หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ

  • ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี

    ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี

    นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตะนุกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยในโครงการพัฒนาศักยภาพผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจระดับสูง (พศส.) หลักสูตรความรู้เศรษฐกิจสู่ประชาคมอาเซียน เรื่องเจาะลึกได้เปรึยบ เสียเปรียบในข้อตกลงการค้าในอาเซียน จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้ มีความต้องการให้รัฐบาลใหม่ที่จะเข้ามาบริหารประเทศ กำหนดและวางแผนยุทธศาสตร์ 20 ปีข้างหน้า ให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่พัฒนา ซึ่งต้องตั้งเป้าหมายและทิศทางเพื่อให้เป็นเศรษฐกิจใหม่ ที่รวมเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมเข้าไปด้วย เพื่อให้เศรษฐกิจใหม่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เบื้องต้นอาจดำเนินการในการวางแผน 2 ปี และสร้างรูปธรรมที่สามารถปฏิบัติได้ภายใน 5 ปี โดยเฉพาะฝ่ายการเมืองจะต้องแก้ไขและทบทวนกฎหมายที่มีปัญหาในการค้าหรือการประกอบธุรกิจในระยะยาว ไม่ใช่แก้ไขปัญหาเดิมๆ เหมือนที่ผ่านมา “หากมีเศรษฐกิจใหม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้ และทุกฝ่ายเห็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะคล้ายกับการลงประชามติ ที่เปรียบเสมือนตอกเสาเข้มเศรษฐกิจให้มีความสอดคล้องในการพัฒนาประเทศ ส่งผลให้การเติบโตของประเทศดีขึ้น และเชื่อว่าปัญหาที่ผ่านมาจะไม่มีทางกลับมาเหมือนเดิม ๆ ได้อีก ที่สำคัญ 4 ส่วนที่จะสนับสนุนแผนดังกล่าว ทั้งนักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจ และกลุ่มเอ็นจีโอ จะต้องมีการหารือให้เกิดความเข้าใจตรงก้น” ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์สินค้าเกษตรเป็นรายได้พืชเศรษฐกิจ 4 สินค้า คือ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์น้ำมัน และอ้อย ถือเป็นแนวทางที่ดี แต่ภาครัฐต้องส่งเสริมในการพัฒนาลดต้นทุนการผลิต และใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยต้องนำกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะอนาคตวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจของไทยในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันเทคโนโลยีมีบทบาทต่อการผลิตมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวมีความเห็นว่าประเทศไทยจำเป็นต้องปรับปรุงโครงสร้างการผลิตสินค้าเกษตรใหม่ทั้งหมด เพราะในอนาคตไทยยังต้องพึงพิงรายได้จากสินค้าเกษตร แต่ขณะนี้ไทยมีอุปสรรค์ต่างๆ เช่น การทำข้อตกลงทางการค้าที่ไม่สอดคล้องกับแนวทางการปฏิบัติ  มีความเห็นว่า ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรเปลี่ยนการเพาะปลูกพืชที่ล้นความต้องการของตลาด มาเป็นพืชที่ตลาดยังต้องการ ด้วยวิธีสนับสนุนปัจจัยการผลิต และช่วยเหลือราคาให้เกษตรกรอยู่ได้ แต่ไม่ควรอุดหนุนมากจนบิดเบือนกลไกตลาด

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ชงรัฐบาลใหม่กำหนดแผนเศรษฐกิจ 20 ปี

  • ราคาทองคำ 23 ส.ค.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

    ราคาทองคำ 23 ส.ค.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

    วันที่ 23 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.10น. เว็บไซต์สมาคมค้าทองคำ ประกาศปรับราคาทองคำในประเทศครั้งที่ 1 โดยขึ้นจากเดิม 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาทราคาทองคำและครั้งที่ปรับราคาทองคำปรับครั้งที่ 1ขึ้น 50 บาท รูปพรรณขายบาทละ 19,850 บาท รับซื้อ 19,071.28 บาท ทองแท่งขาย 19,450 บาท รับซื้อ 19,350 บาท เวลา 09.10 น.

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ราคาทองคำ 23 ส.ค.57 ปรับครั้งที่ 1 ขึ้น 50 บาท

  • แยกแอร์พอร์ตลิ้งค์ออกจากร.ฟ.ท.

    แยกแอร์พอร์ตลิ้งค์ออกจากร.ฟ.ท.

    นายจำรูญ ตั้งไพศาลกิจ ประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัท รถไฟฟ้า ร.ฟ.ท. จำกัด ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิง เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้หารือกับการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่  100% แล้ว ถึงการขอแยกการบริหารจัดการและจัดเก็บรายได้ของบริษัทฯ ออกจาก ร.ฟ.ท. โดยอ้างอิงผลการศึกษาของสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยใน 3 แนวทาง ได้แก่ ให้แยกทรัพย์สินและหนี้สินออกจากกันทั้งหมด ให้แยกเฉพาะส่วนที่แยกได้ เช่น ขบวนรถ และอาณัติสัญญาณ และตั้งบริษัทฯ เป็นหน่วยธุรกิจหนึ่งของ ร.ฟ.ท. “แนวทางที่เป็นไปได้มากสุด คือแนวทางที่ 2 ให้แยกเฉพาะส่วนที่แยกได้ เช่น ขบวนรถ และอาณัติสัญญาณ  เพราะการดำเนินตามแนวทางที่  1 และ 3 มีความยุ่งยาก ซึ่งทาง ร.ฟ.ท. ก็มีแนวโน้มเห็นด้วยกับแนวทางที่ 2 เช่นกัน แต่ต้องหารือรายละเอียดอีกครั้ง” ทั้งนี้เห็นว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ปัจจุบัน ร.ฟ.ท. ต้องรับภาระอยู่  20,000-30,000 ล้านบาทนั้น กระทรวงการคลังคงรับภาระไปตามนโยบายของภาครัฐที่จะเป็นผู้ลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอง และหากมีการโอนหัวรถจักรและขบวนรถไฟทั้ง 9 ขบวน มูลค่า 4,000 ล้านบาทมาเป็นทรัพย์สินของบริษัทฯ ก็จะทำให้มีรายได้จากค่าโดยสารและพร้อมจ่ายดอกเบี้ยของขบวนรถไฟแทน ร.ฟ.ท. หรือเป็นการทยอยใช้หนี้คืนได้ ส่วนสถานีอาจจะมีการเช่าเพื่อให้การบริหารจัดการของ ร.ฟ.ท. ทำได้ง่ายขึ้น

    ขอขอบคุณแหล่งที่มา : แยกแอร์พอร์ตลิ้งค์ออกจากร.ฟ.ท.