วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่ AIS Flagship Store ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิล์ด นายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอสกล่าวว่า เอไอเอสยึดหลักการเป็นผู้นำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาการให้บริการกว่า 23 ปี ทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์ และซอร์ฟแวร์ เช่น การเปิดตัวบริการทีวีบนมือถือ(TV on Mobile) ครั้งแรกในเมืองไทยเมื่อปี พ.ศ.2546เป็นต้นล่าสุดใช้งบประมาณกว่า60ล้านบาท จับมือ กับ กลุ่มสิงค์เทล และทีมinternational vendors (EON Reality, HumanMedia Lab, BaseFX)เปิดตัวนวัตกรรม“AIS Future Cube”ถือเป็นต้นแบบเทคโนโลยีครั้งแรกในโลกโดยนำเทรนด์ของ“Immersive Experience” มานำเสนอให้ประชาชนทุกคนที่ไม่เฉพาะลูกค้าเอไอเอสได้สัมผัสกับประสบการณ์สื่อสารแปลกใหม่ในบริเวณFuture Experience Zone ณ AISFlagship Storeชั้น 4 ศูนย์การเซ็นทรัลเวิลด์สำหรับ AISFuture Cubeจะเป็นการผสาน 3 เทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือ 1. Tele-Human(3D video conference system)ที่ประมวลผลการทำงานจากกล้อง 3Dจะจับภาพและฉายภาพผู้เล่นออกมาในรูปแบบ3 มิติ ที่ผู้เล่นทั้ง 2 มองเห็นกันเสมือนอยู่ข้างกัน 2.ImmersiveCubeผสานการทำงานกับกล้อง 3Dและสร้างสิ่งแวดล้อมเสมือนจริงออกมาในรูปแบบ3 มิติ ที่จะทำให้ผู้เล่นจะมองเห็นในมุมมองที่เสมือนจริงในทุกมุมมอง ทุกองศาซึ่งเป็นเทคโนโลยีชิ้นเดียวกันกับที่ใช้ในการสร้างภาพยนต์ชื่อดังในฮอลลีวูดและ 3.Multi-sensing Integrationเทคโนโลยีการสื่อสารที่พัฒนาขึ้นสำหรับAIS Future Cube โดยเฉพาะ ทำหน้าที่เชื่อมโยงการสื่อสารจากเทคโนโลยีทั้ง2 ส่วน ได้แก่ 1. ภาพคู่สนทนา 3 มิติ ที่ได้จากTele-HumanTechnology และภาพจากการจำลองสิ่งแวดล้อม 3 มิติที่ได้จากImmersive Cubeโดยจะทำให้คู่สนทนาสามารถสื่อสารผ่านทางภาพและเสียงได้อย่างเสมือนจริงโดยลักษณะการนำเสนอAIS Future Cube นี้ จะแบ่งเป็น 2 ห้องที่เปิดให้คู่สนทนาได้ Communicate และ interactแบบ 3D Virtual ที่สามารถพูดคุยมองเห็นกันเสมือนไปสัมผัสที่แห่งนั้นด้วยกันจริงๆ กับ3 Theme“การนำเสนอนวัตกรรมใหม่ๆให้ลูกค้านั้น ได้มีการเตรียมพร้อมกว่า 1 ปี โดยนำเทรนด์เทคโนโลยีอนาคตมาปรับประยุกต์กับกระบวนการทำงานเพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นถือเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนจากการที่ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ของเทคโนโลยีสื่อสารล่าสุดที่เกิดขึ้นในระดับสากลลูกค้าสามารถนำไปประยุกต์หรือต่อยอดสร้างแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ ได้ทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์กร”นายสมชัย กล่าวต่อว่า สำหรับความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลคลื่น 1800 เมกะเฮิร์ตซ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในปีนี้นั้นมั่นใจว่าเอไอเอสจะเป็นผู้เข้าร่วมประมูลใบอนุญาตที่มีความพร้อมที่สุดทั้งทีมการเงิน ทีมเข้าร่วมเคาะราคา
