หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • เดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน

    เดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน

    นายวิฑูรย์   สิมะโชคดี  ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับอุตสาหกรรมยานยนต์ ชิ้นส่วน และอะไหล่รถยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสถาบันยานยนต์ว่า กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมโอนงานด้านการพัฒนาฝีมือแรงงานบุคลากรด้านยานยนต์จากสถาบันยานยนต์ สังกัดกระทรวงอุตสาหกรรม ไปให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน เป็นผู้ดูแล เนื่องจากมีความเชี่ยวชาญเรื่องการพัฒนาคนมากกว่า และเพื่อรองรับความต้องการบุคคลากรด้านยานยนต์จำนวน 124,010 คน ในอีก 5 ปีข้างหน้า และเป็นโครงการตั้งแต่นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รมว.อุตสาหกรรม เป็นปลัดกระทรวงฯ ได้ลงนามเอ็มโอยูกับกระทรวงแรงงาน  “ตอนนี้อุตสาหกรรมยานยนต์ ยังไม่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน แต่ต้องเร่งพัฒนาบุคลากรเพื่อสนับสนุนอุตฯยานยนต์ เพราะหากไม่เร่งพัฒนา จะทำให้เกิดปัญหาขาดแคลนในอนาคต และกระทบต่อศักยภาพการผลิตของประเทศได้ โดยมั่นใจว่า ไทยสามารถผลิตรถยนต์ได้ 3 ล้านคันต่อปี ได้ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในปี 60 ซึ่งจะทำให้ไทยจะติดอันดับผู้ผลิตยานยนต์อันดับ 9 – 10 ของโลก จากปัจจุบันอยุ่อันดับ 11 เพราะเอกชน คาดว่า การผลิตในไทยเพิ่มขึ้นปีละประมาณ 6% และยังได้อานิสงค์จากโครงการรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รุ่นที่2 (อีโคคาร์2) ซึ่งขณะนี้รอคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อนุมัติส่งเสริม และรถยนต์ก็จะเริ่มออกสู่ตลาดในปี 59 เป็นต้นไป” สำหรับการคาดการณ์ปริมาณบุคลากรในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ตั้งแต่ปี 5 6 – 60 คาดว่า มีปริมาณความต้องการแรงงานเพิ่ม 124,010 คน เพิ่มขึ้น 19.44% จากปี 56 ที่มีแรงงานในอุตฯยานยนต์ 637,895 คน โดยปี 57 มีความต้องการแรงงานเพิ่ม 28,772 คน ปี 58 มีความต้องการเพิ่ม 33,333 คน ปี 59 ความต้องการเพิ่ม 31,197 คน ปี 60 ต้องการเพิ่มขึ้น 30,197 คน 

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เดินหน้าแก้ปัญหาแรงงานขาดแคลน

