“เกลือ” จัดเป็นสารประกอบมีสถานะเป็นของแข็งและไม่นำไฟฟ้า มีคุณสมบัติในการดูดความชื้น ซึ่งแหล่งที่มาของเกลือ ได้แก่ “เกลือสมุทร” เป็นเกลือที่เกิดจากการสูบนํ้าทะเลเข้ามาขังไว้ในนา ตากแดดและลมจนนํ้าระเหยเหลือแต่ผลึกสีขาว และ “เกลือสินเธาว์” เป็นเกลือที่เกิดจากการปล่อยนํ้าลงไปละลายกับหินเกลือที่อยู่ใต้ดินแล้วสูบนํ้ากลับขึ้นมาตากหรือต้มในนํ้าให้ระเหยไป การนำเกลือมาบริโภคจึงแบ่งเป็น 2 ชนิด คือ เกลือเม็ดที่มักนิยมใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเกลือป่นที่เกิดจากการแปรรูปของเกลือเม็ดจะนิยมใช้บริโภคตามบ้านเรือน คุณประโยชน์ของเกลือนอกจากเป็นเครื่องปรุงรสอาหารที่บริโภคกันอยู่เป็นประจำแล้ว ยังมีคุณประโยชน์อีกหลายประการ เช่น การใช้เกลือถนอมอาหารประเภทผัก ผลไม้ ไข่ หรือแม้แต่เนื้อสัตว์ เพราะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้ ทั้งยังใช้เป็นสารตั้งต้นในการผลิตเคมีภัณฑ์หลายชนิด เช่น คลอรีน โซดาไฟ กรดเกลือ ใช้สำหรับผลิตภัณฑ์ด้านความงามประเภทเกลือขัดผิว เกลือสปา เกลือหอม เนื่องจากเกลือมีสรรพคุณในการเปิดรูขุมขนบริเวณผิวหนัง ทำให้วิตามินและสารบำรุงผิวเข้าสู่ผิวหนังได้ดีขึ้น และนำไปใช้เป็นยารักษาโรค ทั้งการฆ่าเชื้อ แก้ปวดฟัน รวมถึงสารไอโอดีนในเกลือที่ช่วยป้องกันโรคคอพอกได้ แต่ในขณะเดียวกันการบริโภคเกลือมากเกินไปอาจส่งผลเสียต่อร่างกายเช่นเดียวกัน จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า แนวโน้มตัวเลขผู้ป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงในประเทศไทยสูงขึ้น 71 เปอร์เซ็นต์ และคาดว่าจะมีผู้มีภาวะความดันโลหิตสูงประมาณ 10 ล้านคน “เกลือ” จึงเป็นปัจจัยเสี่ยงในการที่ทำให้เกิดโรค ส่งผลต่อความดันโลหิตสูง เช่นเดียวกับการสูบบุหรี่ นอกจากการทำให้เกิดความดันโลหิตสูงแล้ว เกลือยังทำให้กล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวขึ้น โรคหัวใจโต โรคไต โรคทางตา โรคหลอดเลือดแดงตีบ โรคหลอดเลือดหัวใจขาดเลือด และมีโอกาสเสี่ยงที่จะทำให้เกิดโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทำให้เกิดโรคอัมพฤกษ์ อัมพาต เป็นสาเหตุการตายอันดับ 3 ของโลก ดังนั้นการลดปริมาณในการรับประทานเกลือไม่เกิน 6 กรัมต่อวัน หรือไม่เกิน 1 ช้อนชา ตามที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ จะช่วยลดความเสี่ยงจากโรคความดันโลหิตสูง รวมถึงการปรับเปลี่ยนแนวทางการดำเนินชีวิตประจำวันเสียใหม่ เช่น การซื้อผัก ผลไม้แทนอาหารกระป๋องเพื่อลดปริมาณเกลือ ลดพฤติกรรมการบริโภคอาหารรสเค็ม ลดการใช้เกลือและเครื่องปรุงต่าง ๆ หันมาใช้เครื่องเทศและสมุนไพรที่มีโซเดียมต่ำและการลดนํ้าหนักจะสามารถลดความดันโลหิตลงได้และลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรค ต่าง ๆ ได้อีกด้วย.
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : บริโภค‘เกลือ’อย่างพอเหมาะ ลดความเสี่ยง! โรคอันตราย – ไขปัญหาผู้บริโภค
หมวดหมู่: ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
ข่าวการตลาด เศรษฐกิจ
-