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : “เอไอเอส”โวเป็นผู้เข้าร่วมประมูล 4จีที่พร้อมที่สุด
ผู้เขียน: ข่าวไอที นวัตกรรมใหม่ๆ
-

“เอไอเอส”โวเป็นผู้เข้าร่วมประมูล 4จีที่พร้อมที่สุด
-

กสท.อนุญาตช่องเพย์ทีวีออนแอร์ 387 ช่อง
วันนี้ (2 มิ.ย.) ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ( กสทช.) พ.อ.ดร. นที ศุกลรัตน์ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) เปิดเผยว่า กสท.พิจารณาให้ช่องรายการแบบบอกรับสมาชิกสามารถออกอากาศบนโครงข่ายทีวีแบบบอกรับสมาชิก (เพย์ทีวี) เพิ่มอีก 40 ช่อง รวมเป็นจำนวน 387 ช่องรายการในขณะเดียวกันยังอนุญาตให้โครงข่ายพีเอสไอ เป็นกิจการแบบบอกรับสมาชิกและสามารถออกอากาศทั้งหมด 387 ช่องได้รวมถึงให้สิทธิ์โครงข่ายสามารถคัดเลือกช่องรายการได้และนำเสนอให้แก่สมาชิกได้ แต่ทั้งนี้หากช่องรายการแบบอกรับสมาชิกกระทำความผิดผู้ประกอบการโครงข่ายต้องรับผิดชอบความผิดด้วยกันส่วนช่องรายการดาวเทียมอื่นที่ทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระงับไม่ให้ออกอากาศ กสทช.ไม่มีสิทธิ์พิจาณาหรือโต้แย้งเนื่องจากเป็นคำสั่งของ คสช.ในขณะเดียวกันกรณีฟุตบอลโลกศาลปกครองนัดให้ยื่นเอกสารในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ และนัดพิจารณาในวันที่ 10 มิ.ย.นี้อีกครั้ง โดย กสท.ยืนยันว่าได้คำนึงถึงสิทธิ์ที่ประชาชนต้องได้รับชมบอลโลกฟรี ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 12 มิ.ย. – 13 ก.ค. นี้ ส่วนผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลที่ได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อได้แก่ช่องTHV (ทีเอชวี) เปลี่ยนเป็น ช่อง ไทยทีวี ซึ่งหากเปลี่ยนชื่อแล้วทำรายการข่าวบันเทิงมากกว่ารายการข่าวและเนื้อหาสาระจะถือว่าผิดเงื่อนไขการประมูลประเภทช่องข่าว รวมถึงยังมีช่องช่องอัมรินทร์เดิมเปลี่ยนเป็นช่อง อัมรินทร์ เอชดี ทีวี และช่องโมโน เปลี่ยนเป็นช่องโมโน ทเวนตี้ไนน์ เป็นต้น พ.อ.ดร.นที กล่าวว่า นอกจากนี้ยังพิจารณาให้ททบ.5 นำเสนอแผนปรับเปลี่ยนรูปแบบประกอบกิจการเพื่อให้เข้าสู่ใบอนุญาตประกอบการช่องบริการสาธารณะประเภทที่ 2 ความมั่นคง ในปี 2560 โดยต้องดำเนินการปรับเนื้อหาสาระให้เหมาะสมกับประเภทใบอนุญาต โดยปี 2557 ต้องปรับให้มีเนื้อหา สาระ 45 % ปี 2558 ปรับเป็น50% ปี 2559 ปรับเป็น 60% และปี 2560 ปรับเป็น 70% ซึ่งจะนำไปสู่การเป็นตัวอย่างให้แก่ช่อง 11 และช่องไทยพีบีเอส ดำเนินการต่อไป ในขณะเดียวกันยังต้องดำเนินการส่งแผนยุติการออกอกากาศแบบอะนาล็อกให้ กสท.พิจารณาเป็นลำดับต่อไป
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : กสท.อนุญาตช่องเพย์ทีวีออนแอร์ 387 ช่อง -