  • ททท.จัดแฟมทริป ดึงยุโรปเที่ยวไทย

    ททท.จัดแฟมทริป ดึงยุโรปเที่ยวไทย

    นายศุกรีย์   สิทธิวณิช  รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด  การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.เตรียมนำตัวแทนบริษัทนำเที่ยวรายใหญ่จากตลาดยุโรป กว่า 100 รายมาเข้าร่วมสำรวจแหล่งท่องเที่ยว (แฟมทริป) และจัดกิจกรรมซื้อขายแพ็กเกจในประเทศไทย เพื่อกระตุ้นการเดินทางของนักท่องเที่ยวยุโรปที่เริ่มชะลอการเดินทางท่องเที่ยวในระยะไกล และเปลี่ยนไปเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านแทน เนื่องจาก กังวลกับภาวะสงครามของโลก ที่เริ่มมีความรุนแรงมากขึ้นและอาจทำให้การเดินทางในระยะไกลโดยใช้เครื่องบินโดยสารไม่ปลอดภัยตามไปด้วย นอกจากนี้ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยยังคงมีการประกาศใช้กฎอัยการศึก ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่สำคัญเช่นกัน ที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่กำลังจะวางแผนเดินทาง ตัดสินใจเปลี่ยนไปท่องเที่ยวที่ประเทศอื่นๆ เพราะกังวลถึงความไม่ปลอดภัย แต่อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีแนวโน้มว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาจจะประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของประเทศ ก็จะช่วยให้ภาคการท่องเที่ยวทั้ง ททท.และเอกชน ทำการตลาดดึงนักท่องเที่ยวได้ง่ายขึ้น “ต้องยอมรับว่าตลาดยุโรปเกือบทุกตลาดในขณะนี้ถือว่า ชะลอตัวมาก ทั้งเยอรมัน อิตาลี สเปน และกลุ่มตะวันออกกกลาง โดยที่ชะลอจะเป็นกลุ่มที่มากับบริษัททัวร์ ซึ่งมีกว่า 70% ของจำนวนนักท่องเที่ยวยุโรปที่มาไทยทั้งหมด ดังนั้นททท.จึงมีนโยบาย ที่จะมุ่งสร้างกิจกรรมหลักเพื่อกระตุ้นตลาด ทั้งการสนับสนุนแฟมทริปและจัดกิจกรรม เพื่อเป็นรางวัลให้ ผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เดินทางมาสำรวจแหล่งท่องเที่ยว รู้สึกอยากายประเทศไทยให้กับนักท่องเที่ยวของเค้าด้วย” สำหรับแหล่งท่องเที่ยว หลัก ที่จะนำบริษัททัวร์ไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยว นั้น ททท.ได้แบ่งเป็น 5 เส้นทาง โดยจะเน้นเส้นทางท่องเที่ยวหลัก ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ภูเก็ต-เขาหลัก,สมุย-พงัน-กรุงเทพฯ,กระบี่,เชียงใหม่-เชียงราย,หัวหิน-กาญจนบุรี-กรุงเทพ, และในวันที่ 7ก.ย. จะจัดกิจกรรมการซื้อขายสินค้าแพ็กเกจท่องเที่ยว ที่ โรงแรม อีสติน สาธร เพื่อกระตุ้นการซื้อขายให้เป็นผลโดยเร็วที่สุด ด้านตลาดยุโรปอื่นๆ เช่น สเปน  ททท.ได้ร่วมกับ บริษัททัวร์รายใหญ่ คือ ทุย แอมบาสเดอร์ จัดแข่งขันการขายแพ็กเกจในบริษัทเครือข่ายของประเทศ โดยผู้ชนะจะได้รางวัลเดินทางไปท่องเที่ยวประเทศไทยด้วย ส่วนตลาดตะวันออกกลาง ได้นำผู้ประกอบการรายใหญ่ด้านการส่งเสริมสุขภาพและความงามจากสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์(ยูเออี) กว่า 11 คน มาสำรวจสินค้าและบริการด้าน สุขภาพที่จังหวัดเชียงใหม่และกรุงเทพฯ ด้วย  

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ททท.จัดแฟมทริป ดึงยุโรปเที่ยวไทย