บริโภค‘เกลือ’อย่างพอเหมาะ ลดความเสี่ยง! โรคอันตราย – ไขปัญหาผู้บริโภค
-

เตรียมสอบภาษีโรงหมอรับอุ้มบุญ
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ขณะนี้ ยังไม่ได้รับรายละเอียดเกี่ยวกับการตรวจสอบภาษีย้อนหลังสถานพยาบาลที่รับทำอุ้มบุญทุกแห่ง รวมทั้งตรวจสอบรายได้ นพ.พิสิฐ ตันติวัฒนากุล นายแพทย์เจ้าของคลินิกออลไอวีเวฟ แต่ยันยันว่ากรมสรรพากรพร้อมจะให้ความร่วมมือในการตรวจสอบดังกล่าวอย่างเต็มที่ รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลภาษีย้อนหลังของกรมสรรพากรตามที่กฎหมายระบุไว้ จะกำหนดให้ผู้เสียภาษีต้องเก็บเอกสารทางบัญชีและภาษีไม่น้อยกว่า 5 ปี ภายใต้เงื่อนไขต้องยื่นแบบทุกปี ไม่ว่าผู้เสียภาษีจะยื่นแบบภาษีถูกหรือยื่นผิดก็ตาม แต่ตามปกติเจ้าพนักงานสรรพากรมีสิทธิประเมินย้อนหลังไม่เกิน 2 ปี หากตรวจสอบแล้วพบว่าเกิดการหลีกเลี่ยงภาษี เจ้าพนักงานสรรพากรมีอำนาจประเมินขยายระยะเวลาได้ถึง 5 ปี แต่ผู้เสียภาษีไม่เคยยื่นแบบเลย กรมสรรพากรสามารถประเมินย้อนหลังได้ไม่เกิน 10 ปี ทั้งนี้ กรณีที่เกิดขึ้นคงต้องตรวจสอบว่าเป็นการเสียภาษีรูปแบบใด หากเสียภาษีที่เป็นคณะบุคคล และเจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังและพบว่าเสียภาษีไม่ถูกต้อง จะต้องเสียค่าปรับในกรณีไม่ยื่นแบบ 200 บาท และเสียเงินเพิ่มเดือนละ 1.5% ของภาษีที่ต้องจ่ายทั้งหมด หากมีหลักฐานที่แน่ชัดว่ามีการหลีกเลี่ยงภาษีจะถูกปรับตามระยะเวลาย้อนหลังตามจริงที่กรมสรรพากรตรวจพบ และยังมีความผิดทางอาญา โดยถือเป็นความผิดฐานเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี อันเป็นความผิดตามมาตรา 37 แห่งประมวลรัษฎากร ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 เดือนถึง 7 ปี และปรับตั้งแต่ 2,000-200,000 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : เตรียมสอบภาษีโรงหมอรับอุ้มบุญ -

ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 5.56 จุด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบรรยากาศการลงทุนในตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดวัน โดยตลาดเริ่มปรับตัวสูงตอบรับนายกรัฐมนตรีคนใหม่ต่อเนื่องแต่ในขณะเดียวกันเริ่มมีแรงขายทำกำไรเป็นระยะหลังไร้ปัจจัยหนุนโดดเด่นผลักดันดัชนีรวมทั้งราคาหุ้นอยู่ในช่วงราคาแพงทำให้ดัชนีปรับตัวขึ้นได้ในกรอบจำกัด ส่งผลให้ระหว่างวัน ดัชนีหุ้นไทยทะยานขึ้นสูงสุด 1,559.21 จุด และลดลงต่ำสุด 1,555.01 จุด จนมาปิดตลาดที่ 1,556.97 จุด เพิ่มขึ้น 5.56 จุด หรือ 0.36% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 45,963.70 ล้านบาท สำหรับหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก 1.ท่าอาศยานไทย ปิดที่ 228.00 บาทเพิ่มขึ้น 7.00 บาท 2.ธ.ทหารไทย ปิดที่ 3.04 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท 3.ทรู ปิดที่ 10.80 บาท เพิ่มขึ้น0.30 บาท 4.ธ.กรุงไทย ปิดที่ 23.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.30 บาท 5.จัสมิน ปิดที่ 6.75 บาท เพิ่มขึ้น 0.05 บาท
ขอขอบคุณแหล่งที่มา : ดัชนีตลาดหุ้นไทยวันที่ 22 สิงหาคม 2557 ปิดบวก 5.56 จุด