GrabTaxi ได้เงินสนับสนุนกว่า 15 ล้านเหรียญ
GrabTaxi หรือแกร็บแท็กซี่ แอพให้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านทางโทรศัพท์มือถือที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้รับเงินทุนสนับสนุนในขั้น Series B มากกว่า 15 ล้านเหรียญสหรัฐ จากบริษัท GGV Capital ซึ่งตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเล่ย์ร่วมด้วยนักลงทุนรายใหม่ Qunar และVertex Venture Holdings ซึ่งเดิมเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนในขั้นSeries A ของบริษัท โดยหุ้นส่วนผู้จัดการของ GGVCapital จะร่วมเป็นคณะกรรมการของแกร็บแท็กซี่ ด้วย สำหรับ GGV Capital เป็นบริษัทร่วมลงทุนประเภทMulti-stage มูลค่า 2.2 พันล้านเหรียญสหรัฐตั้งอยู่ที่ซิลิคอน วัลเล่ย์และเซี่ยงไฮ้ บริษัทใหญ่ๆ ที่อยู่ในเครือ เช่น Alibaba Group, Square, Flipboard,SoundCloud และ YY โดย Qunar เป็นระบบอีคอมเมิร์ซเพื่อการค้นหาชั้นนำสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในประเทศจีน และ VertexVenture Holdings เป็นบริษัทในเครือเทมาเส็ก โฮลดิ้ง ประเทศสิงคโปร์ โดยเงินทุนรอบใหม่นี้จะส่งเสริมการเติบโตของแกร็บแท็กซี่ ไปสู่เมืองใหม่ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปัจจุบัน GrabTaxi ร่วมงานกับระบบแท็กซี่ ในประเทศมาเลเซียฟิลิปปินส์ ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ เพื่อช่วยให้คนขับแท็กซี่เข้าสู่ “เศรษฐกิจยุคใหม่”โดยใช้เทคโนโลยีโทรศัพท์มือถือ มีคนขับแท็กซี่กว่า 20,000 คนลงทะเบียนกับแกร็บแท็กซี่ คาดว่าภายในปี 2558ภูมิภาคนี้จะมีคนขับแท็กซี่จำนวน 50% ที่อยู่ในเครือข่าย มีผู้ดาวน์โหลดแอพ GrabTaxi ลงอุปกรณ์เคลื่อนที่มากกว่า1.2 ล้านเครื่องในกว่า 15 เมืองทั่วภูมิภาคและเดือนที่แล้วมีผู้ใช้บริการเรียกแท็กซี่ผ่านเครือข่าย เพิ่มขึ้นถึง 38% GrabTaxi เป็นองค์กรธุรกิจเพื่อสังคมมีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมแท็กซี่ก่อตั้งโดยนักศึกษาที่ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ1 ในการแข่งขันประจำปีของ HarvardBusiness School Business Plan Contest แอพ GrabTaxi คือนวัตกรรมใหม่แห่งการขนส่งสาธารณะโดยเสนอระบบจ่ายงานสำหรับรถแท็กซี่โดยใช้เทคโนโลยี GPS ที่ทำให้ผู้โดยสารเรียกแท็กซี่ที่อยู่ใกล้ที่สุดได้อย่างง่ายดายตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 มีคนขับรถแท็กซีหลายหมื่นคนได้เริ่มใช้เทคโนโลยี GrabTaxiบนสมาร์ทโฟนเพื่อรับการเรียกแท็กซี่ที่อยู่ในเมืองต่างๆที่อยู่ในพื้นที่ให้บริการของเราในประเทศมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทยและเวียดนาม ผู้โดยสารสามารถเรียกแท็กซี่ผ่านสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ท (http://www.grabtaxi.com)
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : GrabTaxi ได้เงินสนับสนุนกว่า 15 ล้านเหรียญ