ยินดีดำเนินการตาม แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานที่กสท จะไม่เสียประโยชน์ใดๆ ซึ่งต้องพิจารณาในรายละเอียดอีกครั้ง ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการควบรวมไม่เคยประสบความสำเร็จเพราะได้รับการต่อต้านจากสหภาพแรงงานของทั้ง ทีโอทีและกสท ส่งผลให้นโยบายถูกกำหนดให้ทั้งสององค์กรต้องแข่งขันกันเอง แต่จากความล่าช้าของระบบรัฐวิสาหกิจ ทำให้ทั้งสององค์กรไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้เลย.       

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ไอซีทีหวังรวมทีโอที-กสท สร้างโครงข่ายแห่งชาติ

  • ดูการทำงานศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา กสทช.

    ดูการทำงานศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา กสทช.

    เมื่อช่วงเดือนเม.ย. ที่ผ่านมา คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ลุกมาตั้ง “ ศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา วิทยุและโทรทัศน์ที่ผิดกฎหมาย ” เพื่อมอนิเตอร์ช่องรายการทีวีดาวเทียม และวิทยุชุมชน ดังนั้นในสถานการณ์เช่นนี้ สำนักงานกสทช.จึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งความหวัง ที่จะช่วยมอนิเตอร์ จับตา ผู้ที่กระทำความผิด และละเมิดตามประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช. ) นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการกสทช. เปิดเผยว่า ล่าสุดศูนย์มอนิเตอร์ได้ดำเนินการปิดเว็บไซต์ไป120 เว็บไซต์ เนื่องตรวจสอบเนื้อหาที่กระทำผิดและร้ายแรง ตอนนี้กสทช.มีอำนาจเต็มที่ จากปกติที่เมื่อพบเนื้อหากระทำผิดต้องส่งเรื่องให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ( สตช.) และอย.จึงจะขอหมายศาลเพื่อจับกุมได้ แต่ขณะนี้เมื่อพบ กสทช.สามารถขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารได้ทันที ขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า กสทช. ทำเต็มที่ ศูนย์ตรวจสอบดังกล่าว ปกติจะมีเจ้าหน้าที่ประจำ 7คน แต่ในสถานการณ์ปัจจุบันได้เพิ่มขึ้น เป็น 15 คน ในการมอนิเตอร์หลักคือ การหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เนื้อหาที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ เนื้อหาที่หมิ่นประมาท ปลุกปั่น ยั่วยุ ร้ายแรง รวมถึงการโฆษณาผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต และได้ดำเนินการมอนิเตอร์ตลอด 24 ชั่วโมง สำหรับกระบวนการตรวจสอบของกสทช. แบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลักคือ ขั้นตอนที่ 1 การตรวจสอบโดยระบบซอฟต์แวร์ และขั้นตอนที่ 2 คือ การตรวจสอบโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งจะทำหน้าที่ มอนิเตอร์ สปอตโฆษณา และเนื้อหารายการ ซึ่งการมอนิเตอร์จะผ่านระบบอินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ วินาทีต่อวินาที ใช้เทคโนโลยีเทียบเคียงเสียงเรียกว่าออดิโอ ฟิงเกอร์พริ้นต์ ( Audio Finger Print ) ส่งผลให้สามารถรายงานการออกอากาศโฆษณา เนื้อหาที่กำหนดให้ตรวจสอบ ออกอากาศที่ช่องใด รายการใด ช่วงเวลาใด จำนวนการออกอากาศเท่าไหร่ รวมถึงจัดเก็บเนื้อหาโฆษณา เนื้อหารายการ ไฟล์เสียงออกอากาศย้อนหลังได้ ทั้งนี้ระบบจะเก็บฐานข้อมูลโฆษณา (ดาต้าเบส) ไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ เป็นเวลานาน 2 เดือน เบื้องต้นสามารถตรวจสอบได้ครอบคลุม 40 ช่องรายการ สำหรับฟรีทีวี ดาวเทียม และเคเบิล ส่วนอีก 40 ช่อง จะตรวจสอบรายการของสถานีวิทยุชุมชนที่ขึ้นทะเบียนไว้กับ กสทช. 6,000 แห่ง และไม่ได้ลงทะเบียนกับ กสทช. อีก 2,000 แห่ง และในอนาคตจะเพิ่มขีดความสามารถได้ประมาณ 200 ช่อง ในขณะเดียวกันยังรวมมอนิเตอร์เนื้อหาของอินเทอร์เน็ตอีกทางหนึ่งด้วย และในปี2558 เตรียมจะขยายการมอนิเตอร์ให้ได้เพิ่มมากขึ้น รวมทั้งประสานให้กสทช.ภูมิภาค นำรถวิ่งตรวจสอบอีกช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามปัจจุบันมีช่องรายการทีวีดาวเทียมที่ถูกระงับไม่ให้ออกอากาศทั้งหมด 14 ช่องรายการภายใต้คำสั่ง คสช. คือ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5 สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูกาย สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์ สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี สถานีดาวเทียมฮอตทีวี สถานีโทรทัศน์ว๊อยซ์ทีวี สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเร็สคิ้ว และสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศ (คปท.) นอกจากนี้ยังรวมถึงวิทยุชุมชนที่ไม่ได้รับอนุญาต เห็นได้ว่า ศูนย์ตรวจสอบดังกล่าว สามารถช่วยจำกัดเนื้อหาที่รุนแรงไม่ให้ขยายไปวงกว้างได้มากทีเดียว สุรัสวดี สิทธิยศ          

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดูการทำงานศูนย์ตรวจสอบเนื้อหา กสทช.