  • เล็งย้ายหมอชิตใหม่กลับหมอชิตเก่า

    เล็งย้ายหมอชิตใหม่กลับหมอชิตเก่า

    นายวุฒิชาติ  กัลยาณมิตร  กรรมการผู้จัดการใหญ่  บริษัท ขนส่ง จำกัด(บขส.)  เปิดเผยถึงความคืบหน้าการย้ายสถานีขนส่งกรุงเทพฯออกจากหมอชิตว่า กระทรวงคมนาคมได้เสนอแนวทางให้ บขส.มาศึกษาเพิ่มเติม ถึงความเป็นไปได้ในการย้ายสถานีขนส่งฯ กลับมาใช้พื้นที่สถานีขนส่งหมอชิตเดิม ซึ่งปัจจุบันเป็นศูนย์ซ่อมและโรงจอดรถไฟฟ้าบีทีเอส จตุจักร โดยถือเป็นพื้นที่อีกหนึ่งทางเลือก หลังจากก่อนหน้านี้ได้ศึกษาไว้แล้วในการย้าย ไปย่านเมืองทองธานี ดอนเมือง และรังสิต ทั้งนี้เหตุผลที่ให้ศึกษาเพิ่มเติมที่หมอชิตเก่า เพราะเห็นว่าหมอชิตเก่ามีทำเลสะดวกเชื่อมโยงการคมนาคมขนส่งอื่นได้ อีกทั้งยังเป็นแนวคิดเดิมให้ย้ายกลับไปอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามหากจะย้ายสถานีกลับมาใช้ที่หมอชิตเก่า คงใช้เป็นแค่สถานีรับส่งผู้โดยสารเท่านั้นไม่ใช่เป็นอู่จอด เพราะมีพื้นที่ขนาดเล็กไม่กี่แสนตารางเมตร โดยรถบัสอาจต้องไปหาจอดที่อื่นแทน ขณะเดียวกันจะต้องดูว่าทำให้เกิดปัญหาจราจรตามมาหรือไม่ หรืออาจใช้วิธีสร้างทางพิเศษเชื่อมโยงกับทางด่วนโทลล์เวย์แก้ปัญหา นอกจากนี้ บขส.กำลังศึกษาการย้ายสถานีขนส่งเอกมัยแห่งใหม่อีกด้วย โดยเบื้องต้นมีทำเลที่สนใจ คือ ย่านบางนา สรรพาวุธ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างสำรวจพื้นที่เหมาะสมประมาณไม่ต่ำกว่า 20 ไร่ คาดใช้เวลา 2 เดือนเสร็จ และประกาศให้เอกชนเสนอพื้นที่เข้ามาได้ ส่วนจะเป็นการซื้อพื้นที่เข้ามาดำเนินการเองหรือร่วมลงทุน คงต้องศึกษารายละเอียดให้ชัดเจนก่อน ขณะที่ที่ดินสถานีขนส่งเอกมัยปัจจุบัน จะพิจารณาว่าจะนำมาพัฒนาในรูปแบบใดให้เกิดประโยชน์สูงสุด แต่คงไม่เหมาะที่จะพัฒนาเป็นสถานีขนส่งอีก “การย้ายสถานีขนส่งกรุงเทพหมอชิต 2 และเอกมัย ในตอนนี้ ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะย้ายไปที่ไหน เพราะต้องศึกษาให้รอบคอบ และต้องนำเสนอให้คณะกรรมการ(บอร์ด) บขส.พิจารณาภายในเดือนก.ย.-ต.ค.นี้ รวมถึงนำไปหารือกับพล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผบ.ทอ. และรมว.คมนาคม  คนใหม่ เพื่อรับทราบนโยบายด้วย โดยหลักการเลือกพื้นที่จะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมหลายด้าน เพื่อให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้ประโยชน์ และได้รับความเดือดร้อนน้อยที่สุด” นายวุฒิชาติ กล่าวว่า แนวโน้มการดำเนินงาน บขส.ปีงบประมาณ 57 คาดจะมีกำไรสุทธิไม่ต่ำกว่า 300-400 ล้านบาท  แม้ช่วงครึ่งปีแรกได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง แต่ครึ่งปีหลังมีประชาชนใช้บริการเพิ่มขึ้น โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากการเดินรถในประเทศ การให้บริการขนส่งสินค้า รวมถึงการเดินรถระหว่างประเทศ สำหรับการให้บริการขนส่งสินค้าปัจจุบันมีรถ 8 คัน ทำรายได้ปีละ 100 ล้านบาท และหลังจากเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 58 น่าจะมีการใช้บริการขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น จึงจะมีการเพิ่มรถขนส่งสินค้าอีก 20 คัน   ส่วนการให้บริการเดินรถระหว่างประเทศ ขณะนี้มี 14 เส้นทาง เป็นเส้นทางที่ไปประเทศลาว 12 เส้นทาง และกัมพูชา 2 เส้นทาง โดยการเดินรถถือว่าประสบความสำเร็จดี มีผู้โดยสารใช้บริการ 70-80% โดยเส้นทางที่มีผู้โดยสารใช้บริการมากที่สุด คือ มุกดาหาร-แขวงสะหวันเขต มีผู้โดยสารขึ้นเกิน 100% และรวมทุกเส้นทางสร้างรายได้ถึง 70 ล้านบาทต่อปี มีกำไร 7 ล้านบาท และหลังจากนี้จะศึกษาเส้นทางใหม่ไปลาวเพิ่มเติมด้วย          

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เล็งย้ายหมอชิตใหม่กลับหมอชิตเก่า